‘พระพยอม’ ติงไม่รอบคอบบวช ‘พระเค ร้อยล้าน’ ต้องอัปเปหิ ถ้ายังดื้อก็ต้องจับสึก

18.06.23 | 17:01 น.

‘พระพยอม’ ติงไม่รอบคอบบวช ‘พระเค ร้อยล้าน’ ต้องอัปเปหิ ถ้ายังดื้อก็ต้องจับสึก

จากกรณีที่ นายกันตฐพงศ์ จักรภพมหาเดชา หรือฉายา “เค ร้อยล้าน” นักธุรกิจผู้เคยก่อวีรกรรมอื้อฉาวจนตกเป็นข่าวมาหลายครั้ง ปรากฏตัวห่มเหลืองบวชเป็นพระในสังกัดของวัดแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา ก่อวีรกรรมในผ้าเหลืองอีกครั้ง เมื่อได้ถูกรับเชิญจากพระด้วยกันให้ไปเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา โดยระหว่างที่เป็นวิทยากรบรรยาย “พระเค ร้อยล้าน” ได้ตะคอกเด็กนักเรียน และใช้เลเซอร์ส่องไปที่ดวงตาของเด็กนักเรียนที่ขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำ ทำให้เด็กนักเรียนนำเรื่องราวไปโพสต์ลงในโซเชียลถึงพฤติกรรมของพระเคที่เกิดขึ้นในวันอบรม จนกลายเป็นประเด็นทางสังคม

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่วัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พระราชธรรมนิเทศ หรือ “พระพยอม กัลยาโณ” เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า โดยปกติผู้ที่จะมาขอบวชเป็นพระได้นั้น โดยธรรมดาแล้วจะต้องอยู่บวชนาค ซ้อมนาคเป็นเดือน เพื่อตรวจสอบภาวะจิตว่าเป็นคนปกติหรือไม่ปกติ เพราะถ้าไปรับคนบ้าๆ บอๆ แบบนี้มาบวชก็จะยุ่งกันตาย แล้วกรณีที่มีคดีความ หรือวีรกรรมที่ยังไม่จบอยู่ในคดี พระอุปัชฌาย์ไปรับบวชพระให้แบบนี้ถือว่าบกพร่อง แล้วยิ่งนำพระแบบนี้ไปบรรยายเผยแพร่ พระที่พาไปก็ควรจะรู้ว่าพระแบบไหนควรพาไปด้วย หรือพระแบบไหนไม่ควรพาไป

แล้วการที่เอาเลเซอร์ไปส่องตาเด็กนักเรียนแบบนี้อีกพระสงฆ์ดีๆ ที่ไหนเขาทำกัน แทนที่จะทำให้เด็กๆ เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา กลับกลายเป็นเด็กเกิดความเบื่อหน่ายกับการอบรมสั่งสอนแบบนี้ไป เรื่องนี้ทางเจ้าอาวาส และเจ้าคณะต่างๆ บกพร่องเพราะไม่ได้ตรวจสอบประวัติ หรือพฤติกรรมของผู้ที่มาขอบวชพระให้ดี”

พระพยอมกล่าวอีกว่า ในกรณีนี้ทราบว่ามีประวัติมีวีรกรรมมากมาย ทั้งขับรถไปจอดขวางกลางถนน ปล่อยงู เทน้ำแดงราดตัว จนเป็นข่าวครึกโครมมาแล้ว เห็นได้ว่าจิตไม่ปกติแล้ว เพราะคนปกติคงไม่ทำ ศีลแปลว่าปกติ ถ้าไม่ปกติแล้วจะไปขอบวชเป็นพระก็ไม่ควรรับหรือบวชให้ ถือว่าพระอุปัชฌาย์ไม่รอบคอบ ถ้าบวชให้ไปแล้วและยังไปก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย สร้างความรำคาญให้กับผู้อื่นก็ต้องขับออกจากวัดไป หรือที่เรียกว่าอัปเปหิออกไป ถ้ายังดื้ออยู่ต่อไม่ไปก็ต้องถึงขั้นจับสึก

Advertisement

“การเอาเลเซอร์ไปยิงใส่ตาเด็กถือเป็นการเบียดเบียนเด็ก ทำให้เด็กแสบตาเดือดร้อนรำคาญ ทำให้เด็กเป็นทุกข์ ไม่ใช่เรื่อง หรือหน้าที่ของสมณะ สมณะต้องสร้างความสุข ความฉลาด สร้างปัญญาให้กับเด็ก ไม่ใช่ไปทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้”

พระพยอมกล่าวเพิ่มเติมว่า คนที่จะบวชพระได้นั้นถ้ายังมีคดีความอยู่ยังไม่จบยังไม่พ้นมลทิน หรือพ้นความผิด ตามกฎหมายแล้วเขาไม่ให้บวชเป็นพระ การจะบวชพระจะบวชได้กับพระอุปัชฌาย์เท่านั้น ยกเว้นเสียแต่จะแอบไปบวชเองกับต้นไม้ แล้วโกนหัวเองห่มผ้าเหลืองเอง ซึ่งก็จะไม่มีใบสุทธิที่พระอุปัชฌาย์ผู้บวชให้ต้องออกให้กับผู้บวช

“ยิ่งในยุคนี้การจะบวชเป็นพระสงฆ์ได้นั้นจะต้องถูกตรวจสอบเข้มข้นจากเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานกว่าจะบวชพระได้ อาตมาจึงไม่แน่ใจว่ากรณีนี้หลุดไปบวชเป็นพระได้อย่างไร ขนาดที่วัดสวนแก้วเองมีคนมาขอบวชพระมากมาย อย่างมาขอบวชกัน 10 คน ถูกตรวจสอบตรวจประวัติดูว่าต้องคดีอะไร ร้ายแรงไหม ก็จะเหลือมาบวชเพียงไม่กี่คน ยิ่งถ้ากรณีจิตใจไม่ปกติแล้วมาบวชเป็นพระได้ถือว่าวิปลาส” พระพยอมกล่าวปิดท้าย