เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (280) 成语故事 (二八〇)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 衣冠禽兽/衣冠禽獸 yī ɡuān qín shòu (อี กวาน ฉิน โฉ้ว) โดย คำว่า 衣 yī (อี) แปลว่า เสื้อ 冠 ɡuān (กวาน) แปลว่า หมวก 禽 qín (ฉิน) แปลว่า สัตว์ปีก 兽/獸 shòu (โฉ้ว) แปลว่า สัตว์สี่เท้า เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง เสื้อ และหมวก ที่ปักลวดลายสัตว์ปีก และสัตว์สี่เท้า เป็นชุดขุนนางของจีนสมัยโบราณ ซึ่งลวดลายสัตว์ที่ปรากฏจะบ่งบอกถึงสถานะของขุนนางคนนั้น แต่เดิมคำนี้เป็นคำที่ใช้เรียกข้าราชการที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรีมาก และผู้ที่สวมใส่ชุดเหล่านี้ก็จะได้รับการเคารพนับถือ แต่เนื่องจากขุนนางจำนวนไม่น้อยที่อาศัยหากินกับชุดอันทรงเกียรตินี้ คำนี้จึงแปลงไปมาก กลายเป็นคำที่ไม่ดีไปเสีย ซึ่งหมายถึงคนเลว คนชั่วในคราบชุดข้าราชการ หรือคนชั่วในคราบนักบุญ มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน
ผู้เขียนคิดว่าหลายๆ ท่านคงเคยดูภาพยนตร์จีนโบราณที่เกี่ยวกับราชวงศ์ และขุนนางในราชสำนัก เหล่าขุนนางแต่งตัวสวยงาม และหลากหลาย ในบทละครแสดงให้เห็นว่าตัวละครบางคนไม่รู้จักกัน แต่เมื่อพบหน้ากัน อีกคนจะรีบทำความเคารพ และแสดงความนอบน้อมอย่างเต็มที่ ซึ่งน่าสงสัยยิ่งว่า เขารู้ได้อย่างไรว่าบุคคลที่อยู่ตรงหน้านั้น มีตำแหน่งแห่งหนใหญ่โตกว่าตน และอยู่สังกัดอะไร เขาจะสังเกตจากอะไร
ในบทความนี้จะขอนำเสนอชุดขุนนางของจีนในสมัยราชวงศ์หมิง 明朝 Mínɡ cháo (หมิงเฉา ค.ศ.1368-1644) จากบันทึกในหนังสือ《明会典》หมิงฮุ่ยเตี่ยน ได้บันทึกถึงข้อกำหนดชุดขุนนางไว้อย่างชัดเจน โดยการแบ่งแยกตำแหน่งขั้น และสังกัดของขุนนาง โดยสามารถสังเกตดูได้จากผ้าลายปักบนชุดเครื่องแบบขุนนาง ซึ่งจะใช้ภาพสัตว์เป็นสัญลักษณ์แตกต่างกันไป โดยขุนนางฝ่ายบุ๋น 文官 wén ɡuān (เหวิน กวาน) (ข้าราชการฝ่ายพลเรือน) จะเป็นปักเป็นรูปสัตว์ปีก 禽 qín (ฉิน) เป็นตัวแทนที่แสดงถึงความมีภูมิความรู้ ส่วนขุนนางฝ่ายบู๊ 武官 wǔ ɡuān (อู่ กวาน) (ข้าราชการฝ่ายทหาร) จะปักเป็นรูปสัตว์สี่เท้า 兽/獸 shòu (โฉ้ว) เป็นตัวแทนที่แสดงถึงความทรงพลังอำนาจ
โดยภาพสัญลักษณ์สัตว์ปีกที่ใช้สำหรับขุนนางฝ่ายบุ๋น กำหนดดังนี้ ขุนนางขั้นหนึ่ง (ขั้นสูงสุด) เป็นภาพนกกระเรียนมงกุฎแดง ขั้นสองเป็นภาพไก่ฟ้าสีทอง ขั้นสามเป็นภาพนกยูง ขั้นสี่เป็นภาพห่านป่า ขั้นห้าเป็นภาพไก่ฟ้าหลังขาว ขั้นหกเป็นภาพนกกระยาง ขั้นเจ็ดเป็นภาพนกเป็ดน้ำ ขั้นแปดเป็นภาพนกขมิ้น และขั้นเก้าเป็นภาพนกกระทา และใช้ภาพสัตว์สี่เท้าสำหรับขุนนางฝ่ายบู๊ โดยกำหนดดังนี้ ขั้นหนึ่ง และขั้นสองเป็นภาพสิงโต ขั้นสามเป็นภาพเสือ ขั้นสี่เป็นภาพเสือดาว ขั้นห้าเป็นภาพหมี ขั้นหก และขั้นเจ็ดภาพแมวเสือ ขั้นแปดภาพแรด ขั้นเก้าเป็นภาพม้าทะเล (กิเลน)
