สุจิตต์ วงษ์เทศ : บ้านเกิด โรงเรียนเก่า

15.02.23 | 12:33 น.
ระเบียงคดไม้ รอบต้นโพธิ์ อยู่ที่วัดต้นโพธิ์ฯ อ. ศรีมโหสถภ จ. ปราจีนบุรี มีผู้บันทึกว่า โพธิ์ต้นนี้แตกหน่อจากกิ่งก้านโดยรอบประมาณ 50 เมตร ขนาดรอบลำต้นประมาณ 25 เมตร สูงประมาณ 30 เมตร (รูปเก่าของเอกชนมากกว่า 55 ปีมาแล้ว เรือน พ.ศ. 2511)

ภาษาพูดผมได้จากบ้านเกิด ส่วนภาษาเขียนผมได้จากโรงเรียนเก่า แล้วใช้ทำมาหากินด้วยการเขียนหนังสือจนทุกวันนี้

บ้านเกิด คือ บ้านด่าน ผมเกิดเมื่อ พ.ศ. 2488 ที่บ้านด่าน [ต. โคกปีบ อ. ศรีมหาโพธิ (อ่าน สี-มะ-หา-โพด) ปัจจุบันแยกเป็น อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี]

แม่ชื่อลิ้นจี่ (เป็นลูกเจ๊กชาวนา พูดแต้จิ๋ว) พ่อชื่อสำเภา (เป็นลูกลาวพวน ถูกกวาดต้อนสมัย ร.3) ต้นตอ “เจ๊กปนลาว” (จปล.)

พ่อเคยบวชเป็นพระ(ภิกษุ)อยู่วัดเทพธิดาราม กรุงเทพฯ (สุนทรภู่จำพรรษาวัดนี้) สอบบาลีได้ประโยค 3 เป็น “มหา” ได้ขอให้เจ้าคุณวัดเทพธิดาราม ตั้งชื่อ “สุจิตต์” แล้วผูกดวงไว้ ดังนี้

Advertisement

สุจิตต์ วงษ์เทศ เกิดเมื่อวันศุกร์ ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 5  ปีระกา เวลา 21.00 น. ตรงกับวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2488

๏ บ้านกูอยู่บ้านด่าน                              ดงปรา จีนโวย

เกิดศุกร์เดือนห้าระกา                           ค่ำเก้า

ขึ้นยี่สิบเอ็ดนา                                        ฬิกาสัป ต ศกนอ

ชื่อสุจิตต์วงษ์เทศเช้า                             ชอบลิ้มรสชา ฯ

[จากหนังสือ นักกลอนบ่อนเข้าแช่ พระนิพนธ์ หม่อมเจ้าจันทร์จิรายุ รัชนี (พ. ณ ประมวลมารค-โอรส น.ม.ส.) สำนักพิมพ์ดวงกมล พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2520 หน้า 566]

วัน-เดือน-ปีเกิด ตามดวงชะดาที่พระผูกไว้ คำนวณโดย “พลูหลวง” แล้วมีคำทำนายด้วย (แต่ไม่ได้คัดมา)

โคลง “บ้านกูอยู่บ้านด่าน” ตอนแรกผมแต่งไว้อ่านเองสนุกๆ แต่ “ท่านจันทร์”  (หม่อมเจ้าจันทร์จิรายุ รัชนี) ทรงได้อ่านแล้วไม่โปรด จึงตรวจแก้เพิ่มเติมให้ใหม่ดังที่คัดมานั้น

โรงเรียนเก่า คือ “โรงเรียนวัดต้นโพธิ์” ตอนผมเป็นนักเรียนที่นี่ มีชื่อทางการว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ” ต. โคกปีบ อ. ศรีมหาโพธิ จ. ปราจีนบุรี (ปัจจุบันเป็น อ. ศรีมโหสถ)

วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ (อ่าน สี-มะ-หา-โพด) ได้ชื่อจากต้นโพธิ์ใหญ่ (สมัยแรกมีวิหารคดล้อมรอบทำด้วยไม้เนื้อแข็ง) เป็นต้นโพธิ์เก่าแก่มาก ร.5 เคยมีพระราชหัตถเลขาถึงโพธิ์ต้นนี้ ส่วนชาวบ้านเชื่อว่าเป็นโพธิ์อินเดีย แต่หลักฐานไม่มี เลยเชื่อตามลำบาก

บริเวณต้นโพธิ์มีซากศาสนสถานเป็นหินและศิลาแลง พร้อมด้วยสระน้ำโบราณ (ฝีมือมนุษย์ขุด) เป็นส่วนหนึ่งของเมืองมโหสถ สมัยการค้าโลก (ทวารวดี) ราวหลัง พ.ศ. 1000

เข้าเรียนโรงเรียนวัดต้นโพธิ์ ตามเกณฑ์ของรัฐบาล

ชั้นประถมปีที่ 1 พ.ศ. 2495 (อายุ 7 ขวบ)

ชั้นประถมปีที่ 4 พ.ศ. 2498 (อายุ 10 ขวบ)

จากนั้นเกาะชายจีวรพระเข้ากรุงเทพฯ เรียนชั้นมัธยมปีที่ 1 (โรงเรียนวัดมกุฏกษัตริย์ ใกล้สะพานมัฆวาน กรุงเทพฯ)

อุปกรณ์ไปโรงเรียน ไม่มีหนังสือเรียน มีกระดานชนวน 1 แผ่น กับดินสอเขียนระดานชนวน 1 แท่ง ไม่มีกระเป๋าใส่อุปกรณ์ ส่วนกระดานชนวนกับดินสอต้องห่อและถือไป-กลับ

