ย้อนดราม่า (อย่า) เอาสุนทรภู่ เทียบโกวเล้งด้าน ‘ขี้เมา’ บริบทห่าง 150 ปี

26.06.23 | 09:35 น.

ย้อนดราม่า (อย่า) เอาสุนทรภู่ เทียบโกวเล้งด้าน ‘ขี้เมา’ บริบทห่าง 150 ปี

เคยเป็นที่วิวาทะต่อเนื่องมาหลานปี เมื่อมีผู้เปิดประเด็นว่า สุนทรภู่ ไม่ใช่กวีขี้เมา เพราะปริมาณงานมากมายมหาศาล ถ้ามัวแต่เมา นะเอาเวลาที่ไหนมาเขียน

คำแก้ต่างทวงความเป็นธรรมให้สุนทรภู่นี้ นำทัพโดย สุจิตต์ วงษ์เทศ เจ้าเก่า โดยได้ข้อมูลหนุนเสริมมาจากอาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว

รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล

Advertisement

ต่อมา รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ ม.รามคำแหง ออกมาเสริมทัพอีกราย กระทั่งชาวเน็ตส่วนหนึ่งออกมารุมถาม (แซะ) ว่า สงสัยไม่รู้จัก ‘โกวเล้ง’ นักเขียนนิยายกำลังภายในจีนที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าร่ำสุราหนักจริง ถึงขนาดเสียชีวิตจากการดื่มสุรา แต่ก็สามารถเขียนผลงานจำนวนมากมายเช่นกันนั้น

ครั้งนั้น มีผู้ออกมาสะกิดชาวเน็ตว่า รศ.ดร.รุ่งโรจน์ มีหรือจะไม่รู้จัก โกวเล้ง เพราะนักวิชาการท่านนี้คือบุตรชายแท้ๆ ของ 1 ใน 2 น.นพรัตน์ ผู้แปลนวนิยายจีนระดับตำนานของไทย ส่วนอีกท่านก็เป็นอาแท้ๆ

ต่อมา รศ.ดร.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า ยอมรับว่าโกวเล้งขี้เมาจริง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดี ส่วนตัวรู้จักโกวเล้งเพราะบิดาอ่าน มีหนังสือโกวเล้งเต็มบ้าน แต่การนำไปเทียบกับสุนทรภู่นั้นมองว่าไม่สามารถเทียบกันได้ เนื่องจากโกวเล้งเกิดในยุคปลายศตวรรษที่ 20 หลังสุนทรภู่ประมาณ 150 ปี ซึ่งเทคโนโลยีการเขียนต่างกันมากแล้ว กล่าวคือ สุนทรภู่เกิดในยุคที่ยังใช้สมุดข่อย กว่าจะเขียนอะไรได้ต้องทดลงกระดานชนวนก่อนหรือไม่ ตรงนี้ต้องพิจารณา ในขณะที่โกวเล้งไม่ได้เกิดในยุคที่ใช้พู่กันจีนแล้ว เทคโนโลยีการเขียน การบันทึกต่างกัน การที่โกวเล้งขี้เมาแต่มีเวลาทำงานมากมาย จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

โกวเล้ง

นอกจากนี้ ในบริบททางประวัติศาสตร์และสังคมไทย ซึ่งสุนทรภู่รับราชการ ต้องเข้าเฝ้าเจ้านายบ่อยครั้ง ถ้าขี้เมาโดนเฆี่ยนหลังลาย กรณีนี้มีหลักฐานที่ว่ามีเจ้านายพระองค์หนึ่งโปรดดื่มสุรา รัชกาลที่ 4 ถึงกับทรงออกประกาศเชิงตำหนิ

“โกวเล้งขี้เมาจริง เขารู้กันหมด แต่จะเอาเทียบกับสุนทรภู่ไม่ได้ เพราะโกวเล้งเกิดปลายศตวรรษที่ 20 หลังสุนทรภู่ 150 ปี กว่าสุนทรภู่จะเขียนอะไรได้ ต้องทดลงกระดานชนวนก่อนแล้วค่อยคัดลอกลงสมุดข่อย แต่โกวเล้งใช้ปากกา หรือการพิมพ์ ไม่ใช่ยุคพู่กันจีน ถ้าโกวเล้งจะมีเวลาว่างกินเหล้าก็ไม่แปลก อีกประเด็นหนึ่ง คือสุนทรภู่ต้องเข้าเฝ้าเจ้านายบ่อยครั้ง ถ้าขี้เมาไม่พ้นรัชกาลที่ 4 จะทรงบริภาษได้”

ส่วนกรณีที่มีบุคคลต่างๆ ในโซเชียลเน็กเวิร์กตั้งคำถามว่าไม่รู้จักโกวเล้งหรืออย่างไรนั้น ตนไม่โกรธ และในฐานะนักประวัติศาสตร์ รู้สึกยินดีที่สังคมให้ความสนใจถกเถียงในประเด็นดังกล่าว

สำหรับโกวเล้ง เกิดที่ฮ่องกง เมื่อ พ.ศ.2480 เสียชีวิต 21 กันยายน พ.ศ.2528 (อายุ 48 ปี) ด้วยโรคที่เกิดจากการดื่มสุรา ส่วนสุนทรภู่ เกิดเมื่อ พ.ศ.2329 เสียชีวิต พ.ศ.2398 (อายุ 69 ปี)

สำหรับข้อมูล เรื่องเมา-ไม่เมานี้ ไม่เคยพบหลักฐานชัดเจน คาดว่าภาพจำมาจากตอนหนึ่งของนิราศภูเขาทองที่ว่า

“ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก
สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป
แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน”

นิราศดังกล่าว สุนทรภู่แต่งอายุหลัง 40 ปี ออกบวชแล้วหลายพรรษา จึงแต่งกลอนตามประเพณีภิกขุภาวะเพื่อเตือนตนเองและเตือนคนอื่นให้รู้บาปบุญคุณโทษของอบายมุข เป็นความเปรียบด้วยลีลากวีโวหาร เพราะเคยกินเหล้า เคยเมาสนุกสนานเหมือนคนบ้า แต่ไม่ได้หมายความว่าอาละวาด และไม่เคยพบหลักฐานว่าเมาตีคนอื่น ว่า “โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย”

อ่านข่าว

‘สุจิตต์’ โวย ‘สุนทรภู่’ ถูกใส่ร้าย ยันไม่ใช่กวีขี้เมา เผยผลงานมหาศาล คนกินเหล้างอมแงมทำไม่ได้