หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (283) 成语故事 (二八三)

9.04.23 | 10:19 น.

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (283) 成语故事 (二八三)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 囊萤映雪/囊螢映雪 nánɡ yínɡ yìnɡ xuě (หนาง อิ๋ง อิ้ง เสว่) โดย คำว่า 囊 nánɡ (หนาง) แปลว่า ถุง ถุงกระเป๋าแบบถุงหิ้ว 萤/螢 yínɡ (อิ๋ง) แปลว่า หิ่งห้อย 映 yìnɡ (อิ้ง) แปลว่า สะท้อน 雪 xuě  (เสว่) แปลว่า หิมะ เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง ถุงใส่หิ่งห้อย และแสงสะท้อนของหิมะ  ฃเป็นสุภาษิตสอนคนในด้านการศึกษาหาความรู้นั้น ต้องขยัน และอดทน จึงจะประสบผลสำเร็จได้ มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน

เมื่อวานนี้ผู้เขียนเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อไปทำร่วมเทศกาลปัดกวาดสุสาน และทำพิธีเซ่นไหว้วิญญาณบิดามารดาผู้ล่วงลับ ก็ได้มีโอกาสพบเจอเด็กๆ ทั้งที่เป็นญาติ และไม่ใช่ญาติ เป็นที่น่าสังเกตว่า เด็กหลายคนไม่ได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น เมื่อสอบถามก็ได้ความว่า บ้านยากจน ไม่มีเงินเรียน ไม่มีคนส่งเรียน ผู้เขียนจึงรู้สึกสะท้อนใจยิ่ง และพลันนึกถึงสุภาษิตโบราณของจีนขึ้นมา จึงเล่าให้เด็กวัยรุ่นกลุ่มนั้นฟัง เพื่อให้ข้อคิดแก่พวกเขาว่า การศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องขวนขวายฟันฝ่าหามาด้วยตนเอง หากเราตั้งใจจริง ย่อมมีหนทางไปสู่การเล่าเรียนในระดับที่สูงขึ้นได้แน่นอน พร้อมกันนี้ก็ขอเล่าแบ่งปันต่อในที่นี้ด้วย

จีนในยุคราชวงศ์จิ้น 晋朝/晉朝(Jìn cháo)มีขุนนางสองคนที่มีชื่อเสียงมาก คนหนึ่งนามว่า เฌออิ้น 车胤/車胤(Chē Yìn)เป็นขุนนางใหญ่ผู้มีความสามารถมากในด้านการเขียน จึงได้รับหน้าที่สำคัญ คือเขียนหนังสือ และโองการต่างๆ ถวายจักรพรรดิ ส่วนอีกคนนามว่า ซุนคัง 孙康/孫康(Sūn Kānɡ)เป็นหนึ่งในสามอำมาตย์ผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งยุค มีหน้าที่ตรวจตราพฤติกรรม และการปฏิบัติงานของข้าราชการทั่วแผ่นดิน แต่กว่าทั้งสองจะมีตำแหน่งแห่งหนที่ใหญ่โตได้นั้น มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพวกเขามากมายโดยเฉพาะด้านการศึกษาในสมัยวัยเยาว์

เรื่องเล่าเกี่ยวกับเฌออิ้น มีความว่า เมื่อตอนที่เขายังเด็กอยู่นั้น เป็นเด็กที่ฉลาดมาก และรักการเรียนอย่างที่สุด เขาจึงมักศึกษาหาความรู้จนมืดค่ำอยู่เสมอ แต่เนื่องจากครอบครัวยากจนมาก จึงไม่มีเงินซื้อน้ำมันเติมตะเกียง เมื่อฟ้ามืดเขาจึงต้องเข้านอนแล้ว โดยที่ใจนั้นก็ยังรู้สึกเสียดายเวลาในค่ำคืน

Advertisement

(ที่มาภาพ https://image.baidu.com/search)