ท่องจำ เป็นหลัก ดังนั้นทุกวันก่อนเลิกเรียนต้องท่องสูตรคูณ และท่อง ก.ไก่ ถึง ฮ.นกฮูก

การแต่งตัว ไม่มีเครื่องแบบนักเรียน แต่งไปโรงเรียนเหมือนไปนอกบ้านในชีวิตปกติ มีชุดเดียว ซักบ้าง ไม่ซักบ้าง ไม่มีถุงเท้า-รองเท้า เดินตีนเปล่า

ชาย เสื้อ-กางเกง ตามสะดวก ที่มีในชีวิตประจำวัน

หญิง ผ้าถุงสีน้ำเงิน, สีกรมท่า มีเชือกผูกเอว (ไม่มีเข็มขัด เพราะราคาแพง) เสื้อขาวหรือเสื้ออะไรก็ได้

ทรงผม ตามสะดวก แต่ไม่มีใครไว้ผมยาวแปลกปลอม เพราะกลัวเหากินหัว ซึ่งมีบ่อย และมีมาก

ไปโรงเรียน ตีนเปล่า (ไม่มีถุงเท้า ไม่มีรองเท้า)

เช้า ครูเคาะระฆังประมาณ 8 โมงกว่า นักเรียนเข้าแถวยืนหน้าเสาธง ร้องเพลงชาติ

กลางวัน พัก 11.00 น. เดินกลับบ้าน หรือวัด กินข้าวกลางวัน แล้วเข้าเรียนต่อ

เย็น เลิกเรียก 15.00 น. เดินกลับบ้าน

หน้าฝน ถ้ามีพายุ จะเลิกก่อนเวลา

เวลาเรียน สัปดาห์ละ 5 วันครึ่ง หยุดวันโกน (ครึ่งวัน) กับวันพระ (เต็มวัน) ไม่มีหยุดเสาร์-อาทิตย์

วันโกน หมายถึง ก่อนวันพระหนึ่งวัน เป็นวันพระสงฆ์ปลงผม (คือ โกนผม)

วันพระ หมายถึง วันขึ้นและแรม 8 ค่ำ กับ 15 ค่ำ เดือนหนึ่งมี 4 ครั้ง

บ้านด่านกับโรงเรียนวัดต้นโพธิ์อยู่ห่างกันราว 1 กิโลเมตร จากบ้านต้องเดินไปโรงเรียนตามคันนาใหญ่ เลาะชายเนินดินดอนลาดลงทุ่งโล่ง เชื่อมบ้านกับวัด (ไม่เป็นถนน)

ด้านตะวันตก เป็นทุ่งนาโล่งโถงมองสุดลูกหูลูกตาเหมือนทะเลสาบต้นข้าว (ไม่มีขวางกั้นด้วยพุ่มไม้หรือชุมชน)

ด้านตะวันออก เป็นดงใหญ่บนเนินกว้าง เรียกในพงศาวดารว่า “ดงศรีมหาโพธิ์”

หน้าแล้ง คันนาใหญ่มีฝุ่น

หน้าฝน คันนาใหญ่มีโคลนเป็นบ่อนๆ เมื่อเดินจากบ้านไปโรงเรียนถ้าพลาดก็ลื่นหกล้มเลอะเทอะ

วัดต้นโพธิ์ฯ ดงศรีมหาโพธิ์ 

ระเบียงคดไม้ รอบต้นโพธิ์ อยู่ที่วัดต้นโพธิ์ฯ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี มีผู้บันทึกว่า โพธิ์ต้นนี้แตกหน่อจากกิ่งก้านโดยรอบประมาณ 50 เมตร ขนาดรอบลำต้นประมาณ 25 เมตร สูงประมาณ 30 เมตร (รูปเก่าของเอกชนมากกว่า 55 ปีมาแล้ว เรือน พ.ศ. 2511)

วัดต้นโพธิ์ฯ อยู่ในดงศรีมหาโพธิ์ ได้ชื่อจากโพธิ์ต้นหนึ่ง เป็นที่สักการบูชาของชาวบ้านทั้งใกล้และไกล มีในพระราชหัตถเลขา ร.5 ความว่า

“ดงศรีมหาโพธิ์นี้ ได้ชื่อจากต้นโพธิ์ต้นหนึ่ง ซึ่งว่าเป็นโพธิ์เก่าแก่ เป็นที่นับถือสักการบูชา” 

“โพธิ์นั้นตั้งอยู่บนโนน แต่คนแก่เขาบอกว่าไม่ใช่โนน เป็นทรายที่คนนับถือไปบูชา กองพอกๆ ขึ้นไปจนเป็นโนนสูงสัก 6 ศอกเศษ”

วัดต้นโพธิ์ฯ สมัย ร.5 มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว คือ ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิฯ และพระบาทจําลอง ถึงฤดูเดือนห้าของทุกปี มีงานนมัสการต้นโพธิ์และพระบาทจําลอง และมีจุดบั้งไฟกับดอกไม้เพลิง มีติดตลาดนัดซื้อขาย 2-3 วัน ร.5 มีพระราชหัตถเลขาเล่าว่า

“ฤดูเดือนห้า ราษฎรพากันไปไหว้ต้นโพธิ์และพระบาท มาแต่ไกลจากเมืองพนมสารคาม ท่าประชุมและที่อื่นๆ เป็นตลาดนัดซื้อขายจอแจกัน 2 วัน 3 วัน และมีดอกไม้เพลิงบ้องไฟ เป็นต้น มาจุดในการนักขัตฤกษ์นี้”