ส่อง น.ร.หลุดระบบพุ่ง แนะให้ทุน-ศธ.เร่งรับมือ

29.04.23 | 06:00 น.

ส่อง น.ร.หลุดระบบพุ่ง แนะให้ทุน-ศธ.เร่งรับมือ

เป็นตัวเลขที่น่าตกใจไม่น้อย หลังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกมาเปิดเผยข้อมูลนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด ศธ.เฉพาะภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
พบตัวเลขสำคัญคือ ตัวเลขนักเรียนอายุ 7-15 ปี ออกกลางคัน

แค่เทอมเดียวพุ่งกว่า 52,808 คน!

โดยสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มากที่สุด 21,364 คนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 7,138 คน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 2,428 คน สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร (กทม.) 897 คน และระดับอาชีวศึกษา 20,981 คน

จากนักเรียนทั้งระบบ จำนวน 12,223,247 คนสังกัด ศธ. 10,477,216 คน และนอกสังกัด ศธ. 1,746,031 คน โดยในส่วนของ ศธ.แบ่งเป็น สพฐ. 6,587,388 คน สช. 2,103,112 คนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 962,990 คน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) 823,003 คน และโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ 723 คน

Advertisement

ส่วนจำนวนผู้เรียนสายสามัญต่ออาชีวศึกษา พบว่า สายสามัญศึกษา 476,325 คน และอาชีวศึกษา 214,650 คน คิดเป็น 68.9 ต่อ 31.1

สำหรับข้อมูลสถานศึกษาทั้งในและนอกสังกัด ศธ.จำแนกตามขนาด พบว่า มีสถานศึกษาทั้งสิ้น 56,776 แห่ง แบ่งเป็น สถานศึกษาขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 119 คนลงมา จำนวน 35,272 แห่ง มีนักเรียน 1,677,737 คนและครู 115,635 คน สถานศึกษาขนาดกลางที่มีจำนวนนักเรียน 120-719 คน จำนวน 17,719 แห่ง มีนักเรียน 4,621,309 คน และครู 291,044 คน สถานศึกษาขนาดใหญ่ที่มีจำนวนนักเรียน 720-1,679 คน จำนวน 2,568 แห่ง มีนักเรียน 2,748,013 คน และครู 114,352 คน และสถานศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ที่มีนักเรียนตั้งแต่ 1,680 คนขึ้นไป จำนวน 1,217 แห่ง มีนักเรียน 3,185,124 คน และครู 134,589 คน

งานนี้ทำเอา นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ออกอาการมึน สั่งการให้สำนักนโยบายและแผนการศึกษา สพฐ.ไปศึกษารายละเอียด เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเลขดังกล่าวมาจากแหล่งข้อมูลใดบ้าง และเท่าที่ดูตัวเลข ไม่ปกติ เพราะที่ผ่านมา สพฐ.ได้ติดตามเด็กกลับเข้าเรียนตามโครงการพาน้องกลับมาเรียนแล้วจำนวนมาก

นายอัมพรยอมรับว่า จำนวนผู้เรียนสายสามัญที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้การเพิ่มยอดผู้เรียนสายอาชีพไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 50:50 ตามนโยบายที่วางไว้ ส่วนหนึ่งเพราะผู้ปกครองและนักเรียนยังไม่นิยมส่งลูกไปเรียนสายอาชีพ เพราะกังวลในเรื่องของการมีงานทำและค่าตอบแทนที่เหมาะสม

ยอมรับว่าตัวเลขเด็กเข้าเรียนโรงเรียนสังกัด สพฐ.เพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทำให้ผู้ปกครองขาดสภาพคล่อง ผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนเอกชนบางแห่ง ก็อาจต้องย้ายเด็กมาเรียนโรงเรียน สพฐ. ซึ่งไม่ใช่แค่โรงเรียนเอกชนเท่านั้น จากการวิเคราะห์น่าจะมีสังกัดอื่นย้ายมาเรียนสังกัด สพฐ.ด้วย ส่วนเหตุผลที่ย้ายมาจะเกิดจากปัจจัยใดนั้น สพฐ.ยังไม่มีรายละเอียด แต่ในส่วน สพฐ.ก็เตรียมพร้อมรองรับทั้งอาคารสถานที่ และทรัพยากรในเรื่องของการเรียนการสอน นายอัมพรกล่าว

ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่าสอศ.รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว และได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ไล่ตรวจสอบเป็นรายจังหวัดเพื่อให้ได้ตัวเลขที่แท้จริง เพราะยอมรับว่าส่วนตัวก็ยังไม่แน่ใจที่มาของตัวเลขดังกล่าว และจากการตรวจสอบเบื้องต้นส่วนใหญ่จะเป็นเด็กอาชีวศึกษาเอกชน ซึ่งก็ต้องไปดูสาเหตุว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร หรือมีตัวเลข เด็กผี เข้ามาแฝงหรือไม่ เพราะเมื่อมีตัวเลขภาพรวมออกมาก็จะไปเจอปัญหาที่ซุกซ่อนอยู่ ตรงนี้ถือเป็นเรื่องดีที่จะได้เร่งเข้าไปแก้ปัญหาในภาพรวม

หากจะว่ากันตามจริง ตัวเลขเด็กออกกลางคันของ สอศ.ถือว่าไม่มากนัก หากเทียบกับจำนวนเด็กออกกลางคันที่ผ่านมา ซึ่งมีมากถึง 3 แสนราย แต่ก็ช่วยกันแก้ปัญหา พาเด็กกลับเข้าเรียนตามโครงการพาน้องกลับมาเรียน ซึ่งในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ถือว่าพาเด็กกลับมาเรียนได้ค่อนข้างมาก อาชีวะเองพยายามแก้ไขปัญหาเด็กออกกลางคันให้มากที่สุด เพราะเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เด็กทุกคนต้องได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ว่าที่ ร.ต.ธนุกล่าว

ขณะที่ นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา ระบุว่า ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนกลับมาเปิดปกติหลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่การศึกษาได้รับผลกระทบจากปีการศึกษา 2565 เด็กเสี่ยงเกิดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้เพิ่มขึ้น และมีเด็กออกกลางคันเพิ่มขึ้น 3 เท่า จากเดิม 60,000 คน เพิ่มเป็น 230,000 คน แม้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะจัดโครงการพาน้องกลับมาเรียนแต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในภาคเรียนที่ 1/2566 อยู่ในช่วงเลือกตั้ง ต้องรอจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และรอรัฐมนตรีว่าการ ศธ.คนใหม่ จึงเกิดช่องว่าง

จากงานวิจัยที่ลงพื้นที่สำรวจใน 5 จังหวัด คือ จ.ราชบุรี จ.พิษณุโลก จ.ยะลา จ.ขอนแก่น และกรุงเทพมหานคร พบว่า ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีนโยบาย หรือทุนการศึกษาช่วยเหลือ เด็กจะหลุดจากระบบการศึกษาถึง 82% และอาจจะไม่กลับมาเลย ปัญหาเหล่านี้ถ้าไม่เตรียมการรับมืออาจทำให้การศึกษาไทยถอยหลังมากขึ้น นายสมพงษ์กล่าว

ตัวเลขที่ออกมาจากหลากหลายแหล่งถือเป็นฐานข้อมูลสำคัญ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องไปดูรายละเอียดเพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจน จะได้วางแนวทางแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม และยั่งยืน!?!