‘ปลัด ศธ.’ เผยจัดตั้ง สกร. ยังมีปัญหาอีกเพียบ คาดใช้เวลาตั้งไข่ไม่น้อยกว่า 3 ปี

27.06.23 | 15:29 น.

จัดตั้ง สกร. ยังมีปัญหาอีกเพียบ คาดใช้เวลาตั้งไข่ไม่น้อยกว่า 3 ปี ‘ปลัด ศธ.’ ชี้ เปลี่ยนชื่อหน่วยงาน กระทบสิทธิวิทยฐานะ ขรก. เร่งแก้ระเบียบที่เกี่ยวข้อง

นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการจัดทำกฎหมายลูก 13 ฉบับ ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) นั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งคงต้องมีการพิจารณาในหลายเรื่อง และหนึ่งในเรื่องสำคัญ คือการดูรายละเอียดสิทธิที่บุคลากรจะได้รับ โดยพบว่ามีปัญหากรณีการเปลี่ยนชื่อจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เดิมมาเป็น สกร. ที่พบว่าจะไปกระทบสิทธิในเรื่องวิทยฐานะของข้าราชการใน กศน. เพราะระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  กำหนดชื่อหน่วยงานที่จะสามารถขอมีและเลื่อนวิทยฐานะไว้ชัดเจน ดังนั้น เมื่อเปลี่ยนชื่อหน่วยงานใหม่ทำให้สิทธิการได้วิทยฐานะ ไม่สอดคล้องกับระเบียบของสำนักงาน ก.ค.ศ. ดังนั้นจึงต้องไปปรับแก้ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตรงนี้เป็นปัญหาบางส่วนที่อยู่ระหว่างการแก้ไข

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาภายในอีกบางส่วน เช่น หน่วยงานในสังกัดอย่าง ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา หรือท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพฯ ยังมีข้อถกเถียงถึงสถานะ เพราะส่วนหนึ่งอยากให้ปรับเป็นสถานศึกษา เพื่อให้บุคลากรที่ทำงานในศูนย์ดังกล่าว มีโอกาสก้าวหน้า สามารถขอมีและเลื่อนวิทยฐานะได้เช่นเดียวกับข้าราชการสังกัดอื่น แต่ติดปัญหา ตรงที่ท้องฟ้าจำลองไม่มีนักเรียน ดังนั้นความเป็นไปได้จึงอาจให้ปรับเป็นสถาบัน ซึ่งคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างการแก้ไข

“คาดว่า การจัดตั้ง สกร.กว่าจะเข้าที่เข้าทาง ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี เรื่องนี้คณะกรรมการฝ่ายกฎหมาย จะเป็นผู้ที่รับหน้าที่หนัก เพราะ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 ฉบับนี้ ไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่จะไปสอดคล้องกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… ที่ค้างการพิจารณาอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นคงต้องฝากรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารงาน เมื่อเปิดสภาแล้วขอให้เร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เป็นลำดับแรกๆ เพราะถือเป็นกฎหมายสำคัญ ซึ่งหากร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่มีผลบังคับใช้แล้ว การดำเนินการต่างๆ ก็จะมีความสอดคล้องกันมากขึ้น” นายอรรถพลกล่าว

ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้า กฎหมายลูก 13 ฉบับนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ยังติดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) บางส่วนต้องอาศัยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งกรณีการเปลี่ยนชื่อสถานศึกษา ความชัดเจนว่า หน่วยงานใดจะจัดตั้งเป็นสถาบัน หรือหน่วยงานใดจะเป็นสถานศึกษา และความเชื่อมโยงกับระเบียบ ก.พ. และมติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีมติไม่ให้มีการตั้งหน่วยงานใหม่ ดังนั้นจึงได้ทำหนังสือหารือไปยัง ก.พ. เพื่อขอความเห็น และเสนอ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบจัดตั้ง สกร. อย่างเป็นทางการต่อไป โดยสาเหตุที่ต้องเสนอเข้า ครม.เพราะอนาคตจะต้องมีการตั้งสถานศึกษาใหม่ รวมถึงต้องมีการเพิ่มอัตราบุคลากร ซึ่งทั้งหมดมีผลผูกพันกับงบประมาณในระยะยาว ทั้งหมดนี้คงต้องรอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารงาน โดยสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งทำขณะนี้คือ การจัดทำคำของบประมาณ 2567 และการพัฒนาหลักสูตรที่จะต้องครอบคลุมทุกช่วงวัย ตามกฎหมายใหม่ โดยจะต้องเป็นหลักสูตรมีคุณภาพได้มาตรฐาน

Advertisement