โดยสัตว์สัญลักษณ์เหล่านี้จะปักลงบนผืนผ้าสี่เหลี่ยม 补子/補子 bǔ zi (ปู่ จึ) แล้วจึงนำไปเย็บปะติดกับชุดขุนนางอีกที สำหรับผ้าปักภาพสัตว์นี้มีเรื่องเล่าที่มาว่า

ที่มาภาพ: https://image.baidu.com/search
เมื่อครั้งจักรพรรดินีบูเช็คเทียน 武则天/武則天 Wǔzétiān (อู่เจ๋อเทียน) แห่งราชวงศ์ถัง (ครองราชย์ช่วง ค.ศ.690-705) ได้ครองราชย์แล้ว ทรงพระราชทานผ้าปักภาพสัตว์มงคลที่ทรงพลานุภาพ เช่น กิเลน สิงโต กวาง ให้แก่ขุนนางทั้งหลาย บรรดาขุนนางที่ได้รับจึงนำผ้าพระราชทานนี้ เย็บติดบนชุดขุนนางเพื่อแสดงความปีติยินดี และความภาคภูมิใจ ซึ่งในราชวงศ์ต่อมา จึงนิยมนำผ้าปักลวดลายสัตว์ที่ได้รับพระราชทานมาเย็บติดกับชุดของตน จนมาถึงยุคราชวงศ์หมิง ถึงได้มีข้อกำหนดอย่างเป็นทางการขึ้นดังที่กล่าวข้างต้น
เกี่ยวกับสุภาษิตของครั้งนี้ มีเรื่องเล่าต่อมาว่า ในยุคปลายราชวงศ์หมิง ขุนนางทั้งบุ๋น และบู๊ ฉ้อราษฎร์บังหลวง กดขี่ประชาชนหนักมาก ทำให้ประชาชนหวาดกลัว และเกลียดชังนางยิ่งนัก จึงได้ด่าทอคนเหล่านี้ว่า คนใส่ชุดสัตว์ ซึ่งมีความหมายแฝงว่า แต่งกายข้าราชการที่มีเกียรติ แต่กลับไม่รักษาซึ่งเกียรติ กลับคดโกง และรังแกประชาชน บ้างก็ว่านักต้มตุ๋น หรือข้าราชการชั้นผู้น้อยบางคนที่แอบปักภาพลายสัตว์ที่มีตำแหน่งสูง เพื่อใช้ใส่แล้วเอาไปแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ คำนี้จึงมีความหมายไปในทางลบ ประมาณว่าคนชั่วในคราบข้าราชการ คนเลวในคราบนักบุญ เป็นต้น
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:品德败坏、行为卑劣的人。
成語比喻:品德敗壞、行為卑劣的人。
Chénɡyǔ bǐyù:Pǐndé bàihuài, xínɡwéi bēiliè de rén.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: ผิ่นเต๋อ ไป้ไฮฺว่, สิงเหวย เปย์เลี่ย เตอะ เหริน
ภาษิตเปรียบว่า คนที่ไร้คุณธรรมศีลธรรม มีพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
真没想到经常行善济人的他,原来竟是个无恶不作的衣冠禽兽。
真沒想到經常行善濟人的他,原來竟是個無惡不作的衣冠禽獸。
Zhēn méi xiǎnɡdào jīnɡchánɡ xínɡshàn jìrén de tā, yuánlái jìnɡshì ɡè wú’èbùzuò de yīɡuān qínshòu.
เจิน เหมย เสี่ยงต้าว จิงฉาง สิงฉ้าน จี้เหริน เตอะ ทา, เหยวียนหลาย จิ้งฉื้อ เก้อ อู๋เอ้อปู๋จั้ว เตอะ อีกวาน ฉินโฉ้ว
คาดไม่ถึงจริงๆ เลยว่า คนที่มักจะทำงานการกุศลเป็นประจำอย่างเขา จะกลายเป็นคนเลวคนชั่วในคราบนักบุญไปได้
