วานนี้ (20 ธันวาคม) ที่หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ จัดเสวนาวิชาการ เรื่อง “ระเบิดที่ย่างกุ้งกับสงครามที่ชายแดน : ชาติพันธุ์ ศาสนาและการก่อการร้ายในยุครัฐบาลพลเรือน”
ดร. ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และประศาสนศาสตร์ ม.เชียงใหม่ กล่าวในหัวข้อ “การก่อการร้าย มิติใหม่ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์พม่า” ว่า การพูดซูจีในสังคมไทย ยังติดอยู่ในภาพลักษณ์ประชาธิปไตย แต่ในวงสากล ขบวนการที่กำลังก่อรูปปัจุบันและจะมีอิทธิพลเยอะมาก คือ ขบวนการทวงคืนรางวัลสันติภาพ เวลาคนพูดเรื่องความขัดแย้งชาติพันธุ์ มีความคลาดเคลื่อนเยอะ โดยมักนึกถึงแค่ประเด็นความขัดแย้งชาติพันธุ์ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่แค่ปัจจัยเดียว สำหรับในพม่า ตนมีข้อเสนอใหม่ในการทำความเข้าใจคือให้มองเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับท้องถิ่น รัฐ และภูมิภาค ส่วนตัวมองว่า ความท้าทายของพม่าคือต้องหาตัวกลาง ในขณะที่ทุกประเทศบอกว่านี่คือปัญหาภายใน
“ซูจี ไม่สามารถคุมกองทัพได้ อีกทั้งอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เข้าใจว่า ไม่ทันเกมกองทัพ และขาดความละเอียดละออในการมองความขัดแย้งชาติพันธุ์ กองทัพพม่าคงสบายใจว่า เผลอๆ ซูจีอนุรักษนิยมกว่าทหารเสียอีก การข่มขืน เผา ไล่รื้อ ไม่ได้เกิดเฉพาะปัจจุบัน แต่มีมานานแล้ว วิธีการศึกษาต้องเปิดใจว่ามีหลากหลายปัจจัยที่ส่วนต่อความขัดแย้ง มีทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงและรัฐเครือญาติ เราต้องดูโครงสร้าง จะมองเห็นการขับเคลื่อนและทางออก อย่าเอาตัวเองเข้าสู่ความขัดแย้ง ไม่เช่นนั้นจะว้าวุ่น เมาหมัด นอกจากนี้ ปัญหาดังกล่าว เป็นเรื่องของประเทศใครประเทศมัน ไม่สามารถใช้โมเดลที่อื่นได้ แต่เครื่องมือการศึกษาใช้ด้วยกันได้ การเซ็ตตัวของขบวนการก่อการร้าย จะมีการก่อตั้งในรัฐที่ล้มเหลว
สำหรับกรณีพม่าชาติพันธุ์และศาสนากลายเป็นส่วนหนึ่งของแรงขับเคลื่อน ในขณะที่กระบวนการกลายเป็นประชาธิปไตยยังไม่แล้วเสร็จ วิธีการมองการเมืองพม่า มี 3 ก๊ก ได้แก่ กลุ่มชาติพันธุ์ กองทัพ และอองซาน ซูจี แต่ละก๊กก็มีกลุ่มย่อย วงจรสันติภาพ มีการเจรจาหยุดยิงตั้งแต่ราวทศวรรษที่ 1980 แต่ในเอเชีย สนธิสัญญาแบบนี้ต่างจากสัญญาในยุโรป เพราะพอเอาเข้าจริง กรณีพม่า เป็นการเลือกหยุดยิงเป็นรายๆไป พอหยุดยิงกลุ่มนี้ก็ไปยิงอีกกลุ่มหนึ่ง คือ ไม่เปิดหน้ารบทุกสนาม อันไหนเหนื่อยก็หยุดแป๊บหนึ่ง” ดร.ฐิติวุฒิกล่าว และว่า ในต้นปี 2560 เชื่อว่าจะมีความวุ่นวายและท้าทายเกิดขึ้นหลายอย่าง เนื่องจากกลุ่มชาวกระเหรี่ยงจะมีการเลือกตั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และยังมีวันชาติไทใหญ่ รวมถึงเรื่องของสนธิสัญญาปางโหลงอีกด้วย

