‘ศธ.-คสช.’ ร่วมขับเคลื่อนสุขภาพใน ร.ร. ‘สร้างภูมิคุ้มกัน-สกัดบูลลี่’ ให้ น.ร.
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ดร.อรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม และร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษา ระหว่าง ศธ.และคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ว่าการลงนามครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่จะได้ขับเคลื่อนเรื่องสุขภาพเยาวชนทั่วประเทศ นอกเหนือจาก ศธ.เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนคุณภาพวิชาการ โดย ศธ.ขับเคลื่อนผ่านกลไกที่เป็นหน่วยงานใน ศธ. ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) รวมถึงกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และกลไกที่ขับเคลื่อนนอกพื้นที่ คือ ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และศึกษาธิการภาค (ศธภ.) จะเป็นกลไกขับเคลื่อนให้ทุกสถานศึกษา เพื่อให้เป็นไปตามธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษาให้ได้
“ธรรมนูญสุขภาพ เป็นกลไกหลักที่จะสร้างความตระหนักให้กับสถานศึกษา ว่าสุขภาพของเยาวชน เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องส่งเสริมให้เติบโตขึ้นไปนั้น เป็นผู้มีภูมิคุ้มกัน นอกจากร่างกาย รวมถึงสติปัญญา จิตใจ และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่กระทบต่อตัวเด็ก โดยเฉพาะยุคปัจจุบัน โลกผันผวนรวดเร็ว เรื่องของ Digital Disruption โรคโควิด-19 หรือโรคใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตลอด 2-3 ปี การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับน้องๆ เหล่านี้ ให้มีภูมิคุ้มกันที่ดี ไม่โดนบูลลี่จากเพื่อน ไม่โดนแกล้งจากสังคม และจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนอย่างไร สอดคล้องกับนโยบาย ศธ.และรัฐมนตรีว่าการ ศธ.มองในเรื่องของความปลอดภัยของผู้เรียนเป็นสำคัญ ตรงนี้จะเชื่อมโยงได้ว่า สุขภาพดี ก็สร้างความปลอดภัย อย่างน้อยก็เรื่องของสุขภาพจิตใจต่อผู้เรียน ผลกระทบกับเพื่อนในชั้นเรียน ครู หรือสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น” ดร.อรรถพลกล่าว
นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการ คสช. กล่าวว่า เด็ก เยาวชน และสถานศึกษา เป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพคนไทย ให้มีความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และสุขภาพที่ดี ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เกื้อกูลให้เติบโตเป็นพลเมืองดี ที่มีคุณภาพตามทิศทางการพัฒนาประเทศ ภายใต้กรอบธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ.2565 เน้นการพัฒนาการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน สร้างสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศน์ที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี และการพัฒนาศักยภาพคนทุกวัย และทุกระดับ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายระบบสุขภาพ และสังคมที่เป็นธรรม
“ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 3 สามารถส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของครู นักเรียน และผู้ปกครอง ในการจัดทำธรรมนูญอนามัยโรงเรียน เป็นกรอบ และทิศทางในการสร้างความอยู่ดีมีสุขภายในโรงเรียน เช่น การจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการอาหารและเครื่องดื่ม และการจัดการระบบการดูแลสุขภาพของนักเรียน และบุคลากรภายในโรงเรียน สามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารให้คนในสังคมเข้าใจถึงกรอบ และแนวทางของระบบสุขภาพไทย รวมทั้งใช้อ้างอิงเพื่อพัฒนาตัวชี้วัดระบบสุขภาพไทย” นพ.ประทีปกล่าว

