หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา พระสังฆราช ทร...

พระสังฆราช ทรงเปิดโครงการ ‘พระบริบาลภิกษุไข้’ ประจำวัด 1 วัด 1 รูปทั่วไทย ฉลองพระชนมายุ 8 รอบ

6.02.23 | 16:53 น.

พระสังฆราช ทรงเปิดโครงการ ‘พระบริบาลภิกษุไข้’ ประจำวัด 1 วัด 1 รูปทั่วไทย ฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 96 พรรษา

เมื่อเวลา 13.50 น.วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพฯ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เปิดโครงการอบรม “พระบริบาลภิกษุไข้” ประจำวัด 1 วัด 1 รูป ทั่วไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยพระมหาเถร เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด นพ.วิชัย เทียนถาวร อธิการดีสถาบันพระบรมราชชนก ผู้บริหาร และบุคลากรของ สธ.เฝ้ารับเสด็จ

จากนั้น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเข้าสู่ศาลาสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธรรมธรมหาเถระ) ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย โดยพระพรหมมุณี เจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร นายอนุทิน และคณะผู้บริหารระดับสูง ถวายเครื่องสักการะตามลำดับ

นายอนุทินกราบทูลรายงานแผนการอบรมโครงการพระบริบาลภิกษุไข้ ตอนหนึ่งว่า ในบริบทของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน รวมถึงกลุ่มพระภิกษุ สามเณร จากการสำรวจสุขภาพพระภิกษุ สามเณรทั่วประเทศ จำนวน 252,851 รูป พบว่ามีพระภิกษุ สามเณร ที่มีภาวะเสี่ยงด้านปัญหาสุขภาพร้อยละ 19 และอาพาธร้อยละ 28.50 ส่วนใหญ่เจ็บป่วยด้วยภาวะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือโรค NCDs มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไตวายเรื้อรัง และโรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระภิกษุสูงวัย ไม่มีผู้ดูแล เมื่อพระภิกษุและสามเณร เกิดการเจ็บป่วยขึ้นบางส่วนกลายเป็นอุปสรรค และมีข้อจำกัดในการดูแลพระสงฆ์และสามเณรที่อาพาธ จะต้องสอดคล้องกับวิถีสมณะ เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีความเฉพาะต้องใช้ชีวิตภายใต้สิกขาบท ศีล 227 ข้อ

Advertisement

“ที่ผ่านมา พบว่าพระภิกษุ สามเณรอาพาธ ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แล้วกลับมาพักรักษาตัวที่วัด จำเป็นจะต้องมีพระภิกษุ 1 รูปมาดูแล ดังนั้น การพัฒนาสมรรถนะพระภิกษุในการดูแลพระที่อาพาธเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และในโอกาสเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ฉลองพระชนมายุครบ 8 รอบ 96 พรรษา สถาบันพระบรมราชชนกจึงจัดโครงการอบรมพระบริบาลภิกษุไข้ ประจำวัด 1 วัด 1 รูป ทั่วไทยขึ้น เพื่อให้พระภิกษุมีองค์ความรู้ การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และเป็นผู้ดูแลพระภิกษุที่อาพาธภายในวัด รวมทั้งทำหน้าที่ขณะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล” นายอนุทินกล่าว

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาทและพระคติธรรม ตอนหนึ่งว่า ขออนุโมทนาสาธุ การที่ท่านทั้งหลายมาร่วมโครงการบริบาลภิกษุไข้ ประจำวัด 1 วัด 1 รูปทั่วไทย ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่อาตมภาพ เนื่องในโอกาสที่จะมีอายุ 8 รอบ การที่ท่านทั้งหลายได้ร่วมกันสนับสนุนให้พระภิกษุ สามเณร มีความรู้ ความสามารถทางด้านสาธารณสุขพื้นฐาน โดยกำหนดเป้าหมายเบื้องต้นให้ 1 วัด มีพระภิกษุผู้สามารถบริบาลภิกษุอาพาธได้อย่างน้อย 1 รูป ทั่วราชอาณาจักร นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งใหญ่ต่อคณะสงฆ์ ทั้งนี้ มหาเถรสมาคมได้รับทราบโครงการแล้ว ด้วยความรู้สึกชื่นชมและอนุโมทนาสาธุการในความดำริริเริ่มอันยอดเยี่ยมของสถาบันพระบรมราชชนกและ สธ.

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างในการบริบาลพระภิกษุไข้ด้วยพระองค์เอง แม้ทรงสถิตในที่พระบรมศาสดา แต่ก็ยังทรงเอาพระทัยใส่สอดส่องดูแลพระภิกษุสงฆ์ เสด็จไปทรงสำรวจตรวจตราความเป็นอยู่ และทรงบริบาลภิกษุอาพาธ ด้วยความเต็มพระทัย มิได้ทอดทิ้ง แม้ต้องทรงสัมผัสกับปฏิกูล หรือความยากลำบาก ก็มิได้ทรงรังเกียจ นับเป็นแบบอย่างของบรรพชิต ซึ่งได้บรรพชาอุปสมบทอุทิศชีวิตถวายไว้แด่พระองค์ ให้มุ่งมั่นเจริญรอยตาม

เชิญชวนท่านทั้งหลายได้มาร่วมอุดมการณ์ในการบริบาลพระภิกษุไข้ในวาระนี้ ฟังกระแสพระพุทธดำรัส ดังที่อาตมภาพจะขอเชิญมาเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินโครงการ ความว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอไม่มีมารดา ไม่มีบิดา ผู้ใดเล่าจะพึงพยาบาลพวกเธอ ถ้าพวกเธอจักไม่พยาบาลกันเอง ใครเล่าจักพยาบาล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดจะพึงอุปัฏฐากเรา ผู้นั้นพึงพยาบาลภิกษุอาพาธ ถ้าไม่มีอุปัชฌายะ อาจารย์ สัทธิวิหาริก อันเตวาสิก ภิกษุผู้ร่วมอุปัชฌายะ หรือภิกษุผู้ร่วมอาจารย์ สงฆ์ต้องช่วยกันพยาบาล ถ้าไม่พยาบาล ต้องอาบัติ”

พระพุทธดำรัสนี้ แสดงให้เห็นประจักษ์ว่า พระสงฆ์มี “หน้าที่” ที่จะต้องบริบาลรักษาดูแลกัน จะทอดทิ้งกันมิได้ เพราะฉะนั้น การที่สาธุชนมาช่วยถวายความรู้ ให้พระสงฆ์มีความสามารถในการบริบาล จึงเป็นบุญกุศลอย่างยิ่งใหญ่ เป็นการเกื้อกูลให้พระภิกษุสงฆ์ปฏิบัติตนตามครรลองพระธรรมวินัย เพื่อการบำเพ็ญสมณธรรมได้อย่างแท้จริง สมตามนัยแห่งพระพุทธานุศาสนี

ขอฝาก สธ.ให้จัดทำโครงการอันมีประโยชน์นี้ โดยต่อเนื่องสืบไปเป็นประจำ เพื่อผลิตพระสงฆ์ ผู้มีความรู้ความสามารถในการบริบาล ให้เพิ่มพูนขึ้นจากรุ่นสู่รุ่น กับทั้งขออานุภาพแห่งบุญกุศลอันเลิศนี้ จงอำนวยศุภผลให้ท่านทั้งหลายจงเจริญอายุ วรรณะ สุขะ พละ ตลอดจนปฏิภาณ และธรรมสารสมบัติ เพื่อเป็นกำลังในการเกื้อกูลประโยชน์ของหมู่คณะ และส่วนรวม ยิ่งๆ ขึ้นสืบไป