ปธ.ทปอ.มทร.แนะมหา’ลัย ปรับตัวทำวิจัย เน้นพัฒนาประเทศ ช่วยขยับเรตติ้ง ม.โลก
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และประธานที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) เปิดเผยว่า กรณีมีผู้บริหารมหาวิทยาลัยเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่จัดสรรงบประมาณด้านการวิจัยเพิ่มให้กับสถาบันอุดมศึกษา แต่มีนักวิชาการคัดค้าน เพราะมองว่ามหาวิทยาลัยต้องการงบวิจัยเพิ่ม เพื่อใช้ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกให้สูงขึ้น ขณะที่อาจารย์ทำวิจัยเพื่อใช้ขอตำแหน่งทางวิชาการ แต่ไม่ได้ทำงานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ และถูกนำมาใช้ประโยชน์จริงๆ นั้น การจัดสรรงบวิจัยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้ปรับเปลี่ยนวิธีจัดสรรใหม่ จากเดิมรัฐบาลจัดสรรงบวิจัยผ่านงบประจำปี แต่ช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลจัดสรรงบวิจัยไปที่หน่วยวิจัย โดยมีสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นผู้ดูแล หน่วยวิจัยต่างๆ จะไปยื่นของบวิจัยเฉพาะทาง โดยปรับเปลี่ยนแนวทางการยื่นของบวิจัยให้ตรงกันความต้องการของการพัฒนาประเทศ ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าหลังจากรัฐบาลปรับเปลี่ยนวิธีจัดสรรงบวิจัย จึงทำให้งบวิจัยเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แต่ในส่วนของมหาวิทยาลัยก็ต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน
“เดี๋ยวไม่มีแล้วคำว่างานวิจัยขึ้นหิ้ง เพราะเราได้ปรับเปลี่ยนหมดแล้ว งานวิจัยลงทุนเยอะ ต้องนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง เช่น งานวิจัยของ มทร.ทั้งหมด เป็นงานวิจัยที่เรียกว่าขึ้นห้าง แม้กระทั่งงานวิจัยที่เป็นวิทยาศาสตร์พื้นฐาน หรือ Basic science ก็ยังขึ้นห้างได้เลย งานวิจัยทุกด้านเน้นการไปใช้ประโยชน์ได้จริง” รศ.ดร.สมหมาย กล่าว
รศ.ดร.สมหมายกล่าวอีกว่า ความจริงแล้วงานวิจัยทุกงานต่างมีคุณค่า และนำไปใช้ประโยชน์ได้ในหลายด้าน ไม่เฉพาะในเรื่องการขอตำแหน่งทางวิชาการ หรือใช้ในเรื่องของการจัดเรตติ้งอย่างเดียว ถ้ามองในต่างประเทศ มหาวิทยาลัยที่ติดอันดับสูงๆ จะมีผลงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการ และยังนำงานวิจัยเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ควบคู่กันได้ด้วย
“ผมมองว่างานวิจัยที่ทำแล้วดี มีการเผยแพร่ที่ดี ก็สามารถสร้างคุณค่าในการนำไปใช้จริงได้ และจะต้องวิเคราะห์งานวิจัยเหล่านั้น ต้องมองให้ไกลว่าในอนาคตจะนำไปใช้ประโยชน์อะไร ฉะนั้น เรื่องผลงานทางวิชาการ ที่จะใช้เป็นการกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ก็เป็นส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็จะทำให้เรตติ้งของมหาวิทยาลัยสูงขึ้นเช่นเดียวกัน” รศ.ดร.สมหมาย กล่าว

