‘ตรีนุช’ หวั่น พ.ร.บ.การศึกษาชาติฯ คลอดไม่ทันรัฐบาลชุดนี้
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ ที่ประชุมรัฐสภาจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … อีกครั้ง ซึ่งตนทราบว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังเหลืออีกหลายมาตรา เพราะจากการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา พิจารณาได้ 14 มาตราเท่านั้น จากที่มีทั้งหมด 110 มาตรา ส่วนจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวเสร็จทันรัฐบาลนี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับรัฐสภาว่าจะวางแผนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้อย่างไร เพราะขณะนี้เวลาเหลือน้อย และใกล้ที่จะปิดสมัยประชุมสภาแล้ว ในส่วนของ ศธ. มีหน้าที่สะท้อนให้เห็นว่าในฐานะที่เป็นหน่วยปฏิบัติ มีมุมมองแต่ละมาตราอย่างไร และพยายามที่จะให้ข้อมูลกับสมาชิกรัฐสภาอย่างรอบด้าน เพื่อให้สมาชิกตัดสินโหวต
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีองค์กรครู ออกมาคัดค้านไม่อยากให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่าน เพราะมีหลายมาตราที่อาจจะส่งผลกระทบกับการศึกษาในอนาคต น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ ศธ. ได้ให้ข้อสังเกต 4 ประเด็น ให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณา ดังนี้ 1.การจัดการศึกษาโดยผู้ปกครอง (Home School) ในมาตรา 13 ควรให้ ศธ.ส่งเสริม สนับสนุน กำกับ ติดตาม ประเมินผล ตามที่คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติกำหนด เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ 2.ให้สถานศึกษาเป็นนิติบุคคล ในมาตรา 20 ควรให้สถานศึกษาเฉพาะสังกัด ศธ.เป็นนิติบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาของรัฐในแต่ละสังกัด
3.การสรรหาและคุณสมบัติของผู้บริหารสถานศึกษา ในมาตรา 40 นั้น ผู้บริหารสถานศึกษานอกจากเคยเป็นครูและรองผู้บริหารแล้ว ต้องมีความรู้เรื่องบริหารการศึกษา และให้คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ เป็นผู้กำหนดแนวทางการสรรหาและพัฒนาผู้บริหาร เพื่อให้ได้ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีศักยภาพและไม่ทำให้เกิดภาระแก่คณะกรรมการสถานศึกษาเกินสมควร และ 4.ให้บุคลากรทางการศึกษาอื่นที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาได้รับเงินวิทยฐานะ ควรกำหนดให้ชัดเจนในมาตรา 41 เพื่อมีความชัดเจนว่าบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่เคยได้รับเงินวิทยฐานะอยู่แล้วในปัจจุบันยังคงได้เงินวิทยฐานะเช่นเดิม และที่ผ่านมา ศธ.ได้ประชุมรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น แกนนำครู องค์กรครูต่างๆ ซึ่ง ศธ.ก็ได้รวบรวมข้อมูลที่รับฟังมาสะท้อนให้รัฐสภารับทราบ ทั้งนี้ ส่วนร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว จะเสร็จทันรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐสภา

