ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ พระบรมศพ และพระศพ ประทับอยู่ในพระโกศทองใหญ่ ครั้นมาในคราวของพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า เป็นต้นมา ได้เปลี่ยนมาประทับในพระหีบ แต่ยังคงมีพระโกศเป็นสัญลักษณ์เพื่อแสดงถึงพระเกียรติยศสูงสุด โดยพระโกศและหีบพระบรมศพสร้างขึ้นโดยใช้ไม้จันทน์ จึงเรียกว่า “พระโกศจันทน์” และ “หีบพระบรมศพจันทน์” พระโกศจันทน์สร้างโดยล้อตามพระโกศทองใหญ่ ต่างกันเพียงวัสดุและรูปทรง ซึ่งปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา รัฐบาลได้เผยแพร่แบบพระโกศจันทน์และหีบพระบรมศพจันทน์ที่จะใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไปแล้วซึ่งมีความวิจิตรและสมพระเกียรติอย่างยิ่ง
โอกาสนี้ “มติชน” จึงสัมภาษณ์พิเศษ “นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร” นายช่างศิลปกรรมอาวุโส กลุ่มงานศิลปประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ผู้ออกแบบพระโกศจันทน์ มีสาระสำคัญ ดังนี้
๐งานในพระราชพิธีพระบรมศพที่รับผิดชอบ
“สำนักช่างสิบหมู่ได้รับมอบหมายจากนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ให้รับผิดชอบในส่วนของพระโกศจันทน์ พระโกศทองคำลงยา งานศิลปกรรมต่างๆ ราชรถรางปืน พระที่นั่งราเชนทรยานน้อย การซ่อมพระราชยานต่างๆ เป็นต้น ในส่วนของผมดูแลเรื่องการออกแบบพระโกศจันทน์และหีบพระบรมศพจันทน์ ออกแบบผ้าม่าน ออกแบบลายท่อนฟืนไม้จันทน์ ลายช่อไม้จันทน์ แกะลายที่ยอดพระจิตกาธานให้เป็น ‘พรหมพักตร์’ นอกจากนี้ ผมยังได้ร่วมกับนายช่างอีก 2 คนออกแบบพระโกศทองคำลงยา ซึ่งใช้ในการบรรจุพระบรมอัฐิ โดยทั้ง 3 แบบได้นำขึ้นกราบบังคมทูลถวายรายงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทอดพระเนตรแล้ว”

สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร
๐ความคืบหน้าพระโกศจันทน์ และหีบพระบรมศพจันทน์
“ในการออกแบบพระโกศจันทน์ ถือว่าหีบพระบรมศพจันทน์เป็นส่วนหนึ่งของพระโกศจันทน์ด้วย การออกแบบพระโกศจันทน์ครั้งนี้ถือเป็นชิ้นแรกของผม เพราะตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ทางสำนักราชเลขาธิการ โดยกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ยืมตัวผมไปช่วยราชการที่สถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา จวบจนปัจจุบัน เมื่อมีงานออกพระเมรุ ทางสำนักช่างสิบหมู่จึงขอให้ผมมาช่วย ทั้งนี้ ในการเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งแรก อธิบดีกรมศิลปากรได้นำสเกตช์แบบพระโกศจันทน์และหีบพระบรมศพที่ผมออกแบบขึ้นกราบบังคมทูลถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตร พร้อมถวายเหตุผลประกอบ พระองค์ทรงโปรด ผมเลยมาขยายแบบ และในการเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 2 ในวันที่ 30 ตุลาคม 2559 ผมได้เข้าร่วมกราบบังคมทูลถวายรายละเอียดแบบพระโกศจันทน์ด้วย
พระโกศจันทน์จะล้อตามพระโกศทองใหญ่ โดยจะมีพระลองในอยู่ด้านใน พระโกศจันทน์ที่ผมออกแบบจะประกอบด้วยลายบัวกลีบขนุน ซึ่งเดิมเป็นลายใบเทศซ้อนไม้ธรรมดา ผมเพิ่มเทพยดาพนมมือครึ่งองค์สถิตอยู่ในบัวกลีบขนุน ซึ่งไม่เหมือนที่เคยทำมา เทพยดาที่สถิตอยู่กลางบัวกลีบขนุนนั้นจะอยู่รอบพระโกศจันทน์แปดเหลี่ยม และชั้นยอดพระโกศที่เดิมทีทำเป็นยอดปริกนั้น มาครั้งนี้ทำเป็นยอดมงกุฎเตี้ยๆ แทน ล้อตามพระลองในที่อยู่ภายในพระโกศจันทน์ที่เป็นยอดปริก ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิม
พระโกศจันทน์ ประกอบด้วย ฝา ตัวพระโกศ และฐานพระโกศ โดยฝาพระโกศจันทน์จะประดับฉลุลายดอกไม้ไหวต่อก้าน ตรงมาลัยทองจะมีดอกไม้ทิศซึ่งปกติมี 4 ทิศเป็นหลักนั้น จะแบ่งเป็น 8 ทิศ ที่เรียกว่าดอกไม้ทิศ เนื่องจากอยู่ตามตำแหน่ง ตรงข้ามกัน ถัดจากดอกไม้ทิศ ตามชั้นยอดที่เป็นชั้นเชิงบาตรก็ปักด้วยดอกไม้ไหว 3 ชั้น ด้านตรงก็แล้วแต่จะทำเป็น 8 ดอก 4 กลีบ หรือจะ 8 กลีบ ก็แล้วแต่ จะมีก้านด้านหลังปักไปเรื่อยๆ ลดขนาดไปเรื่อยๆ จากนั้นเป็นดอกไม้ทิศ และดอกไม้ไหว 3 ชั้นอีกชุด แล้วจึงเป็นเกี้ยวรัดจุกและปลียอด โดยเกี้ยวจะมี 2 ชั้น แต่ละชั้นของเกี้ยวจะมีดอกไม้ทิศ โดยปกติถ้าขนาดเล็กลงไปอาจมีดอกไม้ทิศแค่ 4 ทิศ ถ้าใหญ่ขึ้นมาก็เป็น 8 ทิศ หรือ 16 ทิศ ก็แล้วแต่
จากฝาพระโกศจันทน์ ก็เป็นปากพระโกศจันทน์ ล้อตามแบบโบราณ หรือแบบพระโกศทองใหญ่ คือประดับด้วยเฟื่องอุบะและพู่ ห้อยสลับกันไปรอบปากพระโกศจันทน์ เฟื่องอุบะและพู่จะห้อยติดมากับฝาพระโกศจันทน์ ถ้าเป็นพระโกศทองใหญ่ เฟื่องอุบะและพู่จะเป็นเงิน ดอกไม้ไหวเป็นเงินประดับเพชร เรียกกันว่าพุ่มดอกไม้เพชรปักตามฝาพระโกศ ปากพระโกศทองใหญ่มีเงินประดับเพชรห้อยเป็นพู่เป็นเฟื่องอยู่รอบปากพระโกศ แต่ถ้าเป็นพระโกศจันทน์ จะเป็นเฟื่องอุบะและพู่ไม้จันทน์ ส่วนตัวพระโกศจะเป็นฉลุไม้จันทน์ลายเทพพนมสถิตอยู่กลางบัวกลีบขนุนรอบพระโกศ 8 เหลี่ยม
สำหรับฐานพระโกศ ตรงปากฐานจะมีดอกไม้ไหวปักอยู่ ซึ่งภาษาชาวบ้านเรียกว่า ‘ดอกไม้เอว’ แต่ภาษาช่างเรียกว่า ‘ดอกไม้ปักปากฐาน’ นอกจากนี้ มีบัวปากฐาน โดยทั่วไปจะมีชุดฐานปัทม์ หรือชุดฐานบัว ชุดฐานสิงห์ ชุดฐานหน้ากระดาน หรือฐานเขียง ฯลฯ แต่แบบพระโกศจันทน์ที่ผมออกแบบจะใช้ชุดฐานบัว ซึ่งจะประกอบด้วยบัวถลา หน้ากระดานล่าง ลูกแก้ว บัวปากฐาน และดอกไม้ไหว
พระโกศจันทน์ยังแตกต่างจากพระโกศทองใหญ่ ตรงรูปทรง โดยพระโกศจันทน์ไม่ยืดแบบพระโกศทองใหญ่ ซึ่งจะมีรูปทรงสูงกว่า แต่พระโกศจันทน์จะทรงเตี้ย กะทัดรัดกว่า เพื่อให้ประกอบกับพระลองในได้กะทัดรัดเวลาขึ้นอยู่บนพระจิตกาธาน ที่ต้องออกแบบพระโกศจันทน์ให้เตี้ย และกะทัดรัดก็เพื่อให้ล้อกับพระลองในฝายอดปริก 5 ชั้นให้มากที่สุด ซึ่งสำนักพระราชวังจะเป็นผู้จัดส่งแบบพระลองในมาให้ โดยปกติคนที่ออกแบบจะพยายามออกแบบให้กะทัดรัดรับกับพระลองในให้มากที่สุด เพียงแต่รูปทรงและฝาจะมีวิธีการออกแบบที่แตกต่างกันไป แล้วแต่ความคิด หรือรสนิยมที่สั่งสมมาทางศิลปะของแต่ละคน บางคนอาจออกแบบให้ลงมาตรงๆ ไม่อ่อนช้อย หรือจะมีเชพ (ทรวดทรง) ให้สวยงามก็แล้วแต่ แต่ของผมจะออกแบบให้อ่อนช้อยมากขึ้น พระลองในพระโกศจันทน์จะทำมาจากโลหะปิดทอง ฝายอดปริกจะมีลักษณะเป็นยอดเตี้ยๆ แล้วมีลูกแก้วเป็นชั้นๆ อาจจะ 5 ชั้น หรือ 3 ชั้น หรือชั้นเดียวก็แล้วแต่ลำดับชั้น ถัดขึ้นไปจึงเป็นปลียอด โดยถ้าเป็นพระโกศจันทน์ปลียอดก็จะสูงขึ้นมาหน่อย แต่ถ้าเป็นพระลองในปลียอดก็จะเตี้ยลงมา”









๐วิธีสร้างพระโกศจันทน์
“พระโกศจันทน์ทำมาจากไม้จันทน์ฉลุทั้งหมด ซึ่งจะประกอบอยู่บนโครงลวดที่ดัดเป็นรูปทรงพระโกศ 8 เหลี่ยม ตามที่ผมออกแบบ เขาจะดัดเหล็กตามนั้น พอดัดได้ 8 เหลี่ยม ถึงเอาลวดตาข่ายหุ้มแล้วพ่นสีทอง เพื่อไม่ให้เห็นความไม่ดีของตาข่าย จากนั้นจะนำไม้จันทน์มาฉลุซ้อนกันเป็นชั้นๆ แทนการแกะลาย มาผนึกลงบนลวดตาข่ายตามที่เป็นรูปทรงพระโกศ ก็จะเป็นเชพ วิธีการทำก็วางบัวกลีบขนุนก่อน ประกอบด้วยกรอบลายซึ่งเป็นแข้งศิลป์ ตรงกลางจะเป็นลายใบเทศ และมีเทพพนมผนึกติดอยู่เป็นไส้กลาง เท่ากับมีเทพยดาสถิตอยู่กลางบัวกลีบขนุนหุ้มพระโกศจันทน์ทั้ง 8 เหลี่ยม”
๐คาดว่าจะเสร็จเมื่อไหร่
“ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายแบบพระโกศจันทน์ 1:1 เพื่อใช้ในการฉลุไม้จันทน์จริง โดยการขยายแบบจะมีน้องๆ ช่วยดราฟต์ ขนาดของพระโกศจันทน์ต้องสัมพันธ์กับความกว้างของพระจิตกาธาน ขนาดของหีบพระบรมศพจันทน์ และหีบพระบรมศพที่เป็นโครงเหล็กอยู่ข้างใน ซึ่งเพิ่งได้ขนาดที่แน่นอนเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยพระโกศจันทน์มีความสูง 198 เซนติเมตร กว้าง 80 เซนติเมตร ส่วนความสูงจากพระจิตกาธานถึงพระโกศจันทน์ ความสูงอยู่ที่ 3.22 เมตร กว้าง 1.38 เมตร ยาว 2.30 เมตร ส่วนขนาดของพระหีบเหล็กซึ่งอยู่ด้านในหีบพระบรมศพจันทน์มีความสูง 2.74 เมตร กว้าง 0.95 เมตร ยาว 1.38 เมตร เมื่อได้ขนาดที่แน่นอนดังกล่าวจึงเริ่มขยายแบบ 1:1 โดยจะขยายทุกด้านเพื่อให้ได้ตัวโครงเอาต์ไลน์แบบที่ผ่านมา ตรง ไม่มีเชพ อย่างหีบพระบรมศพจันทน์ ฐานที่เคยทำมาก็เป็นบัวเฉยๆ แต่ครั้งนี้ผมได้เพิ่มขาสิงห์เพื่อให้สมพระเกียรติ ส่วนจะสร้างพระโกศจันทน์แล้วเสร็จเมื่อไรนั้น ขึ้นอยู่กับผู้ฉลุลาย ผมเป็นฝ่ายออกแบบและจัดการลายทั้งหมด แล้วจะเอาไปให้ช่างดัดเหล็ก ผูกตาข่ายให้ ผมจะควบคุมให้เป็นไปตามแบบ”
๐ความหมายของแบบพระโกศจันทน์
“ตามคติความเชื่อ พระมหากษัตริย์คือเทพเจ้า หรือพระราม อย่างการตั้งชื่อถนน ก็เฉลิมพระเกียรติมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ พระราม 6 ก็เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ส่วนถนนพระราม 9 ก็เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างตอนออกโทรทัศน์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสว่าถนนพระราม 9 ก็คือเรา ฉะนั้น จึงเชื่อกันว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือพระรามที่อวตารมาจากพระนารายณ์ ซึ่งพระนารายณ์ไปไหนมาไหนก็ทรงครุฑ รถยนต์พระที่นั่งของในหลวงทุกพระองค์ก็มีธงครุฑ หรือธงมหาราชนำเสด็จฯ ดุจท่านทรงครุฑไป ด้วยเหตุนี้แบบพระโกศจันทน์และหีบพระบรมศพจันทน์ ผมจึงออกแบบให้พระโกศจันทน์เป็นเทพยดาพนมมือ และด้านล่างเป็นหีบพระบรมศพจันทน์ เป็นครุฑหน้าอัด เพื่อสื่อว่าพระนารายณ์ทรงครุฑ เพื่อเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าเป็นพระรามที่อวตารมาจากพระนารายณ์”
๐รายละเอียดหีบพระบรมศพจันทน์
“หีบพระบรมศพจันทน์ จะมีพระหีบเหล็กอยู่ด้านในเหมือนกับพระลองในพระโกศจันทน์ หรือพระโกศทองคำจะมีพระลองในอยู่ด้านในเช่นกัน หีบพระบรมศพจันทน์ที่ผมออกแบบนั้น รอบพระหีบที่เดิมทำเป็นบัวกลีบขนุนเหมือนกับแบบพระโกศจันทน์นั้น ครั้งนี้ผมได้ผูกลายให้เป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านขด มีครุฑหน้าอัดอยู่ตรงกลาง คำว่าหน้าอัด ภาษาช่างแปลว่าหน้าตรง ตรงฐานจะมีบัวปากฐานชุดฐานสิงห์ ส่วนขอบบนฝาของพระหีบจะมีดอกไม้ไหวปักอยู่โดยรอบ วิธีการทำจะเย็บกับลวดตาข่ายที่เราผูกโครงเหล็กที่ดัดเป็นรูปทรง แล้วนำลวดตาข่ายผูกแล้วทาสีบรอนซ์ นำไม้ฉลุเป็นลายซ้อนไม้ซึ่งเป็นลายต่างๆ ผนึกเข้าไปด้วยลวด ส่วนดอกไม้ไหวจะนำมาปักทีหลัง ปักทั้งที่ฐาน ที่ปากพระโกศ และที่ยอดพระโกศ”
๐แบบพระโกศทองคำลงยาที่บรรจุพระบรมอัฐิ
“พระโกศทองคำลงยาจะมีทั้งหมด 3 แบบ ออกแบบโดยนายช่าง 3 คน พระโกศทองคำลงยาที่เป็นพระโกศหลักจะเก็บอยู่ที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ส่วนของผมออกแบบโดยใช้แนวคิดเดียวกับการออกแบบพระโกศจันทน์ คือพระนารายณ์ทรงครุฑ เนื่องจากหลักการในการสร้างพระเมรุมาศครั้งนี้ยึดหลักการเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านว่าทรงเป็นพระนารายณ์อวตาร แม้กระทั่งฉากบังเพลิงก็เป็นนารายณ์อวตาร 10 ปาง โดยพระฉากแต่ละคู่จะเขียนภาพพระนารายณ์อวตาร 2 ปาง”
๐ท่อนฟืนไม้จันทน์ และช่อไม้จันทน์
“ผมออกแบบลายท่อนฟืนไม้จันทน์และช่อไม้จันทน์เสร็จแล้ว โดยท่อนฟืนไม้จันทน์จะใช้ทั้งหมด 24 ท่อน แต่ละท่อนมีหน้ากว้าง 2 นิ้ว ยาว 60 เซนติเมตร ผมออกแบบโดยใช้ลายทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ วิธีการทำ ใช้วิธีลายรดน้ำ (เขียนลวดลายให้ปรากฏเป็นลายทองด้วยวิธีเปิดทอง แล้วเอาน้ำรด) จากเดิมใช้วิธีฉลุลายปิดทอง ทั้งนี้ การออกแบบท่อนฟืนไม้จันทน์ครั้งนี้ แตกต่างจากที่ผ่านมา ตรงที่ที่ผ่านมาจะมีแค่ลายส่วนบนของท่อนฟืน แต่ครั้งนี้จะมีลายที่หน้าฟืนด้วย
ส่วนช่อไม้จันทน์ที่ต้องวางในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้น จะมีทั้งหมด 7 แบบ ผมออกแบบเสร็จแล้ว โดยใช้ลายดอกไม้เทศซ้อนไม้ทั้งหมด แต่วิธีการผูกลายเพื่อให้เกิดเป็นลายต่างๆ จะไม่เหมือนกัน อย่างลำดับชั้นพระเจ้าหลานเธอ การผูกลายจะลดทอนลงให้เท่ากับพระเกียรติยศ ส่วนวิธีการทำช่อไม้จันทน์นั้น จากเดิมที่เป็นดอกไม้เทศซ้อนไม้ คือเป็นแผ่นไม้แบนๆ มาฉลุซ้อนกันเฉยๆ แต่ครั้งนี้ไม่ได้ซ้อนไม้เพียงอย่างเดียว แต่จะแกะลายด้วยเพื่อให้เป็นนูนสูงเพิ่มมิติมากขึ้น




























