รองประธาน กสทช.เทิดในหลวง ร.9 ทรงคิดค้นการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม แก้ ‘ขาดครู-ลดเหลื่อมล้ำ’

15.12.16 | 17:15 น.

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวในการประชุม “สภาการศึกษาเสวนา (OEC Forum)” ครั้งที่ 13 เรื่อง “การเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาในยุคดิจิทัล” ว่า เทคโนโลยีดิจิทัลได้ทำลายรูปแบบการสื่อสารและการเรียนรู้ ระยะห่างของครูผู้สอน และผู้เรียน ไม่ต่างกันในการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ ครูในอนาคตจึงเป็นบุคลากรสำคัญในการชี้นำองค์ความรู้ใหม่ๆ แก่ผู้เรียนที่ต้องการความรู้แนวกว้าง เป็นคนที่มีพลังอำนาจด้านความรู้ เพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ในการทำงานที่เพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัวหลังจากเทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนากลายเป็นชีวิตประจำวันของทุกคน ครูต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด และการสอนรูปแบบใหม่ สร้างการเรียนรู้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกัน

“เด็กยุคดิจิทัลสร้างความท้าทายการเรียนรู้รูปแบบใหม่ กระบวนการสอน หรือชี้แนะการเรียนรู้ของครูผู้สอนยุคใหม่ ต้องพัฒนาเท่าทันการเปลี่ยนแปลงยุคดิจิทัล ควรตระหนักถึงการผสมผสานบุคลากรยุคดิจิทัลอย่างกลมกลืน เปลี่ยนรูปแบบวิธีการพัฒนา และฝึกอบรมผู้เรียนที่มีการอบรมระยะสั้น เชิงลึก ในรูปแบบปฏิบัติกับยุคดิจิทัลมากขึ้น เนื่องจากมิติการใช้ชีวิต และแนวคิดการดำเนินชีวิตของคนยุคใหม่เปลี่ยนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม คนไทยยุคดิจิทัลควรใช้เทคโนโลยีอย่างถูกทาง และสร้างสรรค์ สร้างความเจริญแก่ประเทศชาติ เดินตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีสายพระเนตรยาวไกล คิดค้นการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เปิดโอกาสให้โรงเรียนต่างๆ ที่ขาดแคลนครูสามารถดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนได้เท่าเทียมกัน ดังนั้น จึงไม่ควรตกเป็นทาสเทคโนโลยี ต้องรู้จักใช้อย่างพอเพียง เกิดประโยชน์ และมูลค่าสูงสุด ไม่ปฏิเสธดิจิทัลแต่ต่อต้านระบบดิจิทัลสกปรก และครูผู้สอนจะเป็นผู้ชี้แนะคุณค่าของเทคโนโลยี และยังคงเป็นความหวังในการสร้างแรงบันดาลใจที่ดีแก่ผู้เรียนในการสร้างสมรรถนะการแข่งขันของคนไทยในเวทีโลก” พ.อ.เศรษฐพงค์กล่าว

นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า รัฐ และทุกภาคส่วนควรเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดหลักสูตรการศึกษายุคดิจิทัลที่มากกว่าแค่องค์ความรู้ สาระวิชาการ แต่ส่งเสริมการสร้างทักษะรองรับอนาคตยุคดิจิทัลในสัดส่วนที่เหมาะสม และมีนโยบายด้านการศึกษารองรับการจัดระบบหลักสูตร การเรียนการสอน ส่งเสริมให้เด็กได้เข้าถึงการศึกษาทุกระดับ และลดความเหลื่อมล้ำ วางหลักสูตร และระบบรองรับที่แม้จะไม่ใช่รูปแบบดิจิทัล แต่เป็นระบบอะนาล็อกดั้งเดิมที่มีรากเหง้าองค์ความรู้ชัดเจนเป็นพื้นฐานวิชาหลักคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การมีเหตุและผล และรู้จักใช้ความคิดวิเคราะห์ที่เข้มแข็งมาเสริมการศึกษาดิจิทัล ทั้งนี้ สกศ.ใช้แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2574 เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาดิจิทัลสู่การปฏิบัติเป็นรูปธรรมต่อไป

นายภูมิพร ธรรมสถิตย์เดช ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) และผู้อำนวยการศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ มม.กล่าวว่า ในอนาคต 3 แนวทางสำคัญที่ต้องขับเคลื่อนคือ การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียน การจัดการระบบการเรียนการสอนแบบดิจิทัล และการพัฒนาศักยภาพของครูผู้สอน มีการออกแบบรูปแบบหลักสูตร การเรียนการสอนที่มีความยืดหยุ่น และเปลี่ยนแปลงหลักสูตรอย่างเหมาะสมกับผู้เรียนตลอดเวลา เพื่อขับเคลื่อนการเรียนการสอนแบบดิจิทัล ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถม มัธยมศึ มหาวิทยาลัย วัยทำงาน และผู้สูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพ ในการพัฒนาคนแห่งอนาคตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงยุคดิจิทัล

นายเฉลิมรัฐ นาควิเชียร ผู้อำนวยการสถาบันอินเทอร์เน็ตและการออกแบบ (Net Design) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร กล่าวว่า รูปแบบการศึกษาไทยต้องรีบปรับเปลี่ยนเท่าทันกระแสดิจิทัล ควรเน้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสนับสนุนอาชีวศึกษาเพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศสูง เปลี่ยนบทบาทครูให้เป็นนักเจียระไนเพชร คือส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความคิดสร้างสรรค์นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ

Advertisement

“ครูผู้สอนยุคดิจิทัลจึงไม่ใช่แค่แม่พิมพ์ของชาติอีกต่อไป โดยควรเน้นการชี้แนะ และส่งเสริมผู้เรียนให้มีสมรรถนะการแข่งขันกับโลกได้ เปลี่ยนรูปแบบองค์กรนักศึกษาที่มีรูปแบบเป็นเครือข่ายที่ไม่ใช่ระบบปิรามิดอีกต่อไป แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทุกระดับ เน้นพัฒนาผู้เรียนด้านองค์ความรู้ดิจิทัล การสร้างนวัตกรรมที่มีคุณภาพสร้างพันธมิตรทางการศึกษา สนับสนุนส่งเสริมให้ทุกคนเกิดการเรียนรู้ตลอดเวลา สามารถทำงานใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา และเติมเต็มระบบการเรียนรู้สามารถแสวงหาความรู้ตลอด 24 ชั่วโมง” นายเฉลิมรัฐกล่าว

สกศ.2