หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา รายงานการศึกษ...

รายงานการศึกษา : ตามไปดู.. ‘ดีไซเนอร์ดัง’ ล่องใต้ ต่อยอด ‘บาติกไทย’ สู่เวทีโลก

4.06.23 | 09:41 น.

รายงานการศึกษา : ตามไปดู.. ‘ดีไซเนอร์ดัง’ ล่องใต้ ต่อยอด ‘บาติกไทย’ สู่เวทีโลก

เร่งผลักดัน “ซอฟต์พาวเวอร์” ไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) จัด โครงการพัฒนาการออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัย จุดประสงค์สำคัญก็เพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริมผ้าไทย สนองพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และมุ่งให้เกิดทั้งการสร้างคน สร้างสังคม และสร้างรายได้ สู่ชุมชน พร้อมเผยแพร่ภาพลักษณ์ของประเทศผ่านงานวัฒนธรรมสู่เวทีโลก

ซึ่ง สศร.ได้คัดเลือก “ดีไซเนอร์” ที่มีผลงานโดดเด่นระดับชาติ และนานาชาติ 4 คน และชุมชนที่มีศักยภาพ ที่พร้อมจะร่วมพัฒนาผ้าไทยร่วมสมัย 4 ภูมิภาค จากนั้นจะให้ดีไซเนอร์ลงพื้นที่ชุมชน 4 ภูมิภาค ให้ความรู้เทคนิค การทำลวดลายผ้า การพัฒนาลวดลายใหม่ และการแปรรูปชุดเครื่องแต่งกายให้ร่วมสมัย โดดเด่น

โดย นายธีระ ฉันทสวัสดิ์ รับมอบหมายพัฒนาผ้าไทยร่วมสมัย พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น ได้แก่ กลุ่มทอผ้าไหมมัดหมี่บ้านหัวฝาย และ จุฑาทิพ ไชยสุระ SKJ Design, น.ส.สิริอร เฑียรฆประสิทธิ์ รับผิดชอบพัฒนาในพื้นที่ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี ที่ศูนย์พัฒนาอาชีพชุมชนเขาดิน วิสาหกิจชุมชนทัตถกรรมสตรีรักษ์โลก, นายเอก ทองประเสริฐ พื้นที่ภาคเหนือ จ.ชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน ที่กลุ่มผ้าทอ นายใจดี หรือแบรนด์ Ninechaidee ยาจกไฮโซ และ มณีรัตน์ หลีจา และนายทรงวุฒิ ทองทั่ว รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ที่กลุ่มบาติกบ้านบาโง ร้านศรียะลาบาติก และ บาติก เดอ นารา

 

Advertisement

เมื่อได้ลวดลายผ้าที่สมบูรณ์แบบแล้ว จะนำมาตัดเย็บออกมาเป็นเครื่องแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัย ชุดต้นแบบอย่างน้อยแห่งละ 8 ชุด ก่อนจะนำมาต่อยอดยกระดับองค์ความรู้ในเรื่องของการพัฒนาผ้าไทย สู่การจัดแสดงในเวทีแฟชั่นโชว์ระดับนานาชาติ

 

โครงการนี้ได้ตะลอนเดินสายมาแล้ว 3 ภูมิภาค ล่าสุดนายทรงวุฒิ ดีไซต์เนอร์ชื่อดัง นำทีมลงพื้นที่ภาคใต้ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ที่ กลุ่มบาติกบ้านบาโง ร้านศรียะลาบาติก และ บาติก เดอ นารา

