รายงานการศึกษา : ถอดรหัส soft power ท่องเที่ยวมิติศาสนา พลังศรัทธา เสริมเศรษฐกิจชุมชน
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคําว่า “Soft Power” ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่มีคนดังออกไปเผยแพร่วัฒนธรรมของไทยในระดับนานาชาติ จนทําให้คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า Soft Power มีความหมายในมิติทางวัฒนธรรมเท่านั้น หากแต่ความหมายที่แท้จริงของคําๆ นี้ มีความลึกซึ้งกว่านั้น ทั้งในแง่การเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยมีวัฒนธรรมเป็นตัวขับเคลื่อน
กระแสคำว่า หรือ Soft Power ถูกพูดถึงอย่างมากในสื่อต่างๆ ของไทย และได้รับการกล่าวถึงมากขึ้น เมื่อครั้งที่ น.ส.ลลิษา มโนบาล หรือ “ลิซ่า” ศิลปินนักร้องชื่อดังระดับโลกแห่งวง BLACKPINK ให้สัมภาษณ์พิเศษกับรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่งของไทยว่า หากได้กลับไทย อยากไปกินลูกขึ้นยืนกินที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ สร้างปรากฏการณ์กระแสลูกชิ้นยืนกินยอดขายถล่มทลายชั่วข้ามคืน และกรณีลิซ่าเดินทางไปท่องเที่ยววัดหน้าพระเมรุ วัดมหาธาตุ และวัดแม่นางปลื้มในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยโพสต์ภาพสวมชุดไทยไหว้พระกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปลุกกระแสให้ทั้งคนไทย และชาวต่างชาติหันมาสนใจท่องเที่ยวตามรอยลิซ่า
ลิซ่า เที่ยววัดอยุธยา
และกรณี มิลลิ (Milli) กินข้าวเหนียวมะม่วง บนเวทีร้องเพลงในเทศกาลดนตรีระดับโลกที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาทําให้ “ข้าวเหนียวมะม่วงของไทย” ดังไปทั่วโลก ยอดขายถล่มทลายในชั่วข้ามคืนเช่นกัน
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดสถานการณ์สังคมสำคัญรับท่องเที่ยวสายมูเตลู หรือการท่องเที่ยวเชิงความเชื่อและความศรัทธา กำลังอยู่ในทิศทางโตต่อเนื่อง ปัจจุบันมูลค่าตลาดทั่วโลก 4 แสนล้าน คาดอีก 10 ปี พุ่งแตะ 1.4 ล้านล้านบาท แม้มูเตลูจะเป็นคำเฉพาะที่ถูกใช้ในประเทศไทยเท่านั้น แต่การท่องเที่ยวมูเตลูอาจเทียบได้กับ การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา (Faith-Based Tourism) ของต่างประเทศ ซึ่งมีความหมายครอบคลุมถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การแสวงบุญ และการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ (Spiritual Tourism) การท่องเที่ยวสายมู ไม่ได้มีเพียงการแสวงบุญ หรือการเยี่ยมชมวัดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งของและวัฒนธรรม ซึ่งสามารถจำแนกได้เป็น 2 ลักษณะหลัก คือ ลักษณะแรก คือ มูเตลูที่เป็นสถานที่ ได้แก่ 1.วัด โบสถ์ มัสยิด 2.ศาลเจ้าและเทวสถาน 3.รูปจำลองสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลักษณะที่สอง มูเตลูที่ไม่ใช่สถานที่ ได้แก่ 1.เครื่องรางของขลัง 2.พิธีกรรม
พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดธาตุน้อย
นอกจากนี้ การท่องเที่ยวตามรอยละคร ซีรีส์ และภาพยนตร์ เป็นเครื่องมือขับเคลื่อน Soft Power ที่ได้ผลสามารถสร้างกระแสนิยมเที่ยวตามรอยตัวละคร ซีรีส์ และภาพยนตร์ เช่น ตามรอยแม่หญิงการะเกดละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ตามรอยบุพเพสันนิวาส 2 นาคี นาคี 2 มณีนาคา ปาฏิหาริย์แก้วนาคราช เที่ยวตามรอยภาพยนตร์ เช่น เธอกับฉัน พาเที่ยวจังหวัดนครพนม ผีจ้างหนัง คำชะโนด เป็นต้น การเที่ยวตามความเชื่อและความศรัทธา เช่น ถ้ำนาคา คำชะโนด บั้งไฟพญานาค ประเพณีบุญบั้งไฟ ประเพณีบวงสรวงองค์พญาศรีสัตตนาคราช เป็นต้น
