หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา วธ.ปลื้ม ยูเน...

วธ.ปลื้ม ยูเนสโกโชว์ภาพ ‘โนรา’ หราบนปกเฟซบุ๊ก เผยแพร่ทั่วโลก

3.04.23 | 08:05 น.

วธ.ปลื้ม ยูเนสโกโชว์ภาพ ‘โนรา’ หราบนปกเฟซบุ๊ก เผยแพร่ทั่วโลก

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า จากการที่การแสดง “โนรา” ของไทย ได้ประกาศขึ้นทะเบียนโนรา จากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2564 เป็นที่น่ายินดีว่าขณะนี้ UNESCO ได้ร่วมเผยแพร่รูปภาพโนราของไทย พร้อมติดแฮชแท็ก We are #LivingHeritage ขึ้นเผยแพร่บนหน้าเฟซบุ๊กของ UNESCO (https://www.facebook.com/unesco) ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ไปทั่วโลก สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทั่วประเทศเป็นอย่างมาก

“โนราเป็นศิลปวัฒนธรรมของไทย ศิลปะการแสดงที่มีลักษณะเฉพาะของท้องถิ่นภาคใต้ ผสมผสานในเรื่องความเชื่อ พิธีกรรม ศิลปะการแสดงเพื่อความบันเทิง ตลอดจนเครื่องแต่งกายอันเป็นเอกลักษณ์สวยงาม โดยภาพโนราใน เฟซบุ๊กของ UNESCO มีชาวไทย และชาวต่างประเทศเข้าไปร่วมชื่นชมแสดงความยินดี แล้วร่วมกันเผยแพร่ภาพดังกล่าวด้วย” นายอิทธิพล กล่าว

นายอิทธิพลกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เมื่อปี 2564 โนราได้ประกาศขึ้นทะเบียนโนราจาก UNESCO ให้เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ อย่างเป็นทางการ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการประกาศขึ้นทะเบียนลำดับที่ 3 จาก โขน และนวดไทย อีกทั้ง โนราถือเป็น Soft Power ที่ไทยมุ่งผลักดันให้เกิดการต่อยอด และขับเคลื่อนในเชิงมิติของวัฒนธรรม ที่ผ่านมา วธ.ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ จัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมโนรา ทั้งการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินโนราในฐานะศิลปินแห่งชาติ จัดให้มีเวทีการแสดง และถ่ายทอดภูมิปัญญาโนราในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ

นายอิทธิพลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ล่าสุด นิตยสาร TIME https://time.com/collection/worlds-greatest-places-2023 สื่อดังระดับโลกได้จัดอันดับ World’s Greatest Places 2023 หรือสุดยอดสถานที่ของโลก ประจำปี 2023 เป็นการเสนอชื่อสถานที่ที่ได้จากเครือข่ายในแวดวงการท่องเที่ยว ทั้งผู้สื่อข่าว และผู้สนับสนุนในประเทศต่างๆ ผลปรากฏว่า มีสถานที่ในประเทศไทยก็ติดอันดับในลิสต์มา 2 แห่ง จากทั้งหมด 50 แห่ง ได้แก่ 1.ภาคอีสาน (ไม่ได้เจาะจงจังหวัด) โดย นิตยสาร TIME ได้อธิบายถึงเหตุผลพอสังเขปว่า เป็นภูมิภาคขนาดใหญ่ที่สุดในไทย โดยตั้งอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มีเมนูอร่อยสุดคลาสสิกอย่าง “ส้มตำ” และ “ลาบ” เป็นอาหารรสเปรี้ยวเผ็ด และหอมอบอวลไปด้วยสมุนไพร นอกจากนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดใจอย่าง “ปราสาทเขาพนมรุ้ง” เป็นต้น

Advertisement

นายอิทธิพลกล่าวอีกว่า และ 2.เกาะภูเก็ต นิตยสาร TIME ได้อธิบายเหตุผลว่า เป็นจังหวัดท่องเที่ยวของไทยที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมุ่งหน้าไปเยือนมากที่สุด ซึ่งเหมาะกับทุกคนในครอบครัว นอกจากจะมีทะเล และชายหาดที่สวยงามระดับโลกแล้ว ภูเก็ตยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่เฉพาะตัว อาหาร ที่พักหลากหลายกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม แหล่งท่องเที่ยวในเมืองเก่าที่นำเสนอเทศกาลดั้งเดิม และงานตลาดนัดที่พบเจอได้ทั่วเกาะ โดยสถานที่ 2 แห่งของไทยเป็น 50 “สุดยอดสถานที่ของโลก”ประจำปี 2023 ร่วมกับประเทศโดมินิกา, เมืองบาร์เซโลนา สเปน, อุทยานแห่งชาติตอร์เรส เดล ไปย์เน (Torres del Paine) ชิลี, ลาดักห์ (Ladakh ) อินเดีย, เมืองเชอร์ชิลล์ (Churchill) Manitoba แคนาดา, เมืองออร์ฮุส (Aarhus) เดนมาร์ก และเมืองเกียวโต ญี่ปุ่น เป็นต้น