นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานก.ค.ศ.จัดประชุมนานาชาติว่าด้วยการพัฒนาวิชาชีพครู ประจำปี2566 ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้นั้น ได้มีการเชิญผู้เชียวชาญ ด้านการประเมิน จากประเทศ เกาหลี ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ เข้าร่วมเสวนา ในหัวข้อ การประเมินสมรรถนะครูและการพัฒนาคุณภาพการสอนสู่ความสำเร็จของผู้เรียน มุ่งสู่การพัฒนาคุณภาพครูและผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำข้อดี ข้อเสีย วิธีการประเมินสมรรถนะครูของแต่ละประเทศมาปรับใช้ ทั้งนี้จากการประชุมทำให้เห็นว่า ประเทศไทยมีระบบการประเมินที่ค่อนข้างก้าวหน้ากว่าประเทศอื่น ๆ ซึ่งยังไม่เห็นประเทศใดใช้ระบบดิจิทัลเข้ามามีส่วนในการประเมิน อย่างประเทศเกาหลี มีวิธีการประเมิน โดยใช้วิดิโอบันทึกการสอนของครู มีการรับฟังเสียงสะท้อนของนักเรียน ขณะที่ประเทศ ญี่ปุ่น จะประเมินจากการสอนในห้องเรียนของครูโดยตรง
“วิธีการประเมินของแต่ละประเทศ มีรายละเอียดที่ค่อนข้างน่าสนใจ ซึ่งจากนี้ สำนักงานก.ค.ศ. จะต้องนำข้อดี ข้อเสียของแต่ละประเทศมาวิเคราะห์ อย่างเช่น การรับฟังเสียงสะท้อน จากผู้เรียนของประเทศเกาหลี เป็นประเด็นที่น่าสนใจ ที่อาจจะนำมาปรับใช้กับระบบการประเมินวิทยฐานะครูของประเทศไทยในอนาคต ทั้งนี้การประเมินเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญที่สุดคือ คุณภาพของครู ที่หน่วยงานต้นสังกัด อย่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คงต้องหาวิธี เพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพของครู เพื่อให้การจัดการเรียนการสอน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ” นายประวิต กล่าว
นายประวิต กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้า การประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ว9/2564) หรือเกณฑ์ PA (Performance Agreement) นั้น ขณะนี้มีครูและบุคลากรทางการศึกษา ยื่นผลงานเพื่อขอเข้ารับการประเมิน กว่า 4 หมื่นคน ซึ่งทยอยแจ้งผลการประเมินไปแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการประเมินอยู่ประมาณ 2 พันคน ใช้เวลาประเมินรายเฉลี่ยรายละประมาณ 2 เดือน ถือว่าระบบเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ เชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหาล่าช้าเกิดขึ้นอีก
เลขาธิการก.ค.ศ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สำนักงานก.ค.ศ. เตรียมสรุปผลการดำเนินงานของ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา หลังได้รับการแต่ตั้งครบ 6 เดือน เพื่อดูว่า ที่ผ่านมามีปัญหาอุปสรรคอย่างไรบ้าง ก่อนวางแนวทางปรับปรุง โดยจะใช้การกำกับติดตาม การดำเนินงานผ่านระบบดิจิทัล ที่เรียกว่า e-Meeting ซึ่งจะทำให้ทราบถึงวาระการประชุม ความคืบหน้าในการดำเนินงานเรื่องต่าง ๆ ของอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ จากเดิมที่จะติดตามได้เฉพาะทางเอกสารซึ่งต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างอบรมเจ้าหน้าที่ เพื่อดูแลระบบ คาดว่าจะใช้ได้ทันวันที่ 1 ตุลาคมนี้

