ม.เกษมบัณฑิต ผนึกสภาสมาคมธรรมาภิบาล เวิร์คช็อปการบริหารจัดการให้บุคลากรภาครัฐ

7.05.23 | 17:54 น.

ม.เกษมบัณฑิต ผนึกสภาสมาคมธรรมาภิบาล เวิร์คช็อปการบริหารจัดการให้บุคลากรภาครัฐ

ดร.เสนีย์ สุวรรณดี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เปิดเผยว่า ในสภาวการณ์การเปลี่ยนแปลง และการแข่งขันของโลกในศตวรรษที่ 21 การบริหารจัดการองค์กร โดยเฉพาะองค์กรภาครัฐ จะประสบความสำเร็จ และบรรลุตามเป้าประสงค์ได้นั้น จำเป็นที่ผู้บริหาร และบุคลากร จะต้องตระหนัก และให้ความสำคัญกับการนำศาสตร์ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการในหลากหลายมิติ และหนึ่งในศาสตร์ที่สำคัญซึ่งถือว่าเป็นหัวใจที่สังคมไทยต่างเชื่อมั่น และยึดเป็นแนวทางปฏิบัติมาอย่างยาวนาน คือศาสตร์พระราชาภายใต้หลักธรรมาภิบาล ด้วยความสำคัญดังกล่าว ศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์จึงร่วมกับสภาสมาคมธรรมาภิบาล กำหนดจัดโครงการอบรมหลักสูตร “หลักธรรมาภิบาลและนวัตกรรมการโค้ชสำหรับบุคลากรภาครัฐ” วันที่ 29-30 มิถุนายน ที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วิทยาเขตพัฒนาการ

ดร.เสนีย์กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต และสภาสมาคมธรรมาภิบาล ได้จัดอบรมให้กับผู้บริหารสถานศึกษาในระดับต่างๆ มาแล้ว 2 รุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริหารสถานศึกษาด้วยดี และเพื่อขยายผลสู่องค์กรภาครัฐในทุกภาคส่วน จึงผนึกพลังจัดในรุ่นที่ 3 ได้รับเกียรติจากคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญ และเป็นที่ยอมรับของสังคม อาทิ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.วัลลภ สุวรรณดี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต รศ.สุขุม นวลสกุล นักวิชาการอิสระ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ นายกสภาสมาคมธรรมาภิบาล/ประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต และดร.พงศ์ปณต พัสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โค้ด ออฟ ซัคเซส จำกัด นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการองค์กรและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ด้าน ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ นายกสภาสมาคมธรรมาภิบาล และประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต กล่าวว่า สภาสมาคมธรรมาภิบาลตระหนัก และให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนหลักธรรมาภิบาล ในองค์กรภาครัฐ และสถาบันศึกษาอย่างมาก โดยเฉพาะการส่งเสริม และสนับสนุนให้องค์กรภาครัฐ ตลอดจนสถาบันการศึกษา นำศาสตร์พระราชา หรือหลักธรรมาภิบาล ไปขยายผลสู่การปฎิบัติ ให้ปรากฎเป็นรูปธรรมในเชิงประจักษ์ ทั้งในภาคส่วนของของผู้บริหาร ครู อาจารย์ บุคลากร ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา ซึ่งผู้บริหาร และบุคลากร ถือได้ว่าเป็นต้นทุน หรือทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ ที่จะผนึกพลังร่วมในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการให้องค์กรมีความเข้มแข็ง สามารถยกระดับการบริการให้เป็นที่ศรัทธาของประชาชน หรือผู้รับบริการภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ การจัดโครงการอบรมครั้งนี้ จะเป็นหนึ่งในมิติที่ 2 องค์กร จะได้ร่วมกันสืบสาน และต่อยอดศาสตร์พระราชา หรือหลักธรรมาภิบาล ให้อยู่คู่กับองค์กรภาครัฐ และสถาบันการศึกษา ตลอดจนสังคมไทยสืบไป