สำหรับ “ผ้าบาติก” หรือเรียกอีกอย่างว่า “ผ้าปาเต๊ะ” ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของภาคใต้ เป็นคำที่ใช้เรียกผ้าชนิดหนึ่ง ที่มีวิธีการทำโดยใช้เทียนปิดส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดสี และใช้วิธีการแต้ม ระบาย หรือย้อมในส่วนที่ต้องการให้ติดสีเท่านั้น แม้ว่าวิธีการทำผ้าบาติกในปัจจุบันจะก้าวหน้าไปไกลมาก แต่ลักษณะเฉพาะประการหนึ่งของผ้าบาติกที่ยังคงอยู่ก็คือ จะต้องมีวิธีการผลิตโดยใช้เทียนปิดส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดสี หรือปิดส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดสีซ้ำอีกเป็นมาตรฐาน นับเป็นกรรมวิธีที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของชาวบ้านอย่างแท้จริง โดยส่วนมากแล้วจะเป็นลวดลาย และสีสันที่อิงจากธรรมชาติ รวมทั้ง อัตลักษณ์วัฒนธรรมรอบตัวของแต่ละชุมชนที่นำเสนอความเป็นภาคใต้ได้อย่างดี

ความโดดเด่นของผ้าบาติกจึงอยู่ที่การใช้สี และลวดลายที่คมชัดของภาพ ที่สามารถบอกอะไรได้หลายอย่าง ทั้งถิ่นที่มา วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ ธรรมชาติ ไปจนถึงเอกลักษณ์ของแหล่งผลิต หรือกระทั่งความรู้สึกนึกคิดของคนในท้องถิ่นนั้นๆ นั่นจึงนับได้ว่าผ้าบาติก ได้รวมอารยธรรมของความเป็นภาคใต้เอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สอดคล้องกับแนวคิดของนายทรงวุฒิ ที่ออกแบบลายผ้าบาติก โดยเลือกใช้สีธรรมชาติพิมพ์ลงบนผ้ายีนส์ แรงบันดาลใจในการออกแบบลวดลายผ้าบาติก มาจากปัญหาภาวะโลกร้อน ความร้อนที่สะสม ทำให้ภูเขาไฟระเบิดในหลายประเทศ และส่งผลให้ธารน้ำแข็งในมหาสมุทรแอนตาร์กติก้าละลายอย่างรวดเร็ว ส่วนประเทศไทยปีนี้เผชิญอากาศร้อนจัดมาก จึงอยากให้ทุกคนตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศผ่านแฟชั่นผ้าไทยร่วมสมัย ที่ตนทำงานร่วมพัฒนาออกแบบลายผ้ากับกลุ่มผู้ประกอบการผ้าบาติก 3 จังหวัดชายแดนใต้

ประกอบด้วย ร้านศรียะลาบาติก ต.สะเตง อ.เมือง จ. ยะลา ได้แก่ ลายลาวา และลายไฟป่า ส่วน ชุมชนบ้านบาโง ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส ได้แก่ ลายคลื่นลมหมุนเปลี่ยนทิศ หรือปรากฏการณ์โพลาร์ วอร์เทกซ์ ผลจากภาวะโลกร้อน และลายแหอวนทะเล ที่กลายเป็นปัญหาไมโครพลาสติก ขณะที่ ร้านบาติก เดอนารา ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส ได้แก่ ลายฝุ่น PM2.5 ที่เกิดจากไฟป่า และลายภูเขาน้ำแข็งแตก โดยลวดลายทั้งหมดจะนำมาพิมพ์ หรือเขียนลงบนผ้ายีนส์ ซึ่งนำเอาผ้ายีนส์มือสองที่ใช้แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งตนทำแบรนด์แฟชั่นยั่งยืน ชื่อว่าแบรนด์ Renim Project มีแนวคิดที่ต้องการสร้างความยั่งยืนให้กับวงการแฟชั่น และสินค้าไลฟ์สไตล์

“จากการทำงานร่วมกัน ผู้ประกอบการ และกลุ่มชุมชน เกิดความท้าทาย นำไปสู่การทดลอง และเกิดผลงานออกแบบแปลก ใหม่ ดูสนุก มีพลัง ทันสมัย เพิ่มมูลค่าด้วยการผสมผสานความเป็นท้องถิ่น และเทคนิคงานฝีมือพิเศษด้วยช่างฝีมือ และเป็นผลงานที่คํานึงถึงสิ่งแวดล้อม อย่างร้านศรียะลาบาติก ร้านบาติก เดอนารา ใช้สีธรรมชาติ กลุ่มบาติกบ้านบาโงเด่น สกรีนเทียนเย็นจากเทคนิคดั้งเดิม เน้นการใช้งานฝีมือเพิ่มคุณค่า กลายเป็นชิ้นงานร่วมสมัย สดใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น” ดีไซเนอร์แบรนด์ Renim Project กล่าว

