ส.ค.ท.ชี้ ‘พรรคการเมือง’ ไหนอยากได้ใจครู ต้องยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ใหม่ทั้งฉบับ

13.04.23 | 10:18 น.

ส.ค.ท.ชี้ ‘พรรคการเมือง’ ไหนอยากได้ใจครู ต้องยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ใหม่ทั้งฉบับ ขอ ‘อดีตครู-นักบริหารศึกษา’ นั่ง รมต.ศธ.

นายวีรบูล เสมาทอง ประธานสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) เปิดเผยว่า ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ส.ค.ท.จะจัดประชุมครูใน 4 ภูมิภาค เพื่อรับฟังความคิดเห็นของครู เสนอให้พรรคการเมืองนำไปกำหนดนโยบายการศึกษา โดย ส.ค.ท.มีเป้าหมายว่าจะต้องจัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติขึ้นใหม่ โดยกฎหมายฉบับนี้ จะต้องเป็นกฎหมายของประชาชน ต้องเปิดให้ครู และทุกฝ่าย มีส่วนร่วมในการร่างกฎหมายด้วย พร้อมกับพัฒนาการศึกษาโดยมีนักเรียนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต มีกองทุนพัฒนาครู กำหนดให้ครูเป็นวิชาชีพควบคุม เป็นวิชาชีพชั้นสูง และมีทางช่วยเหลือครูอย่างไร ให้ครูมีเงินเพิ่มเติมนอกจากเงินเดือน เละเงินวิทยฐานะ ขณะนี้ ส.ค.ท.ไม่มีพรรคการเมืองในใจ เราเป็นมิตรกับทุกพรรคการเมือง เพียงแต่ขอให้แต่ละพรรคดูแลการศึกษา และฟังเสียครูอย่างแท้จริง

“หากพรรคการเมืองไหนอยากได้ใจครู ต้องมีนโยบายยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติใหม่ทั้งหมด และครูมีส่วนร่วมกับ พ.ร.บ.ฉบับนี้ด้วย นอกจากนี้ ขอให้มีผู้แทนครูอยู่ในหน่วยงาน และคณะกรรมการต่างๆ เช่น คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา เป็นต้น” นายวีรบูล กล่าว

นายวีรบูลกล่าวต่อว่า ส่วนสเปกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คนใหม่ คิดว่าต้องเป็นอดีตครู หรือคนที่มีประสบการณ์บริหารด้านศึกษามาก่อน อีกทั้ง ต้องมีนโยบายกระจายอำนาจ ไม่รวมศูนย์อำนาจเหมือนที่ผ่านมา และต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ยึดหลักการทำงานที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ ส่วนจำเป็นต้องเป็นคนรุ่นใหม่หรือไม่ มองว่าไม่ควรจะปิดกั้น โดยไม่จำเป็นต้องเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ขอให้เป็นคนในแวดวงการศึกษาก็พอ

“สำหรับการทำงานของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่า ศธ.ผมมองว่าตลอดการทำงาน 2 ปี ของ น.ส.ตรีนุช ทำงานได้ดี แต่เข้ามาทำงานในช่วงที่มีการยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ทำให้การทำงานไม่มีการกระจายอำนาจได้มากพอ ทำให้องค์กรครูไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ทั้งนี้ มองว่าการทำงานของ น.ส.ตรีนุช สอบผ่านระดับหนึ่ง ส่วนคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ถือเป็นนักบริหารที่ดี แต่ยังไม่เข้าใจการศึกษาดีพอ” นายวีรบูล กล่าว

Advertisement

ด้าน ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวว่า จากที่ประเมินการทำงานของรัฐมนตรี ศธ.ทั้ง 3 คน ถือว่าสอบผ่านคาบเส้น คือได้ 5 คะแนน จากเต็ม 10 คะแนน มองว่ารัฐมนตรีทั้ง 3 คน ปฏิบัติงานดี มีผลงานดี สร้างการเปลี่ยนแปลงได้รับดับหนึ่ง แต่การทำงานในภาพรวม ถือว่าสอบตก ได้ 4 คะแนนเท่านั้น เพราะ 8 ปี ที่ผ่านมา ไม่สามารถปฏิรูปการศึกษาได้

“รัฐบาลใช้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.เปลืองมาก ทำให้ไม่มีความต่อเนื่องในการทำงาน สิ่งที่ยืนยันว่าการปฏิรูปการศึกษาล้มเหลว คือร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา และความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามีแต่จะเพิ่มมากขึ้น” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว