นานาทรรศนะ อาจารย์ช้อปปิ้งงานวิจัย วิกฤตมหาลัย กดดันไต่อันดับโลก

25.01.23 | 10:00 น.

สมคิด เลิศไพฑูรย์
ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)

ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการซื้องานวิจัยอยู่แล้ว แต่ก็ต้องปล่อยให้มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นต้นเรื่องตรวจสอบ ว่าแต่ละแห่งอาจารย์รายใดมีปัญหา หรือมีผลงานวิจัยจำนวนมากที่ผิดปกติจนน่าสงสัย เพราะมหาวิทยาลัยมีอิสระ กกอ.และ อว.ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการอะไรได้ ยกเว้นว่ามีกรณีร้องเรียนเข้ามาจึงจะสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ แต่กรณีซื้องานวิจัยต้องให้มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดลงไปตรวจสอบ และดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งนี้ การตรวจสอบงานวิจัยจะดูเฉพาะตัวเลขงานวิจัยที่มีจำนวนมากอย่างเดียวไม่ได้ อย่างผมเองมีงานวิจัยกว่า 100 ชิ้น แต่ใช้เวลากว่า 40 ปี ตลอดอายุราชการในการวิจัย ซึ่งก็ถือว่าไม่มาก แต่ถ้าผลงานวิจัย 100 ชิ้นภายในเวลา 1 ปี ก็ถือว่ามากเกินไป มหาวิทยาลัยก็ต้องเข้าไปตรวจสอบ เพราะถ้าอาจารย์ 1 คน มีงานวิจัย 100 ชิ้นต่อปี ก็ต้องตั้งคำถามว่าอาจารย์รายดังกล่าวได้ทำภาระงานอื่น ทั้งงานสอน และงานบริการสังคมได้ครบถ้วนตามหน้าที่หรือไม่

ส่วนที่ระบุว่า เกณฑ์การขอผลงานทางวิชาการทำให้อาจารย์กดดันจนต้องซื้อผลงานวิจัยนั้น อยากให้เข้าใจก่อนว่าอาจารย์ที่ทำผิดจริยธรรมทางวิชาการมีจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับอาจารย์ทั้งหมด แต่ปลาเน่าตัวเดียวก็เหม็นไปทั้งข้อง อาจารย์ส่วนใหญ่ที่มีชื่อเสียงและเก่งจริงๆ จะไม่ไปลอกผลงาน หรือซื้อผลงานวิจัยจากคนอื่น เพราะต้องการสร้างสรรค์งานวิจัยที่สามารถนำไปใช้พัฒนาประเทศและพัฒนาสังคมได้อย่างแท้จริง ซึ่งส่วนตัวเห็นว่ามหาวิทยาลัยจำเป็นต้องกดดันให้อาจารย์ทำผลงานวิจัย เพราะงานวิจัยเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนามหาวิทยาลัย คนเป็นอาจารย์มีความแตกต่างกับครู คือครูใช้ความรู้ที่มีคนคิดไว้แล้วไปสอนเด็ก แต่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยจะต้องสร้างความรู้ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาสังคมให้เกิดความต่อเนื่อง ตรงนี้เป็นความแตกต่าง

Advertisement

นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล
อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)

มข.มีการตรวจสอบการทำวิจัยของอาจารย์ภายในมหาวิทยาลัยตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลออกมา โดยเน้นตรวจสอบอาจารย์ที่มีผลงานวิจัยเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด และเป็นงานวิจัยข้ามศาสตร์ จากการตรวจสอบพบมีอาจารย์เข้าข่ายผิดปกติ 3 ราย เป็นอาจารย์สาขาคณิตศาสตร์ ดังนั้น จึงได้สั่งให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอให้สรุปผลภายใน 1 เดือน หากมีมูล ให้ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงเพื่อดำเนินการลงโทษตามขั้นตอน จากการตรวจสอบพบว่า ทั้ง 3 ราย มีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์แบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตีพิมพ์เฉลี่ยปีละกว่า 50 ชิ้น ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่ค่อนข้างมาก จากเดิมที่ตีพิมพ์เพียงไม่กี่ชิ้นต่อปี ซึ่งเมื่อทราบข้อมูลผมไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที และให้มีการตรวจสอบต่อเนื่อง เบื้องต้นอาจมีอาจารย์ที่เข้าข่ายซื้องานวิจัยมากกว่า 3 ราย ถือเป็นจำนวนน้อยหากเทียบกับอาจารย์ทั้งมหาวิทยาลัยที่มีกว่า 2 พันคน และสาขาที่มีปัญหาก็ไม่ใช่สาขาที่อยู่ในอันดับโลก อย่างไรก็ตาม มข.จะกำชับให้มีการตรวจสอบงานวิจัยที่มาของบสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นที่ผ่านมา เพราะกรณีดังกล่าวถือเป็นความผิดทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง มหาวิทยาลัยเองไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งวางแนวทางแก้ปัญหาและการตรวจสอบ ขณะที่ในภาพรวมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เองก็ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว และเตรียมวางแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาวแล้ว

