เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม นายขจร จิตสุขุมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. … และมีมติให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เกี่ยวกับมาตรา 25 แห่งร่าง พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม ที่กำหนดให้ผู้สำเร็จเปรียญธรรม (ป.ธ.) 6 ประโยค เทียบเท่ากับวุฒิปริญญาตรี, ป.ธ. 8 ประโยค เทียบเท่ากับวุฒิปริญญาโท และ ป.ธ.9 ประโยค เทียบเท่ากับวุฒิปริญญาเอก เพื่อให้การเทียบเคียงวุฒิเป็นไปตามหลักสูตรและเกณฑ์มาตรฐานของ กกอ. โดยเบื้องต้น พศ.ได้ยกร่างระเบียบคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรมว่าด้วยการศึกษาวิชาสามัญตามเกณฑ์มาตรฐาน กกอ.แล้วนั้นว่า เท่าที่ดูผู้ยกร่างระเบียบ พยายามที่จะให้ขั้นตอนและกระบวนการเข้ากับเกณฑ์มาตรฐานของ กกอ. อาทิ ต้องทำสารนิพนธ์ ทำดุษฎีนิพนธ์ ต้องสอบผ่านภาษาอังกฤษ เป็นต้น แต่ส่วนตัวพูดไม่ได้ว่าร่างระเบียบดังกล่าวเข้าหรือไม่เข้ากับหลักเกณฑ์มาตรฐานของ กกอ. เพราะต้องนำเข้าไปหารือในที่ประชุมคณะอนุกรรมการด้านมาตรฐานการอุดมศึกษาก่อน แล้วจึงจะเข้าสู่การประชุมของ กกอ. ที่สำคัญต้องมาพิจารณาด้วยว่าหลักสูตรการศึกษาพระปริยัติธรรม มีปรัชญา แนวคิด และวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษา ตรงกับปรัชญา แนวคิด และวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา ระดับปริญญาตรี โท และเอก หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ตนไม่ทราบ ต้องนำหลักสูตรการศึกษาพระปริยัติธรรมมาพิจารณาร่วมด้วย
“ถ้า พศ.ต้องการเทียบเคียง ป.ธ.กับคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา ก็ต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของ กกอ. เพรา พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติกำหนดให้ กกอ.มีบทบาทหน้าที่ในการกำกับดูแลมาตรฐานการศึกษาระดับอุดมศึกษาของประเทศ แต่ถ้าไม่ต้องการเทียบเคียง ก็ไม่ต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของ กกอ.ก็ได้” นายขจรกล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม การจะเข้าสู่ที่ประชุม กกอ.ได้ ก็ต้องผ่านที่ประชุมคณะอนุกรรมการด้านมาตรฐานการอุดมศึกษาก่อน ดังนั้น การพิจารณาของ กกอ.ในเรื่องนี้ไม่น่าจะทันเดือนธันวาคมนี้ เพราะขณะนี้ทาง พศ.ยังไม่ได้ประสานมายัง สกอ. อีกทั้งการประชุม กกอ.จะมีขึ้นประมาณกลางเดือนธันวาคมนี้” นายขจรกล่าว
ด้านนายบุญเลิศ โสภา ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา สำนักงาน พศ. กล่าวว่า ขณะนี้ พศ.ได้จัดทำร่างระเบียบคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรมว่าด้วยการศึกษาวิชาสามัญตามเกณฑ์มาตรฐาน กกอ.เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีสาระสำคัญดังนี้ ระดับปริญญาตรี คือ การศึกษาวิชาสามัญสำหรับผู้สำเร็จ ป.ธ. 6 ประโยค ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่ กกอ. หรือคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรมกำหนด ระดับปริญญาโท คือ การศึกษาวิชาสามัญสำหรับผู้สำเร็จ ป.ธ. 8 ประโยค ต้องสอบวัดคุณสมบัติใน 3 รายวิชา ดังนี้ 1.ศึกษาระเบียบวิธีวิจัย 2.สัมมนาพระไตรปิฎก 3.ศึกษาเฉพาะเรื่องในพัฒนาการแห่งพระพุทธศาสนา ส่วนเงื่อนไขในการสำเร็จการศึกษา มีดังนี้ 1.ต้องทำสารนิพนธ์เป็นภาษาบาลี เพื่อสอบวัดคุณสมบัติ 1 เรื่อง ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับรายวิชาสัมมนาพระไตรปิฎก หรือรายวิชาศึกษาเฉพาะเรื่องในพัฒนาการแห่งพระพุทธศาสนา 2.