‘มณฑล’ แจง รัฐช่วยเหลือร.ร.เอกชน มาตลอด เร่งศึกษาข้อมูลดันเพิ่มค่าอาหารกลางวัน 100%
นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยกรณีสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) สะท้อนปัญหาโรงเรียนเอกชนในปัจจุบัน ซึ่งจากการสำรวจพบผู้ปกครองค้างชำระค่าเทอม 2-3 พันล้านบาท บางแห่งยอมเก็บครึ่งหนึ่ง บางแห่งต้องยกยอมยกค่าเทอมให้ และพยายามรักษาตัวให้รอดโดยไปกู้ยืมเงินจากสถานบันการเงิน ส่วนรัฐบาล 4 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยช่วยเหลือ ด้านผู้บริหารโรงเรียนเอกชน จะรงณรงค์ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนที่มีกว่า 350,000 คน เลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายช่วยเหลือโรงเรียนเอกชน ว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ดำเนินช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนไปแล้วหลายเรื่อง ในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทุกคนได้รับผลกระทบทั้งหมด ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) พยายามใช้กลไกที่มีอยู่มาช่วยเหลือโรงเรียน เช่น ให้โรงเรียนในระบบ กู้ยืมเงิน หรือ ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับโรงเรียน โดยให้กู้ยืมโรงเรียนละไม่เกิน 3 ล้านบาท พร้อมกับลดอัตราดอกเบี้ยจากร้อยละ 4 เป็นร้อยละ 2 ต่อปี และผ่อนชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 6 ปี ส่วนที่โรงเรียนเอกชนบางแห่งออกมาระบุว่า ยื่นเรื่องแล้วแต่ไม่สามารถกู้ยืมได้ เพราะการพิจารณาให้กู้ยืม สช.จะพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระด้วย
นายมณฑล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สช.ได้ช่วยเหลือจัดการวัคซีนโควิด-19 เพื่อให้โรงเรียนเอกชนสามารถกลับมาเปิดสอนโดยเร็วที่สุด พร้อมกับออกมาตรการช่วยเหลือผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาสังกัด ศธ.และนอก ศธ.ทั้งภาครัฐ และเอกชน ระดับชั้นอนุบาลถึงชั้น ม.6 และอาชีวศึกษาทุกสังกัด คนละ 2,000 บาท โดยจ่ายผ่านสถานศึกษา และให้สถานศึกษาจ่ายตรงให้นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครอง
“ที่ผ่านมา ได้มีการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง คือ ปรับอัตราเงินอุดหนุนรายหัวตามความจำเป็นพื้นฐาน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้เรียนและเพิ่มศักยภาพสถานศึกษาในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทั้งสถานศึกษาของรัฐและเอกชน ครอบคลุมการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาทางเลือก โดยปรับเพิ่มแบบขั้นบันไดต่อเนื่อง 4 ปีงบประมาณ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2566-2569 และ ปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวันให้นักเรียนชั้นเด็กเล็ก-ป.6 ตามขนาดของโรงเรียน ที่ผ่านมา สช.พยายามผลักดันให้โรงเรียนเอกชนได้รับเงินอุดหนุนอาหารกลางวัน 100% โดยขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา ได้ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาศึกษาข้อมูล เพื่อผลักดันให้โรงเรียนเอกชนได้รับเงินอาหารกลางวัน 100% เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะนำเสนอให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป” นายมณฑล กล่าว
นายมณฑล กล่าวต่อว่า จากการสำรวจเบื้องต้น ในปี 2565 โรงเรียนเอกชนแจ้งปิดกิจการไปแล้ว 45 แห่ง ซึ่งตนไม่มั่นใจว่าสาเหตุที่โรงเรียนปิดกิจการลงนั้น มาจากผลกระทบของโควิด-19 หรือไม่ ทั้งนี้ในปี 2565 สช.พบว่ามีโรงเรียนเอกชนแจ้งเปิดใหม่ 35 แห่งด้วย อย่างไรก็ตาม สช.ทราบดีว่าโควิด-19 สร้างผลกระทบให้โรงเรียนเอกชน สช.ได้หาทางช่วยเหลือมาตลอด ในขณะที่โรงเรียนเอกชน ก็จะต้องสู้ และปรับคุณภาพการศึกษา เพื่อให้ประชาชนเห็นความแตกต่างและคนสนใจเข้ามาเรียนเพิ่มขึ้นด้วย