คืนวันหนึ่ง ขณะที่เขายังนอนไม่หลับ ก็พลันมีหิ่งห้อยตัวหนึ่งบินเข้ามาในห้อง เขาคิดได้ถึงวิธีหาแสงสว่างทันที เขาจึงรีบไปหาเศษผ้าบางๆ ทำเป็นถุง แล้วออกไปไล่จับหิ่งห้อยมาใส่จนเต็มถุง แล้วเอามาห้อยไว้ในห้อง แสงสว่างจากหิ่งห้อยแม้นน้อยนิด แต่ก็เพียงพอทำให้เขามองเห็นตัวหนังสือ เขาจึงอาศัยแสงหิ่งห้อยนี้อ่านหนังสือในทุกค่ำคืน ด้วยความขยันพากเพียรของเขา เมื่อเติบใหญ่ขึ้น จึงสอบเข้ารับราชการ และเจริญก้าวหน้าได้อย่างราบรื่นนั่นเอง

เรื่องเล่าเกี่ยวกับซุนคัง มีเรื่องเล่าว่า เมื่อตอนที่เขายังเด็ก ก็เกิดมาในครอบครัวที่ยากจนเช่นกัน เขาไม่มีเงินซื้อน้ำมันมาเติมตะเกียงอ่านหนังสือในยามค่ำคืน และคืนวันหนึ่ง ในขณะที่เขานอนหลับไปนั้น ร่างกายของเขาก็รู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมา เมื่อตื่นขึ้นจึงพบว่า ข้างนอกบ้านมีหิมะตกขาวโพลนไปทั่ว และบังเอิญแสงสะท้อนจากหิมะเหล่านั้น กลับทำให้เขามองเห็นสิ่งของต่างๆ ในห้องนอนได้อย่างชัดเจน ทำให้เขาฉุกคิดได้ว่า ในยามค่ำคืนที่หิมะตก เราก็อาศัยแสงสะท้อนของหิมะอ่านหนังสือได้

เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็รีบลุกขึ้นคว้าหนังสือมาอ่านท่ามกลางหิมะทันที แม้อากาศจะหนาวเหน็บปานใด แต่เขาก็อดทนอ่านหนังสือเรื่อยไป จนเมื่อเติบโตขึ้น เขาจึงสอบเข้ารับราชการ และสามารถไต่เต้าขึ้นไปจนได้เป็นถึงหนึ่งในสามขุนนางผู้มีบารมีสูงสุดแห่งยุค

ต่อมาจึงมีคนเอาเรื่องราวด้านความขยันหมั่นเพียร ความอดทนในการศึกษาหาความรู้ของทั้งสอง มาผูกเป็นคำเพื่อใช้สอนลูกหลาน จนกลายมาเป็นสุภาษิตโบราณของจีนไปนั่นเอง

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:刻苦努力地学习。

成語比喻:刻苦努力地學習。

Chénɡyǔ bǐyù:Kèkǔ nǔlì de xuéxí.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่:   เค่อขู่ หนู่ลี่ เตอะ เสวสี

ภาษิตเปรียบว่า ร่ำเรียนวิชาด้วยความขยันอดทน

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

在学习上要有囊萤映雪的精神,才会有好的成果。

在學習上要有囊螢映雪的精神,才會有好的成果。

Zài xuéxí shànɡ yào yǒu nánɡyínɡyìnɡxuě de jīnɡshén, cái huì yǒu hǎo de chénɡɡuǒ.

จ้าย เสวสี ฉ้าง เหย้า โหย่ว หนางอิ๋งอิ้งเสว่ เตอะ จิงเฉิน,  ไฉ  หุ้ย โหย่ว ห่าว เตอะ เฉิงกั่ว

ในการร่ำเรียนศึกษาหาความรู้นั้น จะต้องมีจิตใจที่มุ่งมั่น และอดทน จึงจะมีผลลัพธ์ที่ดีได้