พรชัย มงคลวนิช
อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม

ม.สยาม มีการตั้งกรรมการเพื่อตรวจสอบเรื่องงานวิจัยอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาจะพบปัญหาผิดปกติบ้าง เช่น กรณีการคัดลอกผลงานของผู้อื่นโดยไม่มีการอ้างอิง ส่วนการซื้องานวิจัยยังไม่พบปัญหา ซึ่งกรณีการซื้องานวิจัยถือว่าเป็นความผิดทางจริยธรรมทางวิชาการอย่างร้ายแรง ทำให้วงการวิชาการขาดความน่าเชื่อถือ ในส่วนของมหาวิทยาลัยเอกชนทราบว่า นายสมศักดิ์ รุ่งเรือง อธิการบดีวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก นายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (สสอท.) มีการออกแถลงการณ์ไม่สนับสนุนเรื่องดังกล่าว เช่นเดียวกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ออกแถลงการณ์ไม่สนับสนุนออกมาแล้วก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ม.สยาม ไม่สนับสนุนเรื่องการทำผิดทางวิชาการอยู่แล้ว ส่วนการทำวิจัยของอาจารย์นั้นยังต้องสนับสนุนต่อไป เพราะนอกจากพันธกิจเรื่องการสอนแล้วอาจารย์ยังต้องทำภารกิจอื่นประกอบด้วย ทั้งบริหารวิชาการและการทำวิจัย เพื่อพัฒนาตนเองและพัฒนาการเรียนการสอน รวมถึงคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อพัฒนาประเทศด้วย ส่วนเรื่องการทำผิดจริยธรรมทางวิชาการนั้นเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกคนต้องมาช่วยกันแก้ปัญหา วางแนวทางแก้ไขต่อไป

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

อยากให้อาจารย์ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ ใครที่คิดว่าเคยทำอะไรแล้วคนไม่รู้ อย่าลืมว่าปัจจุบันเป็นยุคที่เราสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้ทุกที่ ทุกเวลา สมัยที่ตนเป็นอธิการบดี สจล.ก็เคยได้รับการร้องเรียนลักษณะนี้ ก็ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง ส่วนที่หลายคนมองว่าสาเหตุที่อาจารย์ต้องซื้องานวิจัย เพราะมหาวิทยาลัยต้องการเพิ่มอันดับมหาวิทยาลัยโลกนั้น มองว่าไม่เกี่ยวกัน และไม่เป็นความจริง ไม่ใช่ความผิดของมหาวิทยาลัยที่ต้องการมุ่งไประดับโลก แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับจรรยาบรรณส่วนบุคคลมากกว่า

กฤษณพงศ์ กีรติกร
นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.)

ในส่วนของ ม.เกษตร ทราบว่า นายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดี มก. ได้มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และได้รายงานให้ตนรับทราบเป็นระยะ เบื้องต้นพบอาจารย์ที่มีปัญหาซื้องานวิจัย แต่ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน คาดว่านายจงรักจะรายงานให้ที่ประชุมสภา มก.รับทราบเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ เชื่อว่าในทางปฏิบัติไม่น่าจะมีปัญหา โดยได้กำชับไปว่าให้ดำเนินการตรวจสอบ หากพบให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศออกมาอย่างเคร่งครัด ผมคิดว่าการแก้ปัญหาเรื่องนี้คงต้องกลับไปดูที่จริยธรรมส่วนบุคคล เพราะหากมีจริยธรรมก็จะไม่ทำเรื่องที่ผิด ขณะที่คณะกรรมการวิชาการเองก็อาจจะต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้มากขึ้น หากพบว่างานวิจัยชิ้นใดที่ผิดสังเกตก็ไม่ควรปล่อยผ่าน