เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (281) 成语故事 (二八一)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 韬光养晦/韜光養晦 tāo ɡuānɡ yǎnɡ huì (เทา กวาง หย่าง หุ้ย) โดย คำว่า 韬/韜 tāo (เทา) ในสุภาษิตนี้แปลว่า หลบซ่อน หลบ 光 ɡuānɡ (กวาง) แปลว่า แสง 养/養 yǎnɡ (หย่าง) ในสุภาษิตนี้จะแปลว่า หลบซ่อน หลบ 晦 huì (หุ้ย) แปลว่า ความมืด กลางคืน เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง การหลบซ่อนอยู่ในความมืด การเก็บซ่อนความสามารถอันแท้จริงเอาไว้ การถ่อมตน แต่คำนี้มักใช้แสดงให้เห็นถึงความมุมานะอย่างไม่ยิ่งหย่อน ในขณะเดียวกันก็มีความอ่อนน้อมถ่อมตนไปด้วย แม้จะมีความสามารถมากมายก็ไม่โอ้อวด ซึ่งอาจตรงกับคำว่าคมในฝัก เสือซ่อนเล็บก็น่าจะได้อยู่ มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน
ประเทศจีนในช่วงยุคหลังเปลี่ยนแปลงผู้นำรุ่นที่หนึ่งสู่รุ่นที่สองนั้น เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในลักษณะล้าหลัง ประชาชนอดอยากจากนโยบายปิดประเทศ เมื่อเติ้งเสี่ยวผิงขึ้นสู่อำนาจแล้ว ท่านก็มีแนวคิดการผสมผสานแนวทางประเทศสังคมนิยมเข้ากับระบบสังคมทุนนิยมด้วยการเปิดประเทศ เพราะการเปิดประเทศ และเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติเท่านั้น ที่จะเป็นทางออกในการพัฒนาเศรษฐกิจ และปรับปรุงคุณชีวิตของประชาชนได้ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นนโยบายเปิดประเทศของจีนเมื่อปี 1978 นั่นเอง
หลังจากที่จีนเปิดกว้างทางเศรษฐกิจแล้ว ทำให้ประเทศได้รับการพัฒนาไปอย่างอย่างรวดเร็ว แต่ในระหว่างที่เศรษฐกิจจีนกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วนี้เอง สหภาพโซเวียตก็เกิดการล่มสลาย แตกออกเป็นหลายประเทศในช่วงปี 1991 จึงมีคนถามเติ้งเสี่ยวผิงว่า ประเทศจีนจะทำอย่างไร และหนึ่งในคำสำคัญที่ท่านพูดก็คือ 韬光养晦 tāo ɡuānɡ yǎnɡ huì (เทา กวาง หย่าง หุ้ย) ก็คือจีนจะไม่ยุ่ง ไม่ก้าวก่ายกิจการภายในของประเทศอื่น จีนจะมุ่งพัฒนาแต่ด้านเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ไม่ทำตัวโดดเด่นให้เป็นเป้าของคนอื่น ดังนั้น จะเห็นได้ว่าหลังโซเวียตล่มสลายแล้ว ประเทศจีนก็ยังคงพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง และรวดเร็ว จนปัจจุบันประเทศจีนได้ก้าวขึ้นสู่มหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกไล่หลังสหรัฐอเมริกาแบบหายใจรดต้นคอกันแล้ว
จากคำสุภาษิตที่ท่านเติ้งเสี่ยวผิงให้สัมภาษณ์นี้เอง หากเราไปย้อนดูในประวัติศาสตร์ก็จะพบว่า เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสุภาษิตคำนี้ มันเคยมีเกิดขึ้นมาก่อนแล้วในอดีตหลายๆ เหตุการณ์ โดยเหตุการณ์หนึ่งที่น่าสนใจยิ่งก็คือ ประเทศจีนในยุคจักรพรรดิ 唐宣宗 ถังเซวียนจง Tánɡ Xuānzōnɡ (ครองราชย์ปี ค.ศ.846-859) แห่งราชวงศ์ถัง ในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการก่อการแย่งชิงตำแหน่งแห่งจักรพรรดิกันบ่อยมาก จากบันทึกชีวประวัติถังเซวียนจงในหนังสือบันทึกถัง《旧唐书·宣宗记》《Jiù Tánɡ shū·Xuānzōnɡ jì》(จิ้ว ถัง ฌู·เซวียนจง จี้) กล่าวไว้ว่า ก่อนที่พระองค์จะได้ครองราชย์นั้น พระองค์ทรงมีพระนามว่าองค์ชาย หลี่ เฉิน 李忱 Lǐ Chén

ที่มาภาพ https://new.qq.com/rain/a/20211103A0DKPA00
ท่านทรงออกผนวชเพื่อหนีภัยที่จะเกิดขึ้นจากการแย่งชิงอำนาจกันในหมู่พี่น้อง ในระหว่างที่ท่านผนวชอยู่นั้น แม้กายจะทรงห่มผ้าจีวรอยู่ แต่ใจของท่านกลับไม่เคยนิ่ง และไม่เคยหันไปสู่พุทธธรรมเลย แต่ละวันท่านจะวางแผน และติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่ให้ดูวุ่นวายไปหมด ส่วนภายในราชสำนักนั้น เมื่อท่านออกผนวชก็คิดว่าสิ้นเสี้ยนหนามไปแล้ว แต่ไหนเลยจะรู้ว่า องค์ชายหลี่เฉินได้แอบซ่องสุมกำลังผู้คนอยู่ เมื่อเวลาเหมาะสมแล้ว คนใต้บังคับบัญชาขององค์ชายหลี่เฉินก็ก่อการยึดอำนาจ และองค์ชายหลี่เฉินก็ได้เสด็จฯ กลับวัง และทรงขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 17แห่งราชวงศ์ถัง เรื่องราวการเก็บเนื้อซ่อนตัว 韬光养晦 tāo ɡuānɡ yǎnɡ huì (เทา กวาง หย่าง หุ้ย) เพื่อการใหญ่นี้ จึงถูกกล่าวสืบต่อกันมาแบบนี้นี่เอง
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:隐藏才能,不使外露。
成語比喻:隱藏才能,不使外露。
Chénɡyǔ bǐyù:Yǐncánɡ cáinénɡ,bù shǐ wàilù.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: อิ่นฉาง ไฉเหนิง, ปู้ ฉื่อ ไว้ลู่
ภาษิตเปรียบว่า ปิดซ่อนความสามารถไว้ โดยไม่เปิดเผยออกมา
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
目前还不是好机会,他只有韬光养晦,暗暗地发展自己的势力。
目前還不是好機會,他只有韜光養晦,暗暗地發展自己的勢力。
Mùqián hái búshì hǎo jīhuì,tā zhǐyǒu tāo ɡuānɡ yǎnɡ huì,àn’àn de fāzhǎn zìjǐ de shìlì.
มู่เฉียน ไห ปู๋ฉื้อ ห่าว จีหุ้ย, ทา จื๋อโหย่ว เทา กวาง หย่าง หุ้ย, อั้น อั้น เตอะ ฟาจ่าน จื้อจี่ เตอะ ฉื้อลี่
ยังไม่ใช่โอกาสที่ดีในตอนนี้ เขาจึงทำได้เพียงเก็บซ่อนความสามารถไว้ ค่อยๆ ขยายอิทธิพลของตนไปอย่างลับๆ

