“หมออุดม” ห่วงเปลี่ยนแอดมิสชั่นส์บ่อยทำเด็กมึน ชี้ ทปอ.ปรับย่อยทุก 3 ปีอยู่แล้ว

16.02.16 | 12:19 น.

นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กรณีที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มอบหมายให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ปรับปรุงการออกข้อสอบทั้งระบบ รวมถึงปรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ให้สอดรับการทดสอบต่างๆ ว่า หากจะปรับใหญ่ระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์ ไม่ใช่จะทำได้ทันที เพราะมีระเบียบให้แจ้งล่วงหน้า 3 ปี เพื่อให้เด็กได้เตรียมตัว เรื่องนี้น่าจะยังเป็นเพียงแนวคิด ซึ่งตนยังไม่รู้ เป้าหมายที่แท้จริงของ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ว่าอยู่ตรงไหน แต่คิดว่าเป้าหมายหลักน่าจะต้องการลดภาระในการสอบของเด็กลง ตนมองว่าการที่เด็กต้องทดสอบจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นความต้องการของเด็กเองด้วย เพราะยังไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะที่จะเรียนอะไร จึงสอบเผื่อไว้หลายวิชา แทนที่จะเลือกสอบเฉพาะวิชาที่ต้องการเข้าเรียนจริงๆ ดังนั้น ทางแก้จึงไม่ใช่การปรับระบบการคัดเลือกอย่างเดียว แต่ควรปรับวิธีการแนะแนวในโรงเรียน ที่จะทำให้เด็กสามารถรู้ตัว และเลือกเรียนในสาขาได้ ไม่ต้องสอบเผื่อเลือกเช่นปัจจุบัน

“ผมเห็นด้วยที่การคัดเลือกเด็กเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยควรเหลือเพียงระบบเดียว แต่ผมไม่เห็นด้วยที่จะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพราะระบบปัจจุบันเราพัฒนามาได้ค่อนข้างดีพอสมควรแล้ว และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เราก็ปรับระบบทุกๆ 3 ปี ซึ่งบ่อยเกินไป เด็ก และผู้ปกครองเกิดความสับสน ตอนนี้ต้องมองอะไรยาวๆ แก้ให้ตรงจุด ไม่ใช่มีปัญหา ก็จะกลับไปสู่รูปแบบเดิม” นพ.อุดมกล่าว

นพ.อุดมกล่าวอีกว่า ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าข้อสอบยากเกินไปและ สทศ.ออกมายอมรับว่าข้อสอบยากมากจริงนั้น ส่วนตัวเห็นว่าการออกข้อสอบไม่ควรออกยากเกินกว่าที่เด็กเรียน แต่เรื่องนี้ต้องดูให้ลึกลงในรายละเอียดจริงๆ ว่าที่เด็กสอบได้คะแนนต่ำ เพราะทำไม่ได้จริงๆ หรือเพราะไม่ตั้งใจทำ เนื่องจากบางคนสอบเผื่อเลือก ดังนั้นในวิชาที่ไม่ได้ตั้งใจสอบเพื่อใช้สมัครเข้าเรียนต่อ ก็จะไม่ตั้งใจ ตรงนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คะแนนเฉลี่ยต่ำ แต่ก็อาจมีประเด็นอื่นด้วย ต้องพิจารณาให้รอบด้าน ก่อนที่จะปรับแก้อะไร ซึ่งหาก ศธ.ประสานขอให้ ทปอ.เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการเพื่อปรับแก้เรื่องนี้ ก็ยินดีให้ความร่วมมือ

นายนิวัต กลิ่นงาม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี อดีตประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทบทวน และปรับปรุงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ระบบการเรียนการสอน และสถานการณ์ต่างๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แม้ขณะนี้จะยังไม่ทราบรายละเอียดของการปรับระบบดังกล่าว แต่มองว่าเมื่อปรับเปลี่ยนแล้ว จะต้องลดภาระให้กับผู้ปกครอง และลดความกดดันให้นักเรียน เนื่องจากเด็กและผู้ปกครองต่างต้องการทางเลือกที่ดีที่สุด ทำให้เด็กต้องเข้าสอบในทุกสนามแข่งขัน ซึ่งเป็นภาระด้านค่าใช้จ่าย อีกทั้งเด็กยังไม่รู้ทิศทางของข้อสอบที่ชัดเจนได้ จึงต้องเข้าสู่ระบบการเรียนกวดวิชา เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้เด็กที่มีต้นทุนต่ำค่อนข้างลำบาก เพราะสังคมไทยในปัจจุบัน คุณภาพ และการกระจายโอกาสทางการศึกษายังไม่เท่าเทียมกัน

“แนวคิดที่จะให้ สทศ.ช่วยพัฒนาข้อสอบให้มหาวิทยาลัยเพื่อนำไปใช้เข้าเรียนต่อนั้น คงต้องดูก่อนว่าจะช่วยพัฒนาข้อสอบบางส่วน หรือทั้งหมด เพราะสมัยก่อนไทยเคยใช้ข้อสอบชุดเดียวกันเพื่อคัดคนเข้าเรียนต่อ ซึ่งผมมองว่าปัจจุบันพัฒนาการทางการศึกษาของไทยได้เลยจุดนั้นมาแล้ว แม้ว่าขณะนี้จะมีบางประเทศคัดคนเข้าเรียนต่อด้วยข้อสอบชุดเดียวกัน แต่สำหรับไทยคงต้องถามกันดูว่าเราต้องการบัณฑิตที่มีคุณลักษณะเหมือนกันหมดทั้งประเทศ หรือยังต้องการบัณฑิตที่มีความแตกต่าง มีคุณสมบัติเฉพาะตัวตามจุดเด่นของสถานศึกษาแห่งนั้น” นายนิวัตกล่าว

Advertisement