“หลักสูตรครูสมาธิ” ของสถาบันพลังจิตตานุภาพ เป็นอีกหนึ่งหลักสูตรที่สังคมไทยจะได้พึ่งพา เพราะเป็นหลักสูตรที่นำมาซึ่งสันติภาพและสันติสุขให้เกิดขึ้นในชาติบ้านเมือง เพราะ “สมาธิ” เป็นพลังงานอย่างหนึ่งที่เมื่อสะสมจนสามารถใช้งานได้ จะนำมาสู่ “พลังจิต” ในการพัฒนาคนคนนั้น เมื่อแต่ละคนมีการพัฒนาตัวเอง จนนำมาใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิตประจำวัน ก็จะพบว่าการทำสมาธิซึ่งเป็นวิธีในการสะสมพลังจิตนั้น ได้ถูกนำออกมาใช้แล้วอย่างมีประสิทธิภาพ
นางนิภาพร บัวทอง ประธานหลักสูตรครูสมาธิ สถาบันพลังจิตตานุภาพ กล่าวว่า โครงการครูสมาธิของพระธรรมมงคลญาณ (วิริยังค์ สิรินฺธโร) ประธานผู้ก่อตั้งสถาบันพลังจิตตานุภาพ ได้ดำเนินงานมาถึงรุ่นที่ 39 และมีจำนวนสาขาถึง 178 สาขาทั่วประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความรู้เรื่องสมาธิ มีความสุขในการดำเนินชีวิตประจำวัน จากวิธีการสะสมพลังจิต ตามหลักสูตร 6 เดือน ซึ่งมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อให้นักศึกษามีโอกาสมีความรู้เรื่องสมาธิมากขึ้น พอรู้เรื่องสมาธิมากขึ้น ทุกคนก็จะมีความสุข และเมื่อมีพลังจิตแล้ว ก็จะลดความขัดแย้งได้
ส่วนโครงสร้าง (Model) ระบบพี่เลี้ยงในโครงการครูสมาธินั้น เป็นแนวคิดของหลวงพ่อวิริยังค์ ที่ต้องการให้มีรุ่นพี่คอยดูแลรุ่นน้อง เพื่อให้เกิดความอบอุ่น เหมือนพี่เหมือนน้องเป็นกัลยาณมิตรกัน นั่นคือแนวทางของหลวงพ่อที่วางแนวทางมาตั้งแต่แรกจนถึงรุ่นนี้
“ต้องถือว่าหลวงพ่อมองไกลมาก ทำให้รู้สึกว่าเราเป็นรุ่นพี่ ต้องดูแลรุ่นน้อง เป็นความรักความอบอุ่นที่เราให้กันได้ เรื่องอื่นไม่สำคัญเท่ากับพี่ช่วยน้อง น้องช่วยพี่ แล้วเราจะรักกัน ส่วนปัญหาและอุปสรรคมีบ้างในส่วนของการสอนที่หลุดแนว แต่สามารถแก้ไขกันได้ โดยพูดคุยในคณะอาจารย์กันตลอด เพราะระบบของหลวงพ่อเป็นระบบที่คุยกันได้ และในฐานะที่เป็นประธานโครงการ อยากจะบอกว่า โครงการครูสมาธิเปิดโอกาสให้ทุกๆ คนมาเรียนฟรีและอบรมฟรีตลอด 6 เดือน เพราะหลวงพ่อวิริยังค์ ผู้ก่อตั้งสถาบันพลังจิตตานุภาพ ปรารถนาอยากให้ทุกคนมีความสุข มีสติปัญญาที่ดี พัฒนาตัวเอง นำไปพัฒนาในชีวิตประจำวันได้ โดยเราจะคุมอารมณ์ได้ ใช้ชีวิตกับคนรอบข้าง เรียกว่าเป็นภาษาดอกไม้ เป็นมิตรภาพต่อกันในครอบครัวมากขึ้น และไม่ใช้อารมณ์ใส่กันและกัน” ประธานหลักสูตรครูสมาธิกล่าว

นายณัฐวิชช์ อัศวชาติชาญชัย ผู้ดูแลด้านสื่อ สถาบันพลังจิตตานุภาพ กล่าวว่า จริงๆ แล้วอยากจะบอกว่าสมาธิในต่างประเทศให้ผล เรียกเมดิเตชั่น (meditation) คือการบำบัด หรือการรักษาอย่างหนึ่ง หรือการรักษาทางเลือก โดยต่างประเทศให้ข้อมูลว่าชาวต่างประเทศทำสมาธิ 10 ล้านคน ส่วนในทางฝั่งสหรัฐอเมริกามีจำนวนเป็นล้านคน
“อย่าไปคิดว่าการทำสมาธิเป็นเรื่องของคนแก่อยากเข้าวัด ซึ่งจริงๆ การทำสมาธิเป็นการรักษาสุขภาพ ลดเครียด ลดความดัน พอทำสมาธิ เครียดลดลง ความดันหายแล้ว ถ้าเครียด โรคภัยไข้เจ็บก็มา ความดันก็มา และขั้นตอนของความเครียด คือยับยั้งชั่งใจไม่ได้ ฆ่าตัวตาย เป็นการเก็บกด ทำให้อารมณ์เหมือนพายุดีเพรสชั่น ไปไล่ยิงเขา ซึ่งสมาธิรักษาได้ บางคนบอกว่าหมอบอกคงเดินไม่ได้แล้ว พอมาทำสมาธิ อาการบาดเจ็บทางกายน้อยลง ประกอบกับได้ออกกำลังกายมากขึ้น มีการปรับตัว โดยหลวงพ่อวิริยังค์ได้ไปสอนในต่างประเทศ เขาบอกว่านั่งแล้วเขาเจ็บ เดินไม่ได้ แต่เขาก็ปรับตัวจากการทำสมาธิ ให้ใช้ใจรักษาตัว นักศึกษาครูสมาธิที่เป็นชาวต่างประเทศก็มาธุดงค์ที่ดอยอินทนนท์ด้วย” นายณัฐวิชช์กล่าว
ผู้ดูแลด้านสื่อของสถาบันพลังจิตตานุภาพยังกล่าวด้วยว่า สมาธินอกจากจะพัฒนาจิตใจแล้ว ทำให้หน้าตาสดใส งดงามกันมากขึ้น ใครที่ทำอะไรไม่สำเร็จในชีวิต ลองดูว่าอยู่ที่มุมมอง หรือกำลังใจ และอยู่ที่ปัญญาของตัวเองหรือเปล่า หรือเป็นเพราะขาดความรอบคอบ กับความรับผิดชอบใช่หรือไม่ หรือความไม่ถี่ถ้วนต่างๆ สิ่งเหล่านี้สมาธิช่วยตัดออกไปหมด จากเป็นคนทำงานหยาบๆ ก็เป็นคนทำงานละเอียด มีความระวังมากขึ้น เท่ากับมีวิชาไปหากินได้ ช่วยการงานได้ พอทำงานได้ดีขึ้น ผู้ใหญ่เขาเห็นว่าทำงานได้ดี ก็สนับสนุน การงานก็ดี ส่งผลให้ดีได้ในหลายๆ อย่าง
ขณะที่ นายปรีดา นันต์ธนะ หนึ่งในคณาจารย์หลักสูตรครูสมาธิ กล่าวว่า หลวงพ่อวิริยังค์สอนไว้ว่า มนุษย์ทุกคนมีความสามารถอยู่แล้ว สมาธิจะช่วยสร้างประสิทธิภาพขึ้นมาให้เราเป็นเลิศได้ เช่น เรื่องการถ่ายทอดสดการสอนครูสมาธิทั่วประเทศ (Livestream) นั้น เป็นผลงานจากบุคลากรที่จบครูสมาธิแล้วมาเป็นจิตอาสา ซึ่งไม่ได้มีความรู้มาก่อน แต่ด้วยความที่เดินจงกรม นั่งสมาธิสม่ำเสมอ สมาธิเข้าไปเพาะพลังจิตขึ้นมา ทำให้ไปสร้างประสิทธิภาพในการเรียนรู้ เอาความสามารถตรงนั้นมาใช้ให้ก่อเกิดประโยชน์ทางการงานได้ และทำงานที่ไม่เคยรู้มาก่อน หรืออาจจะไม่เคยคุ้นเคยมาก่อนให้สำเร็จได้
“ผมจบคณะบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ไม่มีพื้นฐานการถ่ายรูปมาก่อน แต่ผมมาซื้อกล้องตัวแรกจากการเป็นจิตอาสาที่สถาบันพลังจิตฯ และมีโอกาสช่วยงานถ่ายภาพของสถาบัน ส่วนเรื่องถ่ายทอดที่หลวงพ่อบรรยาย ก็เรียนรู้จากที่นี่หมด นี่คือสิ่งที่มหัศจรรย์ของผม ที่หลวงพ่อพยายามสอนให้ผมสะสมพลังจิต จนเกิดประโยชน์ในการทำงานอย่างทุกวันนี้ ที่สำคัญหลายท่านอาจไม่ทราบว่าการมาเรียนครูสมาธิ คือการสร้างความสุข เรียนจบไปแล้วกลับไป ไปปลีกวิเวกอะไรก็ตาม จะไม่เกิดประโยชน์ การได้สมาธิ การได้พลังจิต ต้องทำงาน จะเกิดปัญญา เกิดพลังจิต เกิดชวนะจิต นั้นคือเป้าหมายสุดท้ายของการสร้างพลังจิต และมาประกอบให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติ” นายปรีดากล่าว
ใครที่ต้องการพัฒนาตัวเองจาก “หลักสูตรครูสมาธิ” เพื่อพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำสมาธิอย่างถูกต้อง และพัฒนาศักยภาพของตัวเอง เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.samathi.com



