เคลียร์วุ่น! ศธ. ส่งหนังสือ ขอโทษเกาหลีใต้ ปมลูกเสือไทยดอดเข้าห้องน้ำหญิงงานชุมนุมลูกเสือโลก
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเว็บไซต์หนังสือพิมพ์โคเรีย เฮรัลด์ของเกาหลีใต้รายงานว่า ลูกเสือเกาหลีใต้ราว 80 คนตัดสินใจออกจากการร่วมงานชุมนุมลูกเสือโลกครั้งที่ 25 ที่จัดขึ้นจังหวัดชอลลาเหนือ ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อแสดงความไม่พอใจคณะผู้จัดงานที่ไม่จัดการอย่างเหมาะสมกับผู้บังคับบัญชาลูกเสือ (scout leader) ที่เป็นชายไทยรายหนึ่งได้เดินตามผู้บังคับบัญชาลูกเสือสตรีของทางสมาคมเข้าไปในห้องอาบน้ำหญิง ซึ่งมีคนเห็นเหตุการณ์นี้ประมาณ 100 คน แต่คณะผู้จัดงานกลับไม่ดำเนินการอย่างเหมาะสม เช่น แยกผู้ถูกกล่าวหาออกจากกลุ่มลูกเสือ หรือให้ความคุ้มครองผู้ตกเป็นเหยื่อ โดยทำแค่ตักเตือนธรรมดา ทางสมาคมได้แจ้งความกับตำรวจแล้วนั้น ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้ประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล เพื่อนำตัวผู้บังคับบัญชาลูกเสือชายไทยคนดังกล่าวออกจากค่ายทันที ขณะเดียวกันได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำหนังสือขอโทษทางเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ รวมถึงสั่งการให้ลำนักลูกเสือฯ ชี้แจงเรื่องดังกล่าว เพื่อรายงาน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. รับทราบต่อไป
ด้าน นายสุทิน แก้วพนา รองปลัด ศธ. ในฐานะเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคือ คณะลูกเสือไทยเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันที่ 31 กรกฎาคม 2566 ถึงสาธารณรัฐเกาหลี วันที่ 1 สิงหาคม 2566 และเดินทางต่อไปยังค่ายชุมนุมลูกเสือโลก ณ เมืองแซมังกึม จังหวัดจอลลาบุก-โด เนื่องจากมีพายุเข้าก่อนหน้านี้รวมถึงกลางวันอากาศร้อนมากถึง 34-35 องศา สภาพค่ายชื้นแฉะทำให้ต้องทำพาเลต (Pallet) มาปูรองพื้นก่อนตั้งเต็นท์ กว่าจะช่วยลูกเสือตั้งแคมป์เสร็จช่วงค่ำ ผู้ถูกกล่าวหาเป็นหัวหน้าผู้บังคับบัญชาลูกเสือที่ดูแลลูกเสือ 1 หมู่ จำนวน 9 นาย เมื่อตั้งค่ายเสร็จก็พักผ่อน โดยไม่ได้อาบน้ำ ในคืนวันที่ 1 สิงหาคม 2566 และตื่นแต่เช้าในวันที่ 2 สิงหาคม 2566 เวลาประมาณ 05.00 น. รีบไปอาบน้ำโดยเข้าฝั่งที่ไม่เห็นสัญลักษณ์ห้องน้ำหญิง ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่ง และร้องเพลงไปด้วย จึงทำให้ผู้กล่าวหาซึ่งเป็นหัวหน้าของลูกเสือเกาหลีได้ยินและแจ้งฝ่ายรักษาความปลอดภัยมาดู
“ทางคณะกรรมการบริหารค่ายย่อยที่ 4 ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วเห็นว่าเป็นการ ‘เข้าใจผิด’ ไม่ได้จงใจที่จะล่วงละเมิดจึงไม่ติดใจเอาความ ผู้กล่าวหาจึงไปแจ้งความกับตำรวจท้องที่ ทำให้เป็นข่าวตามสื่อสาธารณรัฐเกาหลีและไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาระหว่างผู้ประสานงานของ สลช.กับฝ่ายเกาหลีและสถานทูตไทย การดำเนินการของ สลช. ขณะนี้ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ ให้มาอยู่ในการดูแลของผู้ประสานงาน พร้อมส่งหัวหน้าคนใหม่ไปปฏิบัติหน้าที่แทน ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม ทาง สลช.จะดำเนินการสอบข้อเท็จจริงกรณีมีความผิดทางวินัย จะดำเนินการทางวินัยอย่างเคร่งครัดโดยเร็วที่สุด” นายสุทินกล่าว

