ฟันธงผลงาน ‘3 รมต.ศธ.’ เกือบตก ปฏิรูปล้มเหลว-ร่าง กม.ศึกษาฯ ไม่ผ่านสภา

25.04.23 | 10:23 น.

ฟันธงผลงาน ‘3 รมต.ศธ.’ เกือบตก ปฏิรูปล้มเหลว-ร่าง กม.ศึกษาฯ ไม่ผ่านสภา ชี้เหลื่อมล้ำเพิ่ม-เด็กหลุดระบบพุ่งขึ้น 3 เท่า

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า ถ้าให้ประเมินการทำงานของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา (ศธ.) ใน 1 ปีที่ผ่านมา ได้ 5 คะแนน จาก 10 คะแนนเท่านั้น โดย น.ส.ตรีนุช มีผลงานเด่นๆ เช่น ผลักดันเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว เพิ่มค่าอาหารกลางวัน การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู และโครงการพาน้องกลับมาเรียน ที่ถือเป็นผลงานสำคัญ เพราะ ศธ.สามารถตามเด็กกลับมาเรียนได้กว่า 200,000 คน แต่จากงานวิจัยของตน พบว่า แม้จะตามเด็กกลับมาเรียนได้แล้ว แต่เด็กจะออกกลางคันวนซ้ำถึง 85% เพราะครอบครัวเด็กประสบปัญหาเศรษฐกิจ เกิดความยากจนฉับพลัน มีปัญหาครอบครัว ต้องดูแลคนในครอบครัว มีปัญหาหนี้สิน จากการวิจัยพบว่าครอบครัวที่ยากจน มีรายได้เฉลี่ย 1,037 บาทต่อเดือน แต่มีหนี้สิ้นเฉลี่ยครอบครัวละ 147,000 บาท ซึ่งเป็นหนี้นอกระบบกว่า 60% ตัวเลขเหล่านี้อันตรายมาก ถ้า ศธ.ไม่มีนโยบายพาน้องกลับมาเรียน ในปีการศึกษา 2566 ที่ชัดเจน จะทำให้เด็กออกกลางคันวนซ้ำเพิ่มขึ้น

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.แม้จะเป็นคนมีท่า และลีลาเยอะ แต่ก็เห็นถึงความพยายามในการทำงาน โดยคุณหญิงกัลยามีผลงานโดดเด่น 2 เรื่อง คือ 1.การผลักดันการเรียนการสอนแบบโค้ดดิ้ง และ 2.พัฒนาการเรียนเกษตรในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ขณะที่นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ มีผลงานโดนเด่นเพียง 1 เรื่อง คือการผลักดัน พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 จนผ่านรัฐสภา ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดง เพราะทำให้เกิดพื้นที่ของการศึกษาทางเลือก ทำให้ประชาชนได้เรียนรู้ตลอดชีวิต เรียนตามความชอบ ได้เรียนเพิ่มทักษะของตน และทำให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ที่เดิมไม่มีพื้นที่ที่ชัดเจนใน ศธ.ถูกยกระดับเป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (กสร.) ที่มีหน้าที่บทบาทชัดเจน ส่วนการกำกับดูแลคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไม่มีผลงานโดดเด่น ในขณะที่โรงเรียนเอกชนปิดตัวลงจำนวนมาก รัฐเข้าไปดูแล ช่วยเหลือต่ำมาก ลอยตัวเหนือปัญหา ทำให้โรงเรียนเอกชนต้องต่อสู้กับปัญหาเอง

“แต่ภาพรวมการทำงาน มองว่าตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ล้มเหลว ไม่สามารถปฏิรูปการศึกษาได้ ศธ.ใช้รัฐมนตรีเปลืองมาก ส่งผลให้การทำงานไม่ต่อเนื่อง สิ่งที่ยืนยันถึงการล้มเหลวตลอด 8 ปีที่ผ่านมา คือ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ไม่ผ่านรัฐสภา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษากลับมารุนแรงขึ้น เกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย จากการวิจัยจะเห็นว่าคนไทยเกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย 1-3 ปี พัฒนาการเด็กปฐมวัยขาดอย่างหนัก ส่วนเด็กประถมศึกษาอ่านออกเขียนได้ช้าลงไป 1 ปี ขณะที่นักเรียนมัธยมศึกษา สุขภาพจิตย่ำแย่ ติดเกม เกิดการบูลลี่ขึ้นจำนวนมาก ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ทางการศึกษา ครอบครัวยากจนเพิ่มมากขึ้น 3 เท่า และมีการส่งต่อความยากจนรุนแรง และเพิ่มขึ้น มีเด็กหลุดจากระบบการศึกษากลางคันเพิ่มขึ้น 3 เท่า นอกจากจะปฏิรูปการศึกษาไม่สำเร็จแล้ว กับดักความยากจนกลับมา ทำให้สังคมที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยการศึกษา ไม่สามารถทำได้ และจะทำให้เราเสียเด็กทั้งรุ่น เพราะคุณภาพการศึกษาต่ำ” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวอีกว่า ถือเป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวงที่ไม่สามารถประมาณการได้ มองว่าตลอด 4 ปี การทำงานของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้น สอบตก ได้เพียง 4 คะแนนเท่น หากรัฐบาลต่อไปทำงานเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ประเทศชาติจะยิ่งล้มเหลว และความด้อยคุณภาพทางการศึกษาจะยิ่งยั่งยืนขึ้น

Advertisement