เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. นายสุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์ในเครือ “มติชน” เปิดเผยถึงการค้นคว้าเกี่ยวกับที่มาของคำว่า “หัวป่าก์”ซึ่งหมายถึงคนทำอาหาร เช่น พ่อครัวหัวป่าก์ และแม่ครัวหัวป่าก์ โดยตามความเข้าใจของคนทั่วไปในปัจจุบันคิดว่าเป็นคำที่ใช้ในสมัยปลายรัชกาลที่ 5 ลงมา โดยปรากฏหลักฐานในตำรากับข้าวของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ซึ่งพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2451-2452
นายสุจิตต์ ระบุว่า แท้จริงแล้วคำดังกล่าวปรากฏมาแล้วก่อนหน้านั้น มีหลักฐานในนิยายกลอนเรื่องพระอภัยมณี ข้อความว่า
“ฝ่ายพ่อครัวหัวป่าก์หาแกล้มเหล้า จะเลี้ยงเหล่าพวกยักษ์มักกะสัน
สังหารแพะแกะควายลงหลายพัน เอาแม่ขันรองเชือดเลือดเอาไว้
บ้างแล่เถือเนื้อสดรดน้ำส้ม ไม่แกงต้มตับดิบพอหยิบได้
ปรุงผักชียี่หร่าโรยพริกไทย ทำเตรียมไว้พร้อมเสร็จสำเร็จการฯ”
นอกจากนี้ นายสุจิตต์ยังอ้างถึงการผลงานเรื่อง “รัตนมาลา” ซึ่งเป็นพจนานุกรมแสดงความหมาย สมัย และที่มาของโบราณิกศัพท์ ของ ศ.ดร.นิยะดา เหล่าสุนทร ซึ่งปรากฏคำดังกล่าวใน “หมายรับสั่ง” สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
“หัวป่าก์ น่าจะเป็นคำมีใช้ทั่วไปแล้วในหมู่ชนชั้นสูง ตลอดจนขุนนางข้าราชการยุคอยุธยา สืบเนื่องถึงกรุงธนบุรีกับกรุงรัตนโกสินทร์ แม้ไม่พบหลักฐานตรง แต่ในสมัยรัชกาลที่ 1 มีใช้ทั่วไปในหมายรับสั่ง สุนทรภู่ก็รู้จักและคุ้นเคยคำนี้ดี มีใช้ในเรื่องพระอภัยมณี ว่า พ่อครัวหัวป่าก์หาแกล้มเหล้า อาหารที่สุนทรภู่กำหนดให้พ่อครัวหัวป่าก์ปรุงเป็นของกินแกล้มเหล้า โดยรวมๆล้วนของที่รู้จักคุ้นเคยจนทุกวันนี้ นอกจากนี้ ยังมีคำว่า หัวป่า ที่ไม่มี ก การันต์ ในกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ ซึ่งตราขึ้นก่อนยุคอยุธยา แต่หมายถึง บริเวณป่า ทำนองเดียวกับหัวไร่ ปลายนา และคำว่า หัวปาก เป็นชื่อตำแหน่งผู้ควบคุมกำลังพล ยุคต้นอยุธยา มีศักดินา 200 จากบทพระไอยการตำแหน่งนาทหารหัวเมือง กฎหมายตราสามดวง” นายสุจิตต์กล่าว