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า จาก Soft powerในมิติศาสนาดังกล่าวข้างต้น ถือว่าเป็น Soft Power ที่สำคัญ ซึ่งกรมการศาสนาได้จัดกิจกรรม โครงการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติศาสนา และกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้แก่ ตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา ประกอบด้วย เส้นทางสักการะพระธาตุประจำปีเกิด 12 นักษัตร เส้นทางตามรอยพระเถราจารย์ เส้นทางความเชื่อความศรัทธาแห่งลุ่มแม่น้ำโขง 5 จังหวัด คือ จังหวัดมุกดาหาร นครพนม บึงกาฬ หนองคาย และจังหวัดอุดรธานี มีแหล่งศาสนสถาน ที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยี่ยมเยือน อาทิ พญานาค 3 ภิภพ พระธาตุพนม ลานพญาศรีสัตตนาคราช ถ้ำนาคา พระธาตุหล้าหนอง และคำชะโนด โครงการมหัศจรรย์วัดไทย เส้นทางไหว้พระ 9 วัดเมืองกรุงเก่า ได้แก่ วัดตะโก วัดท่าการ้อง วัดนิเวศธรรมประวัติ วัดพนัญเชิง วัดกษัตราธิราช วัดสะตือ วิหารพระมงคลบพิตร วัดหน้าต่างนอก วัดบึงลัฏฐิวัน กิจกรรมเข้าวัดปฏิบัติธรรมสวนะ “ครอบครัวหิ้ว ตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน”
เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี
การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา มีแนวโน้มในการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั่วโลกเพิ่มขึ้น 3 เท่าภายใน 10 ปี จากมูลค่ากว่า 13.7 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2565 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 40.9 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2576 (ข้อมูลของ Future Market Insight 2023) ซึ่งจากข้อมูลการจัดลำดับประเทศที่มี Soft Power น่าดึงดูดมากที่สุดในโลกของ Global Soft Power Index 2022 จัดให้สหรัฐอเมริกาอันดับ 1 ตามมาด้วยสหราชอาณาจักร เยอรมันจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส แคนาดา สวิสเซอร์แลนด์ รัสเซีย และอิตาลี ตามลำดับ ใน 10 อันดับแรก ส่วนเกาหลีใต้อยู่ในลำดับที่ 12 และประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 35
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า Soft Power ในมิติทางศาสนาถือเป็น Soft Power ที่มีความยั่งยืน สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมิติศาสนา จำแนกเป็น ภายในวัด/ ศาสนสถาน เช่น เงินทำบุญ ดอกไม้ธูปเทียน เครื่องสักการะ เครื่องราง ของขลัง เช่าวัตถุมงคล รำแก้บน ปล่อยนก ปล่อยปลา ร้านของฝาก สินค้าชุมชน ร้านน้ำ/ เครื่องดื่ม เช่าชุด ภายนอกวัด/ ศาสนสถาน เช่น เช่าลานจอดรถ รถสองแถว/ รถสามล้อ ร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน โรงแรม/ โฮมสเตย์ สนามบิน ทัวร์ ร้านสังฆภัณฑ์ แผงลอตเตอรี่ ร้านอาหาร แผงลอตเตอรี่ ไกด์ทัวร์/ ไกด์ท้องถิ่น รำแก้บน ร้านเครื่องดื่ม ร้านของฝาก ของใส่บาตร/ ของแก้บน ร้านผัก/ ผลไม้ ประจำถิ่น ร้านเช่าวัตถุมงคล เป็นต้น
บั้งไฟ
โดยข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าสามารถสร้างรายได้สู่ภาคการท่องเที่ยวไทยในปี 2566 สูงสุดที่ 1.5 หมื่นล้านบาท และจากสถิติมูลค่าการใช้จ่ายเพื่อการกุศลรวมทั้งประเทศ ในช่วงปี 2552-2560 เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3.8 โดยในปี 2560 มูลค่าการใช้จ่ายเพื่อการกุศลรวมทั้งประเทศสูงถึง 130,000 ล้านบาท (ข้อมูลจาก Economic Intelligence Center : EIC 2019 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด)
ทั้งนี้ Soft Power ในมิติศาสนา และวัฒนธรรมในต่างประเทศ ที่มีความโดดเด่นสามารถเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ดังนั้น การสร้างความเข้มแข็งเพื่อให้การท่องเที่ยวมิติศาสนา เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ไทยถูกจัดลำดับเป็นประเทศที่มี Soft Power น่าดึงดูดมากที่สุดในโลกลำดับที่ดีขึ้น ต้องประสานพลังความร่วมมืออย่างเข็มแข็งจากภาคส่วนต่างๆ เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จะสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่จาก “soft power ท่องเที่ยวมิติศาสนา” สร้างพลังศรัทธา เสริมเศรษฐกิจชุมชนอย่างเข้มแข็ง ช่วยให้ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ถ้ำนาคา จังหวัดบึงกาฬ
ตักบาตรกิจกรรมปฏิบัติธรรมวันธรรมะสวนะ
ไหลเรือไฟ จังหวัดหนองคาย
มณีนาคราช วัดเขาพระครู จังหวัดชลบุรี
พญาภุชงค์นาคราช แก่งกะเบา จังหวัดมุกดาหาร
วัดทุ่งประทาย จังหวัดศรีสะเกษ

