แท้งแล้ว! ‘ตรีนุช’ ยอมรับ พ.ร.บ.การศึกษาฯ คลอดไม่ทันรัฐบาลนี้ หลังเข้าสภา 3 ครั้งองค์ประชุมไม่ครบ รอลุ้นรัฐบาลใหม่
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า รัฐสภาจะปิดสมัยการประชุมในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ทำให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …ไม่สามารถดำเนินการได้ทันในรัฐบาลนี้ เนื่องจากเวลาที่ค่อนข้างจำกัด ขณะที่ตัวกฎหมายมีหลายมาตราที่ต้องพิจารณาให้ละเอียด หากมีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่ กฎหมายฉบับดังกล่าวก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ ว่าจะยืนยันกฎหมายนี้ให้เข้าสู่การพิจารณาหรือไม่ หากยืนยันก็สามารถพิจารณาต่อไปทันที
นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า หากว่าโดยหลักการกฎหมายยังไม่ตก เพราะยังไม่ยุบสภาฯ แต่ทางเทคนิคยอมรับว่าไม่สามารถพิจารณาต่อไป ถือเป็นกฎหมายค้างทอรัฐสภา โดยมีการพิจารณาไปแล้ว 16 มาตรา จากทั้งหมด 110 มาตรา เหตุที่ไม่สามารถพิจารณาได้ทันเพราะองค์ประชุมไม่ครบทั้ง 3 ครั้งที่กฎหมายฉบับเข้าสู่วาระการประชุมของรัฐสภา ทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อได้
นายตวงกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อมีรัฐบาลใหม่ สามารถเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายฝน 60 วัน หลังมีรัฐบาลใหม่ หาก ครม.ยืนยันพิจารณาต่อ ก็เสนอให้รัฐสภาดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ส่วนตัวมั่นใจ ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลจะเดินหน้าพิจารณากฎหมายฉบับนี้ต่ออย่างแน่นอน เพราะกฎหมายฉบับนี้ ทุกพรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาในชั้น กมธ.วิสามัญฯ และเห็นตรงกันในเรื่องสำคัญๆ ที่ต้องกำหนดไว้ในกฎหมาย โดยเฉพาะการกำหนดคุณลักษณะของผู้เรียนแต่ละช่วงวัย ว่าต้องมีสมรรถนะให้บ้าง มีห้องเรียนแบบใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์ในยุคไซเบอร์ มีสถานศึกษาแบบใหม่ ที่ไม่ใช่ของผู้อำนวยการโรงเรียน แต่จะต้องแปลงสภาพเป็นห้องทดลองของผู้เรียน โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม และสุดท้าย มีครูแบบใหม่ ที่ไม่ได้สอนหน้ากระดานดำเหมือนเดิม แต่ต้องเป็นครูที่ครบเครื่องสอนได้ทั้งออนไลน์ ออนไซต์ เป็นนักบริหารจัดการการศึกษาที่ดี
“ผมมั่นใจว่า รัฐบาลใหม่จะเร่งผลักดันกฎหมายการศึกษา เพราะเป็นเรื่องของส่วนร่วม หากต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ก็ต้องหันมาร่วมมือกัน จะหมกมุ่นอยู่กับตำแหน่งหรือผลประโยชน์ส่วนบุคคลไม่ได้ ส่วนกลุ่มที่ยังออกมาคัดค้านและขอให้ปรับแก้นั้น ก็อยากให้มองที่ประโยชน์ส่วนรวมและร่วมมือกันมากกว่า” นายตวงกล่าว