ขณะที่ นายปิยะ สุวรรณพฤกษ์ ผู้ประกอบการร้านศรียะลาบาติก เล่าว่า การได้รับโจทย์ในการทำงานกับผ้ายีนส์จากดีไซเนอร์ครั้งนี้ นับเป็นการเปิดใจในการสร้างสรรค์งานใหม่อีกครั้ง ให้สินค้ามีความแตกต่าง เพิ่มมุมมอง และแนวคิดของการทำงาน อีกทั้ง ยังชื่นชอบแนวคิดของการออกแบบ คิดว่าน่าจะเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ในทางการตลาด โดยนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ตนได้ปรับรูปแบบการทำงาน จากสร้างสรรค์งานเฉพาะตัว ไปสู่การทำงานร่วมกับชุมชนมากขึ้น ส่งเสริมให้ชาวบ้านได้เห็นว่ามุมมองของการทำบาติกแบบให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เฉลี่ยต่อคนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 6,000-10,000 บาท

น.ส.โรสวาณี สุหลง รองประธานกลุ่มชุมชนบ้านบาโง กล่าวว่า ลวดลายที่ทางดีไซเนอร์ออกแบบมาค่อนข้างซับซ้อน แต่ดูสวยแปลกใหม่ คิดว่าทำได้ เนื้อผ้ายีนส์ถือว่าท้าทาย เพราะมีเนื้อผ้าที่ค่อนข้างหนา ซึ่งทางกลุ่มเคยลองพิมพ์ลายบนผ้ายีนส์แล้ว แต่ผลออกมาไม่ 100% เพราะด้วยตัวผ้าที่ค่อนข้างหนา ทำให้ลวดลายติดแต่ไม่คงทน ครั้งนี้จึงใช้เทคนิคใหม่ ซึ่งไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ เพราะถือเป็นภูมิปัญญาที่ทางครอบครัวของตนเองเป็นคนคิดค้น เป็นเทคนิคผสมเทียน โดยครั้งนี้ก็ใช้เทคนิคเดียวกัน แต่ปรับอุณหภูมิเพื่อให้ลายผ้าติดคงทน และสวยงาม

“เทรนด์เฟชั่นผ้าบาติก ถือว่าโตเร็วขึ้น เพราะมีการพัฒนาลวดลายที่แปลกตา เอกลักษณ์ของกลุ่มเรา จะเป็นงานเขียนซ้อน ทำให้ตัวลวดลายมีมิติที่แตกต่างกับกลุ่มอื่น ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน ตอนนี้มีสมาชิกในกลุ่มทั้งหมด 8 คน มีรายได้ประมาณ 9,000 บาทต่อเดือนต่อคน ขณะนี้ผ้าบาติกได้รับความนิยมมากขึ้น มีลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ จากเดิมเป็นคนมีอายุ แต่ตอนนี้มีลูกค้าเป็นกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น เพราะมีการพัฒนาลวดลายผ้าในลักษณะที่หลากหลาย ส่วนช่องทางการตลาดจะใช้ผ่านช่องทางออนไลน์ เพจบาโงบาติก เวปาบาติก ส่วนออฟไลน์จะเป็นการจัดแสดงงานในสถานที่ต่างๆ ความร่วมมือครั้งนี้ ทางผู้ประกอบการถือเป็นเรื่องที่ดี มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทางดีไซเนอร์ เพื่อให้ได้ผลงานที่มีความสมบูรณ์มากที่สุด” น.ส.โรสวาณี กล่าว

นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการดึงดีไซต์เนอร์ลงพื้นที่ชุมชน เพื่อดึงจุดเด่น ศิลปะจากภูมิปัญญาชาวบ้านมาสร้างแรงบันดาลใจลงบนผืนผ้า ต่อยอดสร้างรายงานให้ชุมชน