‘สพฐ.’ ย้ำเขตพื้นที่ฯสอบ ‘ครูผู้ช่วย’ โปร่งใส เตือนอย่าหลงเชื่อแก๊งตกเบ็ดคนแอบอ้างฝากได้

19.06.23 | 13:58 น.

‘สพฐ.’ ย้ำเขตพื้นที่ฯสอบ ‘ครูผู้ช่วย’ โปร่งใส เตือนอย่าหลงเชื่อแก๊งตกเบ็ดคนแอบอ้างฝากได้

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ทำความเข้าใจ การจัดสอบสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) (ว14/2563) ซึ่งมีคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา เปิดสอบ 204 เขตพื้นที่ กับอีก 1 สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบไปแล้วเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้การจัดสอบครั้งนี้ สพฐ. ร่วมกับคุรุสภา ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้สมัครทุกวิถีทาง

นายอัมพรกล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่มีรายชื่อสอบแข่งขันจะต้องมีชื่อสมัครในเขตพื้นที่ฯเดียวเท่านั้น หากพบว่าสมัครเกินกว่า 1 เขตพื้นที่ฯ ก็จะเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติในการสอบแข่งขันครั้งนี้ ทั้งนี้ จะมีการสอบข้อเขียน ภาค ก วันที่ 24 มิถุนายน ภาค ข วันที่ 25 มิถุนายน ทุก อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯได้ประสานกับมหาวิทยาลัยในการออกข้อสอบ ตรวจและประเมินผลการสอบเรียบร้อยแล้ว ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก และ ข ภายในวันที่ 3 กรกฎาคม สอบภาค ค ประเมินจากการสัมภาษณ์ แฟ้มสะสมงาน และการนำเสนอที่แสดงถึงทักษะและศักยภาพด้านการเรียนการสอน ตามวันและเวลาที่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ หรือ อ.ก.ค.ศ.สศศ.กำหนด โดยกระบวนการคัดเลือกทั้งหมดจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ ตนขอย้ำให้ทุกเขตพื้นที่ฯดำเนินการจัดสอบให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ไม่ให้เกิดปัญหาการทุจริต

“ส่วนผู้เข้าสอบนั้น อยากขอเตือนว่าในห้วงเวลาที่จะเตรียมตัวสอบ อย่าหลงเชื่อผู้ที่แอบอ้างว่าจะช่วยให้สามารถสอบแข่งขันได้ หากมีใครมาแอบอ้าง ขอให้แจ้งข้อมูลมาที่ผมได้โดยตรง เพื่อดำเนินการแก้ไขป้องกันปัญหาเพราะไม่อยากให้มีเรื่องการทุจริตเกิดขึ้นในวงการศึกษา เพราะคุณภาพการศึกษา จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีครูที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน หรือหากพบเห็นว่าหน่วยงานใดมีการดำเนินการที่ส่อว่าจะไม่มีความเป็นธรรม ก็ขอให้แจ้งมาได้เช่นเดียวกัน” นายอัมพรกล่าว

นายอัมพรกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังย้ำให้เขตพื้นที่ฯดูแลเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน โดยขอให้ทุกภาคส่วน ทั้งผู้ปกครอง นักเรียน และครู ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดูแล เพื่อป้องกันการก่อเหตุที่ไม่พึงประสงค์ โดยในช่วง 3 เดือนแรกของการเปิดภาคเรียน ยังไม่อยากให้เน้นเรื่องวิชาการ แต่ขอให้เน้นกิจกรรมสร้างความผูกพันธ์ เพื่อให้นักเรียนมีความสุข ขณะเดียวกัน ขอชื่นชมหลายเขตพื้นที่ฯที่ให้ความสำคัญ มีมาตรการป้องกันภัยต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภัยที่เกิดจากการทำร้ายกันและกัน หรือภัยที่เกิดจากธรรมชาติ และจากการถอดบทเรียน 1 เดือนหลังเปิดภาคเรียนที่ผ่านมา จะนิ่งดูดายไม่ได้ จะต้องปรับบริบท ให้นักเรียนได้มาเรียนอย่างปลอดภัยและมีความสุข นอกจากนี้ยังขอย้ำว่า กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน มีความสำคัญ โดยจะต้องเยี่ยมแบบเชิงลึก เพื่อให้เห็นถึงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก ดูความพร้อมในเรื่องร่างกายและจิต ใจรวมถึงเป้าหมายและทิศทางที่ผู้ปกครองอยากให้เด็กเติบโตไปเป็นอย่างไร เพื่อร่วมมือดำเนินการให้ได้ตามเป้าหมาย หรือช่วยกันแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

Advertisement