เครือข่าย 33 มหา’ลัย เล็งชงแผนโรดแมปเพื่อการขับเคลื่อนประเทศให้รัฐบาลใหม่

16.05.23 | 17:26 น.

เครือข่าย 33 มหา’ลัย เล็งชงแผนโรดแมปเพื่อการขับเคลื่อนประเทศให้รัฐบาลใหม่

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะเจ้าภาพการประชุมระดมสมองกลุ่มเครือข่ายผู้บริหารจากสถาบันอุดมศึกษา 33 แห่งในประเทศไทย รวมกว่า 179 คน เพื่อจัดทำร่างข้อเสนอแนะแผนยุทธศาสตร์ต่อการขับเคลื่อนประเทศในด้านอุดมศึกษา จัดโดย สจล.วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ว่า โลกปัจจุบัน และอนาคตเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ไม่ว่าพรรคใดจะได้เป็นผู้บริหารประเทศ ต้องยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก และมุ่งสู่การขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กร และประชาคมโลก พรรคการเมือง และนักการเมือง ควรใช้โอกาสในการเข้ามาทำงานบริหารประเทศในการเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ และทุกระดับ ก้าวข้ามความขัดแย้ง สร้างความร่วมมือ สนับสนุนพัฒนาการศึกษา ทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี ทรัพยากร งบประมาณ และการนำงานวิจัยนวัตกรรมมาสู่การพัฒนาประเทศให้เป็นจริง

ศ.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กล่าวว่า ไทยควรให้ความสำคัญกับการมุ่งหน้าการพัฒนาที่ต่อเนื่องตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่าด้วย 13 หมุดหมายพลิกโฉมประเทศไทย ซึ่งครบครันทุกมิติ และตอบรับอนาคตประเทศไทย สู่สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน โดยสถาบันการศึกษาควรมุ่งเน้นหมุดหมายที่ 12 สร้างบุคลากรที่สมรรถนะสูง การทำแผนบูรณาการการพัฒนาศักยภาพกำลังคน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนหมุดหมายด้านอื่นๆ ให้สำเร็จ

ศ.นพ.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล รองอธิการบดีด้านยุทธศาสตร์ แผนและงบประมาณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า นโยบายที่พรรคการเมืองนำเสนอในช่วงหาเสียงแทบทุกพรรค จะเน้นไปที่การเรียนฟรีจนถึงปริญญาตรี ซึ่งยังมีรายละเอียดในการบริหารจัดการงบประมาณ และประสิทธิภาพให้เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ ยังมีมิติอื่นๆ อีกมากที่เกี่ยวกับสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะการสร้างระบบนิเวศของการขับเคลื่อนสร้างสรรค์งานวิจัย และต่อยอดนวัตกรรมให้เกิดขึ้น ควบคู่ไปกับการส่งเสริมหลักสูตร และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต สำหรับทุกคน ทุกช่วงวัย และเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา

ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.ชรินทร์ เตชะพันธุ์ รองอธิการบดี มช.กล่าวว่า การจัดทำข้อเสนอแผนยุทธศาสตร์เพื่อการขับเคลื่อนประเทศในด้านอุดมศึกษาครั้งนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทย และภูมิทัศน์ของทิศทางการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากร สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ระดับโลก โดยเฉพาะประเด็นของผลกระทบต่อเนื่องจากสงครามรัสเซีย ยูเครน และความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ ที่อาจส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายทรัพยากร และแรงงานทักษะชั้นสูงสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น การเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในยุคที่โลกเชื่อมต่อถึงกัน จึงไม่ใช่แค่เป้าหมายแต่เพียงประชากรไทย แต่ยังหมายรวมถึงประชากรโลกด้วย

Advertisement