‘กกต.’ เรียกแจงตั้งซี 10 ศธ. 27 ก.ค.นี้ ‘อรรถพล’ เร่งเตรียมข้อมูล

17.07.23 | 13:46 น.

‘กกต.’ เรียกแจงตั้งซี 10 ศธ. 27 ก.ค.นี้ ‘อรรถพล’ เร่งเตรียมข้อมูล พร้อมชงรัฐบาลใหม่เฟ้นบิ๊ก สกสค.-องค์การค้า

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทบริหารระดับ 10 ตามที่ ศธ.เสนอจำนวน 5 ราย คือ 1.นายสมใจ วิเศษทักษิณ ผู้ช่วยปลัด ศธ. เป็น ผู้ตรวจราชการ ศธ. 2.น.ส.วันเพ็ญ บุรีสูงเนิน รองศึกษาธิการภาค (ศธภ.) 6 เป็น ศธภ.8, 3.นายศุภชัย จันปุ่ม รอง ศธภ.7 เป็นศธภ.13, 4.นายประพัทธ์ รัตนอรุณ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และ 5.นายวิทวัต ปัญจมะวัติ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็น รองเลขาธิการ กอศ.นั้น วันที่ 27 กรกฎาคมนี้ ตนพร้อมด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไปชี้แจงเหตุผลและความจำเป็น ที่จะต้องแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ในช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนจะมีข้อติดขัดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ กกต. ทั้งนี้ หาก กกต.ไม่เห็นชอบ ก็อาจส่งผลต่อการบริหารงานในตำแหน่งดังกล่าว และคงเป็นเรื่องที่รัฐบาลใหม่ต้องพิจารณาต่อไป

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า ส่วนการสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.ที่ยังค้างอยู่นั้น นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัด ศธ. ในฐานะรักษาการเลขาธิการ สกสค. ก็ได้มาหารือเพื่อเตรียมความพร้อม สรรหาเลขาธิการสกสค.คนใหม่แล้ว ดังนั้นตนจึงได้สั่งให้ทาง สกสค.ไปเตรียมความพร้อม วางแผนงานต่างๆ ทั้งเรื่องงบประมาณแต่ละโครงการที่ต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการ สกสค. และล่าสุด ทาง สกสค.ได้เสนอของบเพื่อปรับปรุงโรงพยาบาลครูของ สกสค. ซึ่งทางคณะกรรมการ สกสค.เห็นว่า เป็นงบที่เสนอมาค่อนข้างสูง จึงให้เตรียมรายละเอียดเพื่อเสนอรัฐบาลใหม่ในปี 2567 ทั้งนี้ ในแง่หลักการทางคณะกรรมการ สกสค.ไม่ขัดข้อง เพราะเป็นการบริการครู แต่ก็มีความเห็นว่า โรงพยาบาลครู ส่วนมากจะให้บริการครูที่กรุงเทพฯเป็นหลัก ขณะที่ข้าราชการครูมีอยู่ทั่วประเทศ ดังนั้นจึงน่าจะมีช่องทางอื่นๆ ที่จะส่งเสริมให้ครูได้รับสวัสดิการในส่วนนี้ด้วย เช่น ไปทำความร่วมมือกับโรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อให้ครูได้รับการดูแลรักษาพยาบาลในช่องทางพิเศษ เป็นต้น ส่วนองค์การค้าฯก็ได้รายงานข้อมูลว่า การดำเนินการในปีนี้มีผลกำไรจากการจัดพิมพ์หนังสือเรียน แต่ก็ยังมีภาระหนี้สินที่ยังค้างชำระอยู่อีกหลายพันล้านบาท ดังนั้นจึงต้องเตรียมแผนเพื่อพัฒนาการบริหารจัดการกันต่อไป

“ทั้งตำแหน่งเลขาธิการ สกสค.และองค์การค้า ถือว่ามีความสำคัญ โดยเฉพาะเลขาธิการ สกสค.ที่ต้องเร่งแต่งตั้งโดยเร็วที่สุด เพราะกลไกที่ขับเคลื่อนในเชิงพื้นที่ บางเรื่องรักษาการเลขาธิการ สกสค.ไม่สามารถดำเนินการได้ เช่น การแต่งตั้งผู้อำนวยการ สกสค.จังหวัด ที่ยังว่างอยู่กว่า 20 ตำแหน่ง ดังนั้นจึงต้องเร่งดำเนินการแต่งตั้งเลขาธิการ สกสค. เพื่อให้เข้ามาเพื่อดำเนินการขับเคลื่อนงานสวัสดิการในระดับจังหวัด รวมถึงการกำกับดูแลสวัสดิการครูในพื้นที่ ซึ่งมีข้อปลีกย่อยอีกจำนวนมาก ส่วนผู้อำนวยการองค์การค้าที่ยังไม่มีตัวจริง ก็มีผลกระทบกับการบริหารงาน เพราะหากเรามีคนที่มีศักยภาพเข้าไปทำงาน ก็จะทำให้องค์การค้า สามารถแสวงหากำไรได้มากกว่าการจัดพิมพ์หนังสือ ที่ถือเป็นงานประจำ รวมถึงจะได้มีรายได้เพิ่มเพื่อชำระหนี้สินต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ด้วย” นายอรรถพลกล่าว

Advertisement

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน