ศธ.ประกาศ แนวทางการจัดการศึกษาในต่างประเทศ ของมหาวิทยาลัยไทย

30.11.16 | 14:36 น.
ภาพกราฟิกลิขสิทธิ์

วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง แนวทางการจัดการศึกษาในต่างประเทศของสถาบันอุดมศึกษาไทย พ.ศ.๒๕๕๙  ระบุว่า

โดยที่เป็นการสมควรส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาไทยที่มีความพร้อมด้านวิชาการดําเนินการจัดการศึกษาในต่างประเทศ ได้อย่างมีมาตรฐานและคุณภาพในระดับนานาชาติ รวมทั้ง เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันอุดมศึกษาไทยกับสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยคําแนะนําของคณะกรรมการการอุดมศึกษา ตามมติในการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๙ จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง แนวทางการจัดการศึกษาในต่างประเทศของสถาบันอุดมศึกษาไทย พ.ศ.๒๕๕๙”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

๓.๑ การจัดการศึกษาในต่างประเทศของสถาบันอุดมศึกษาของไทย หมายถึงการดําเนินการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาในต่างประเทศโดยสถาบันอุดมศึกษาของไทย ทั้งการจัดการเรียน การสอน โดยสถาบันอุดมศึกษาของไทย หรือโดยความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศ ทั้งนี้ ยกเว้นการจัดการศึกษาระดับปริญญาเอก

Advertisement

๓.๒ สถาบันอุดมศึกษาของไทย หมายถึง สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เอกชน และ มหาวิทยาลัย ในกํากับและในสังกัดของสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และกระทรวงศึกษาธิการ

๓.๓ สถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศ หมายถึง สถาบันอุดมศึกษาที่มิใช่ สถาบันอุดมศึกษาของไทย หมายรวมถึง หน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ในการจัดการศึกษาหรือวิจัย อาทิ สถาบันวิจัย สถาบันวิชาชีพเฉพาะทางชั้นสูง

ข้อ ๔ รูปแบบการจัดการเรียนการสอน ลักษณะการจัดการเรียนการสอนในต่างประเทศ หมายรวมวิธีการเรียนการสอนในชั้นเรียน โครงการ/กิจกรรมสนับสนุนการเรียนการสอนในชั้นเรียน เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรโดยอาจจัดการศึกษาตามรูปแบบ ดังนี้

(๑) เป็นการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาของไทย โดยได้รับปริญญาของไทย หรือ
(๒) เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของไทยกับสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศ

โดยได้รับปริญญาของไทย และ/หรือปริญญาร่วม

ข้อ ๕ แนวทางการจัดการศึกษา

๕.๑ สถาบันอุดมศึกษาของไทยที่ไปจัดการศึกษาในต่างประเทศต้องเป็นสถาบันที่จัดตั้ง โดยถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของไทย และจัดการศึกษาอย่างมีมาตรฐานและคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรฯ และเกณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของคณะกรรมการการอุดมศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย

๕.๒ สถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศ ต้องจัดตั้งโดยถูกต้องตามกฎหมายมีมาตรฐานคุณภาพตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องของประเทศนั้นๆ และได้รับการรับรองวิทยฐานะโดยหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานอื่นที่รัฐมอบหมายให้ทําหน้าที่ในประเทศนั้นๆ

ข้อ ๖ การจัดการศึกษา

๖.๑ สถาบันอุดมศึกษาของไทยต้องดําเนินการจัดการศึกษาให้สอดคล้องตามระเบียบ กฎหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของประเทศนั้นๆ

๖.๒ ในกรณีที่สถาบันอุดมศึกษาของไทยทําความตกลงร่วมมือในการจัดการศึกษากับสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศ ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาสถาบันอุดมศึกษา แล้วแจ้งสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาทราบ

ข้อ ๗ หลักสูตร/สาขาวิชา

๗.๑ หลักสูตรที่สถาบันอุดมศึกษาของไทยเปิดสอนตามข้อ ๔ (๑) ต้องสอดคล้องตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษาที่มีผลใช้บังคับในขณะนั้นและเกณฑ์มาตรฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง และต้องมีผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในเป็นไปตามเกณฑ์ที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากําหนด กรณีเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของไทยกับสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศ โดยได้รับปริญญาของไทย และ/หรือปริญญาร่วม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ระเบียบ และกฎหมายตามข้อตกลงความร่วมมือ

๗.๒ สถาบันอุดมศึกษาไทยต้องรายงานข้อมูลการจัดการศึกษา ได้แก่ จํานวนนักศึกษา จํานวนผู้สําเร็จการศึกษา ข้อมูลหลักสูตร ข้อมูลอาจารย์ประจําหลักสูตร อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ และข้อมูลวิทยานิพนธ์ ให้สภาสถาบันอุดมศึกษาทราบ และติดตามกํากับดูแลการจัดการศึกษา

ข้อ ๘ การให้ปริญญาให้เป็นไปตามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างทั้งสองสถาบัน

ข้อ ๙ กรณีสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาในต่างประเทศอยู่ในวันก่อนที่ประกาศกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดําเนินการปรับปรุงการจัดการศึกษาให้สอดคล้องตามประกาศกระทรวงนี้ในภาคการศึกษาถัดไป ๒ ภาคการศึกษาติดต่อกัน

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามประกาศนี้ได้ หรือมีความจําเป็นต้องปฏิบัตินอกเหนือจากที่กําหนดไว้ในประกาศนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่จะพิจารณาและให้ถือคําวินิจฉัยของคณะกรรมการการอุดมศึกษานั้นเป็นที่สุด

ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๙
พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