เจ้าคุณประสาร ขอองค์กรพุทธอย่าเพิ่งเคลื่อนไหว หลัง ‘อมรัตน์’ ค้าน ‘ประกาศห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา’
จากกรณีนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นคัดค้าน ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2558 ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ยกเว้นการขายเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ โดยมองว่าควรยกเลิกประกาศคำสั่งไม่ค่อยมีเหตุผลนี้ หรือแก้ไขให้เหมาะสม
อ่าน : อมรัตน์ ชี้ห้ามขายเหล้าวันพระ คำสั่งจากยุครปห. ไม่ค่อยมีเหตุผล ควรรื้อทำใหม่
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พระราชวัชรสารบัณฑิต หรือเจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และพูดคุยกันในกลุ่มองค์กรชาวพุทธเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อวานนี้ (3 มิถุนายน) เป็นวันวิสาขบูชา พระสงฆ์สามเณร ส่วนงานต่างๆ และชาวพุทธทั่วประเทศต่างช่วยกันประกอบพิธี ทั้งที่เป็นบุญกิริยาและสัมมาปฏิบัติเพื่อความสันติ และสงบสุขของผู้คนในประเทศและโดยพวกเราชาวพุทธก็ไม่เคยคิดเลยว่าเราเป็นเจ้าของประเทศ แต่เพียงศาสนาเดียวและเที่ยวไปรุกรานหรือปิดกั้นเสรีภาพของศาสนาอื่น ไม่เคย
และในวันวิสาขบูชาปีนี้ในส่วนของสมาคมชาวพุทธที่เป็นองค์กรหลักในประเทศก็ได้จัดประชุมสัมมนาทางวิชาการด้านพระพุทธศาสนานานาชาติโดยนิมนต์พระสังฆราช ประมุขสงฆ์ มหานายกะ และผู้นำชาวพุทธจากทั่วโลกมาประชุมกว่า 66 ประเทศผู้เข้าร่วมมากกว่า 3,000 รูป/คน โดยจัดที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) และหอประชุมสำนักงานสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมปัญญาในการแก้ใขวิกฤตโลก
วันนี้โลกกำลังเผชิญวิกฤตมากมาย ปัญญาอันมีรากฐานมาจากศาสนาจะช่วยคลี่คลายปัญหาต่างๆ ของชาวโลกได้ ดังนั้นขอให้มองศาสนาในแง่ศีลธรรม ที่ประกอบด้วยสันติ สงบ ร่มเย็นและปัญญาที่ก่อเกิดจากสัมมาทิฎฐิ กรุณาอย่าเอาวันสำคัญทางศาสนาแล้วถือโอกาสนั้นวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งอาจจะทำให้สาวกผู้เคารพเลื่อมใสในศาสนานั้นๆ เข้าใจคลาดเคลื่อนในเจตนาของท่านได้ และเรื่องแบบนี้ก็อาจจะบานปลายกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้ในที่สุด
ในขณะนี้องค์กรชาวพุทธทั้งในและต่างประเทศได้ติดต่อมาที่อาตมาในฐานะเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยเป็นจำนวนมากเพื่อจะได้พูดคุยและกำหนดท่าที่ของขาวพุทธในกรณีดังกล่าวโดยในการพูดคุยและกำหนดท่าทีนั้นจะมุ่งเน้นการใช้ปัญญาในการแสวงหาความจริงให้ปรากฏโดยไม่ประสงค์ที่จะมุ่งเน้นการสร้างวาทกรรมเพื่อให้เกิดความแตกแยกของคนในสังคม
พระราชวัชรสารบัณฑิต กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ให้สำนักงานกลางศูนย์พิทักษ์ฯ แจ้งไปทุกองค์กรว่า ขอให้ทุกท่านช่วยกันบำเพ็ญขันติบารมี แผ่เมตตาให้มาก ทุกคนย่อมมีสิทธิในการวิพากษ์ได้แม้ท่านจะมองเจตนาว่าเป็นการวิพากษ์ในวันสำคัญของชาวพุทธ มองว่าไม่ยกย่องก็อย่าเหยียบย่ำ จึงได้ย้ำไปว่า ขณะนี้ประเทศของเราบอบช้ำมามากแล้ว เราชาวพุทธก็ไม่ควรไปซ้ำเติมสุมปัญหาเข้าไปอีก เพียงแต่อยากบอกทุกคนทุกฝ่ายด้วยเมตตาว่า การเมืองวันนี้ท่านก็ว่าของท่านไป อย่าฟาดอย่าฟันไปทุกเรื่อง ค่อยคิดค่อยทำ อย่าร้อนวิชา
“อาตมาเรียกร้องให้ใช้สติสัมปชัญญะให้มาก วันนี้ใครรวมกับใคร พระไม่มีสิทธิจะไปก้าวล่วง แต่เมื่อนโยบายของท่าน พรรคของท่านแปรเปลี่ยนมาเป็นนโยบายรัฐบาล แน่นอนย่อมมีผลกระทบกับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์สามเณร ดังนั้น จะพูดจะคิดจะทำอะไรพระพุทธองค์สอนให้มีสติรอบคอบ จะนำประโยชน์มากกว่า” พระราชวัชรสารบัณฑิตกล่าว

