‘สพฐ.’ ห่วงวิกฤตเปลี่ยนรัฐบาล ติวเข้มเขตพื้นที่ฯวางแผนใช้งบ เร่งบรรจุครูใหม่แทนอัตราว่าง

9.08.23 | 13:42 น.
แฟ้มภาพ

สพฐ. ห่วงวิกฤตเปลี่ยนรัฐบาล ติวเขตพื้นที่ฯวางแผนใช้งบ เร่งบรรจุครูใหม่แทนอัตราว่าง กำชับคุมข้อสอบ ว14 ให้ได้มาตรฐาน

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ตนได้ย้ำในเรื่องการทำงานในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่ ขอให้เร่งจัดทำฐานข้อมูลในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลนักเรียน ครู ภูมิศาสตร์ที่ตั้ง การจัดการเรียนการสอน สภาพปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายให้ฝ่ายการเมืองที่จะเข้ามา ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ รวมถึงจะทำให้เกิดการจัดสรรงบประมาณที่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้จะยังไม่ได้รัฐบาลใหม่ แต่สิ่งที่ต้องเร่งเตรียมการไว้ คือ แผนการปฏิบัติการปีงบประมาณรายจ่าย 2567 ซึ่งคาดว่า ทุกเขตพื้นที่ฯจะประสบปัญหาวิกฤต เนื่องจากงบดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร และยังไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา ดังนั้น จึงไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทันตามกำหนด

“ผมคาดว่า อย่างเร็วที่สุดจะได้ใช้งบพัฒนาและที่ดินสิ่งก่อสร้างในเดือนมกราคม 2567 สำหรับรอยต่อจะมีมาตรการ โดยให้สามารถเบิกจ่ายได้ในรายการค่าใช้จ่ายประจำ เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ส่วนงบพัฒนา และงบสิ่งก่อสร้างต่างๆ เขตพื้นที่ฯจะต้องไปดูว่า ช่วงเปลี่ยนผ่านจะบริหารจัดการอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ทั้งนี้ เมื่องบปี 2567 มีความล่าช้า จะมีผลต่อเนื่องไปถึงงบปี 2568 ซึ่งทางฝ่ายแผนของเขตพื้นที่ฯจำเป็นจะต้องออกแบบ การจัดทำคำของบประมาณใหม่ ให้สอดคล้องกัน โดยขอลำดับความสำคัญ ปรับวิธีคิดใหม่ให้สามารถบริหารจัดการได้โดยเร็ว” นายอัมพรกล่าว

นายอัมพรกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการบริหารบุคลากร ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงรอยต่อการเติมอัตรากำลังใหม่เข้าไปในโรงเรียนที่ขาดแคลน อีกส่วนคือการเติมคนเข้าไปในเขตพื้นที่ฯ ที่มีอัตราเงินเดือนแต่ยังไม่มีคน โดยการสอบในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ว14 ที่ผ่านมา มีทั้งเขตพื้นที่ฯ ที่สามารถคัดเลือกคนได้ตามอัตราว่างที่เปิดรับ และเขตพื้นที่ฯที่ยังได้คนไม่ครบตามอัตราว่างที่เปิดรับ ดังนั้น ขอให้เขตพื้นที่ฯที่มีอัตรา และมีบัญชีอยู่แล้ว เรียกบรรจุโดยเร็วที่สุด ส่วนเขตพื้นที่ฯที่ไม่ได้คนตามจำนวน ก็จะต้องเตรียมแผนเพื่อขอใช้บัญชีจากเขตพื้นที่ฯอื่น ถ้าสุดท้ายแล้ว ไม่มีเขตพื้นที่ฯใดที่มีอัตราให้ใช้ได้ และจำเป็นต้องเปิดสอบรอบสอง ขอให้ทำแผนและรายงานมาที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อเตรียมการสอบเสริมในอัตราที่ขาดแคลนต่อไป

“ขณะเดียวกัน เร็วๆ นี้จะมีการสอบการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ว16 ซึ่งมีเขตพื้นที่ฯ และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) เปิดรับสมัครรวม 216 แห่ง ใน 51 กลุ่มวิชา อัตราว่างที่เปิดรับ 8,061 อัตรา มีผู้สมัครรวม 26,693 คน และเท่าที่ดูตัวเลขโอกาสที่ผู้สมัครจะสอบผ่าน มีถึง 60% แต่ปัญหาที่ผ่านมา คือ เขตพื้นที่ฯ เปิดสอบในสาขาวิชาเอกที่ลูกจ้าง หรือพนักงานราชการในพื้นที่ฯไม่มีคุณสมบัติ จึงไม่มีผู้สมัคร ดังนั้น ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯจะต้องวางแผน โดยสาขาวิชาเอกที่ไม่มีลูกจ้าง หรือพนักงานราชการที่มีคุณสมบัติสมัครตาม ว16 ก็อาจไปเปิดรับ ในการสอบแข่งขันตาม ว14 โดยผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ จะต้องมีข้อมูลและวิเคราะห์ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ขอให้ถอดบทเรียนจากการจัดสอบ ว14 และดำเนินการจัดสอบ เพื่อคัดคนที่มีความพร้อมที่สุดให้ได้ตามตำแหน่งว่างที่มี ขอให้เขตพื้นที่ฯ ดูแลการออกข้อสอบไม่ให้ยาก หรือง่ายจนเกินไป แต่ต้องเป็นข้อสอบที่ได้มาตรฐานมีความเหมาะสมในการคัดเลือกคน ทั้งนี้ จากการรับสมัครที่ผ่านมาพบว่า มีหลายเขตพื้นที่ฯที่ประกาศรับสมัคร สาขาวิชาเอกเดียว และมีผู้สมัครคนเดียว แต่ยังต้องขอให้ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) ออกข้อสอบ ซึ่งกรณีแบบนี้ ขอให้เขตพื้นที่ฯทบทวนว่าจำเป็นหรือไม่ ที่จะต้องใช้งบประมาณ จ้างมหาวิทยาลัยออกข้อสอบ ทั้งที่มีผู้สมัครที่มีคุณสมบัติอยู่แล้ว โดยคำนึงถึงความจำเป็นและประโยชน์ทางราชการให้มากที่สุด

Advertisement