ทปอ.เล็งชงข้อเสนอรัฐบาลใหม่ ปลดล็อกระเบียบสกัดมหา’ลัย ขอสเปก ‘รมว.อว.’ เข้าใจงานอุดมศึกษา
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ทปอ.ได้หารือร่วมกัน เพื่อจัดทำข้อเสนอรัฐบาลใหม่ ในส่วนของแผนพัฒนาประเทศที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย เช่น การทำวิจัย ที่จะต้องมีโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอย่างชัดเจน เป็นข้อเสนอในทางปฏิบัติได้จริง การเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนในรูปแบบเครดิตแบงก์ ทั้งหมดนี้อาจจะติดกฎระเบียบบางตัว ซึ่งมหาวิทยาลัยจะเสนอให้รัฐบาลปลดล็อก เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในทางปฏิบัติ
“สิ่งที่อยากให้รัฐบาลใหม่เห็นคือ มหาวิทยาลัยมีบริบทที่แตกต่างกัน แต่ทุกแห่งก็อยากพัฒนางานวิจัยช่วยพัฒนาประเทศ แต่ไม่อยากให้ออกระเบียบตัวเดียวแต่ใช้กับทุกแห่ง เพราะจะไปขัดขวางการพัฒนาพื้นที่ ซึ่งแต่ละแห่งมีศักยภาพแตกต่างกัน รวมถึง อยากให้ส่งเสริมการทำงานกับภาคส่วนอื่นๆ และขอให้มีงบประมาณในการสนับสนุนงานวิจัยที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยรับผิดชอบทั้งการนำองค์ความรู้ที่มีไปใช้ประโยชน์ และพัฒนางานวิจัยต่อยอดความรู้ใหม่ๆ ดังนั้น งานวิจัยที่อาจจะยังไม่ได้ใช้ในปีนี้ อาจเป็นความก้าวหน้าในอนาคต อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญ” นพ.พงษ์รักษ์ กล่าว
นพ.พงษ์รักษ์กล่าวอีกว่า ส่วนคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นั้น คงต้องเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในแวดวงอุดมศึกษา สามารถเพิ่มศักยภาพ และเห็นว่าอุดมศึกษากลไกลสำคัญในการพัฒนาประเทศ
ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลใหม่เข้ามาช่วยสนับสนุนเรื่องบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึง เพิ่มทุนการศึกษาระดับปริญญาโท และเอก ซึ่งมีการส่งเสริมที่น้อยเกินไป รวมถึง อยากให้ดึงคนเก่งๆ จากประเทศต่างๆ เข้ามาทำงานในมหาวิทยาลัยไทย เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
“อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลนี้จะมีนโยบายส่งเสริมเรื่องการวิจัยและพัฒนา แต่งบประมาณที่ให้มหาวิทยาลัยนั้น ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนอาจารย์ทั้งระบบ ขณะเดียวกันอยากให้มีความยืดหยุ่นในการจัดการศึกษา ไม่อยากให้ออกระเบียบที่เป็นตัวขัดขวางการพัฒนาใหม่ๆ เช่น การออกหลักสูตรต่างๆ อยากให้มีความเชื่อมั่นในสภามหาวิทยาลัย ที่จะต้องรักษาชื่อเสียงของตัวเอง โดยการอนุมัติ และออกหลักสูตรที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยเองถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนากำลังคน ขับเคลื่อนประเทศ ดังนั้น การสนับสนุนมหาวิทยาลัยในส่วนนี้ จะทำให้มหาวิทยาลัยเข้าไปช่วยพัฒนางานวิจัยต่างๆ เพื่อพัฒนาประเทศได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น” ดร.จงรัก กล่าว
ดร.จงรักกล่าวอีกว่า ส่วนคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ อว.นั้น อยากให้เป็นคนที่เข้าใจมหาวิทยาลัย และคนในแวดวงการศึกษา โดยขอให้เข้ามาทำงานร่วมกัน ในฐานะผู้กำกับดูแลนโยบาย แต่ไม่ใช่มาควบคุมมหาวิทยาลัยจนขาดอิสระทางวิชาการ

