เผยอาชีวะเอกชน 7 ปี ใต้ สอศ.เหมือนน้ำกับน้ำมัน ถูกปฏิบัติ 2 มาตรฐาน เงินอุดหนุนได้ช้ากว่ารัฐ อยากกลับไป สช.
ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) เปิดเผยว่า จากกรณีมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 8/2559 ให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน ย้ายจากสังกัดเดิม คือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไปอยู่ภายใต้สังกัดใหม่ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตลอดระยะเวลา 7 ปี ที่อยู่ภายใต้ สอศ.วิทยาลัยอาชีวะเอกชนมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือไม่ได้รับการดูแลที่เท่าเทียม เหมือนกับวิทยาลัยอาชีวะของภาครัฐ ทำให้เกิดการเรียกประชุมวิสามัญสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สวทอ.) เพื่อจะลงมติว่าจะอยู่ภายใต้ สอศ.หรือย้ายกลับไปอยู่ สช.ตามเดิม ซึ่งก็มีความเห็นออกเป็น 2 ฝ่าย
ดร.ศุภเสฏฐ์กล่าวอีกว่า ข้อเท็จจริงแล้วตลอดระยะเวลา 7 ปี มีทั้งมุมดี และมุมไม่ดี เหมือนเหรียญสองด้าน อย่างระบบการบริหารจัดการของวิทยาลัยอาชีวะเอกชน ก็เหมือนกับการบริหารจัดการโรงเรียนเอกชน คือมีผู้รับใบอนุญาตจัดตั้ง มีผู้จัดการ และผู้อำนวยการ ช่วงที่อยู่ภายใต้ สอศ.จะมีวัฒนธรรมองค์กรที่คล้ายกัน แต่พอย้ายมาสังกัด สอศ.ตลอดระยะเวลา 7 ปี วัฒนธรรมเดิมๆ ไม่สามารถใช้ได้ในการทำงานระหว่างองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน จึงส่งผลให้เกิดปัญหา และอุปสรรคหลายๆ อย่าง จนส่งผลให้เกิดข้อเรียกร้องกันมาหลายปี ช่วงแรกที่เข้าไปอยู่ภายใต้ สอศ.มีข้อตกลงว่าจะแก้ไขเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่เมื่ออยู่ด้วยกันหลายปี ก็ไม่ได้ลงมือทำ และส่งผลให้เกิดสุญญากาศ หรือช่องว่างขึ้นมา ทำให้เกิดการเรียกร้องของวิทยาลัยอาชีวะเอกชน ขอกลับไปอยู่ที่ สช.เช่นเดิม
“ปัจจุบันแม้วิทยาลัยอาชีวะเอกชนจะย้ายมาอยู่ภายใต้ สอศ.แล้ว แต่ในส่วนของวิทยาลัยอาชีวะเอกชน ยังคงใช้กฎหมายเดิมอยู่ ฉะนั้น หลายๆ เรื่องยังคงอยู่ที่ สช.ทำให้วิทยาลัยอาชีวะเอกชนยังต้องทำงานภายใต้กฎหมายของ สอศ.และ สช.” ดร.ศุภเสฏฐ์ กล่าว
ดร.ศุภเสฏฐ์กล่าวต่อว่า สถานการณ์ระหว่างวิทยาลัยอาชีวะเอกชนกับ สอศ.ถ้าเปรียบก็เหมือนกับน้ำกับน้ำมัน ก็อาจจะยังไม่ลงตัวกันหลายๆ ด้าน เช่น กรณีเงินอุดหนุนรายหัว ถ้าเป็นช่วงที่อยู่กับ สช.จะได้เงินอุดหนุนรายหัวทันที แต่เมื่อมาอยู่ภายใต้ สอศ.กลับได้เงินอุดหนุนรายหัวช้าทุกปี ไม่รู้ว่าติดปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นวิทยาลัยอาชีวะรัฐ จะได้เงินตรงเวลาทุกครั้ง การได้เงินอุดหนุนรายหัวของวิทยาลัยอาชีวะเอกชนก็เพื่อจ่ายเงินเดือนครู ทำให้อาชีวะเอกชนจ่ายเงินเดือนช้า
“อย่างวันนี้ เงินอุดหนุนรายหัวยังไม่ออกเลย จริงๆ เงินจะต้องเข้าบัญชีกลางของแต่ละวิทยาลัยอาชีวะเอกชนภายในวันที่ 25 ของทุกเดือน พอเป็นแบบนี้ จึงทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า เป็นการปฎิบัติแบบ 2 มาตฐานหรือไม่ ไม่เช่นนั้น คงไม่มีความคิดที่จะขอกลับไปอยู่หน่วยงานเดิม ซึ่งน่าจะดีกว่า” ดร.ศุภเสฏฐ์ กล่าว
ดร.ศุภเสฏฐ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ สวทอ.ได้เตรียมพร้อมยื่นเอกสาร หากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คนใหม่ แต่ความคาดหวังครั้งนี้ รัฐบาล หรือรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เอง จะต้องมีความชัดเจนมากกว่านี้ไม่ว่าการดำรงตำแหน่งจะสั้น หรือยาว อย่างเช่นเคยมีการตกลง หรือทำเอ็มโอยู ว่าวิทยาลัยอาชีวะเอกชนจะได้เรื่องนั้น จะได้เรื่องนี้ สุดท้ายยังไม่ได้ทำเลยสักเรื่อง
ดร.ศุภเสฏฐ์กล่าวว่า ขณะนี้ทำได้แค่อยู่กับปัจจุบันไปก่อน ส่วนเลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) คนปัจจุบัน ก็ดูแลได้ตามข้อกำหนดกฎหมายบางเรื่อง แต่หลายเรื่องก็ไม่สามารถดูแลได้