เสนอโครงร่างสารนิพนธ์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับรายวิชาสัมมนาพระไตรปิฎก หรือรายวิชาศึกษาเฉพาะเรื่องในพัฒนาการแห่งพระพุทธศาสนา ที่กำหนดให้สอบคุณสมบัติ เพื่อขอสอบสารนิพนธ์ พร้อมความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ส่วนระเบียบปฏิบัติอื่นๆ ให้ถือปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม เรื่องการสอบวัดคุณสมบัติหลักสูตรบัณฑิตศึกษา 3.ต้องสอบผ่านสารนิพนธ์เป็นภาษาบาลี และ 4.ต้องสอบผ่านภาษาอังกฤษจากสถาบันภาษาตามที่ กกอ. หรือคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรมกำหนด และเลือกสอบภาษาต่างประเทศอีก 1 ภาษา คือ ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน ภาษาเยอรมัน หรือภาษาฝรั่งเศส
นายบุญเลิศกล่าวต่อว่า ระดับปริญญาเอก คือ การศึกษาวิชาสามัญสำหรับผู้สำเร็จ ป.ธ. 9 ประโยค ต้องสอบวัดคุณสมบัติใน 3 รายวิชา ต่อไปนี้ 1.สัมมนาพระไตรปิฎก 2.ศึกษาเฉพาะเรื่องในพัฒนาการแห่งพระพุทธศาสนา และ 3.สัมมนาพระพุทธศาสนากับวิทยาการสมัยใหม่ โดยมีเงื่อนไขในการสำเร็จการศึกษา ดังนี้ 1.ต้องทำดุษฎีนิพนธ์เป็นภาษาบาลี เพื่อสอบวัดคุณสมบัติ 1 เรื่อง ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับรายวิชา 3 วิชาดังกล่าว วิชาใดวิชาหนึ่ง 2.ต้องเสนอโครงร่างดุษฎีนิพนธ์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับรายวิชาที่กำหนดให้สอบคุณสมบัติ เพื่อขอสอบดุษฎีนิพนธ์ พร้อมความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ส่วนระเบียบปฏิบัติอื่นๆ ให้ถือปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม เรื่องการสอบวัดคุณสมบัติหลักสูตรบัณฑิตศึกษา 3.ต้องสอบผ่านภาษาอังกฤษจากสถาบันภาษา ตามที่ กกอ. หรือคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรมกำหนด และเลือกสอบภาษาต่างประเทศ อีก 1 ภาษา คือ ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน ภาษาเยอรมัน หรือภาษาฝรั่งเศส และ 4.ดุษฎีนิพนธ์ต้องได้รับการเผยแพร่ทางวารสารทางวิชาการที่มีมาตรฐาน
“การยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม เพื่อรองรับการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม แผนกบาลี และแผนกสามัญศึกษา เนื่องจากยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป วงการสงฆ์เริ่มขาดแคลนศาสนทายาทเนื่องจากมีผู้เข้ามาบวชน้อยลง ด้วยเหตุนี้ พศ.และแวดวงสงฆ์จึงพยายามหามาตรการที่จะจูงใจให้บุรุษเข้ามาบวชเรียนมากขึ้น แม้ไม่ได้บวชไปตลอดชีวิต แต่อย่างน้อยเมื่อลาสิกขาไปแล้ว ย่อมเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าด้วยว่ามีหลักธรรมในการดำเนินชีวิตและยังมีวุฒิทางการศึกษาติดตัวอีกด้วย นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะยังเป็นเครื่องการันตีให้ครูผู้สอนนักธรรม นักบาลี และครูแผนกสามัญศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีความมั่นคงมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันไม่มีกฎหมายรองรับ ทำให้ครูขาดความมั่นคง ขาดสวัสดิการ และความก้าวหน้า ทำให้เกิดปัญหาครูหมุนเวียนอยู่บ่อยครั้ง เพราะมักลาออกไปสอบบรรจุเข้ารับราชการและไปประกอบอาชีพอื่น” นายบุญเลิศกล่าว และว่า จากนี้ต้องรอผลการหารือร่วมกับ สกอ.ว่าจะเห็นด้วยกับสาระร่างระเบียบดังกล่าวหรือไม่ โดยทางแวดวงสงฆ์อยากให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว

