‘9 มทร.’ ปลื้มงบวิจัยพุ่ง 300 ล.ต่อปี เดิมแค่ 20 ล้าน ’38 มรภ.’ เฉลี่ย 30 ล./แห่ง ชี้ไม่ครอบคลุม

29.08.23 | 10:02 น.

‘9 มทร.’ ปลื้มงบวิจัยพุ่ง 300 ล.ต่อปี เดิมแค่ 20 ล้าน ลุยหาแหล่งทุนเอกชนเพิ่ม ’38 มรภ.’ เฉลี่ย 30 ล./แห่ง ชี้ไม่ครอบคลุม

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และประธานที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา มทร. 9 แห่ง 36 วิทยาเขต ได้รับงบประมาณด้านการวิจัยจากรัฐบาลโดยผ่านสำนักงบประมาณ ส่วนจะได้รับงบมาก หรือน้อย ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัยจะได้รับจัดสรรงบเท่าไหร่ โดยเฉลี่ยจะได้ 20-30 ล้านบาท แต่ก็มีบางแห่งได้งบไม่กี่ล้านบาท ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน ได้มีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการให้ทุนวิจัยแบบใหม่ ถ้ามหาวิทยาลัยอยากได้ทุน จะต้องนำเสนอกับแหล่งทุนโดยตรง โดยภาครัฐเชื่อว่าวิธีนี้น่าจะดีกว่าการให้งบก้อนหนึ่งแล้วจบ เพื่อนำไปต่อยอด และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้

รศ.ดร.สมหมายกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กลุ่ม มทร.ทั้ง 9 แห่ง ได้เตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนเกณฑ์มากว่า 10 ปีแล้ว โดยงานวิจัยของ มทร.ต้องนำไปใช้ประโยชน์ได้ และไม่ได้รอแค่งบที่จะได้รับจัดสรรในแต่ละปีอย่างเดียว แต่ต้องเตรียมให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยพร้อมยื่นขอทุนวิจัย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนคือ ทุนวิจัยที่ มทร.ทั้ง 9 แห่ง ได้รับปีละ 20 ล้านบาท กลายเป็นปีละประมาณ 300 ล้านบาท เพราะบุคลากรของ มทร.ที่ขอทุนนั้น มีผลงานจริงๆ เพราะ มทร.เป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเน้นการสร้างนวัตกรรม ที่นำไปใช้ได้ทั้งส่วนของภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ภาคการบริการ หรือแม้กระทั่งชุมชน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ สร้างมูลค่าเพิ่มได้ โดย มทร.ขอชื่นชมการจัดสรรงบของรัฐบาล

รศ.ดร.สมหมายกล่าวอีกว่า ขณะนี้ มทร.ทั้ง 9 แห่ง ได้ยื่นของบวิจัยผ่านแหล่งทุนจากภาคเอกชน ซึ่งก็คือกลุ่มที่ใช้งานจากนวัตกรรมที่มาจากการวิจัย โดยเป็นความร่วมมือทำวิจัย ตั้งโจทย์การวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เพื่อกำหนดงบโครงการวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ แบ่งเป็น 2 วิธี คือ 1.นำบุคลากรทั้ง 2 ฝ่าย ร่วมกันสร้าง และใช้อุปกรณ์ร่วมกัน สนับสนุนเครื่องมือ และการตลาด และ 2.นำงบทั้ง 2 ฝ่าย มาลงทุนร่วมกัน มองแนวทางในการนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน และทำให้งานวิจัยของประเทศมีคุณค่า

ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) กล่าวว่า งบวิจัยในส่วนของ มรภ.ทั้ง 38 แห่ง ถ้าดูจากภาพรวม เฉลี่ยแล้วจะได้รับงบวิจัยแห่งละ 20-30 ล้านบาท โดยบางแห่งอาจได้มากกว่า หรือน้อยกว่า 30 ล้านบาท ทั้งนี้ ส่วนใหญ่จะเน้นทำวิจัยเพื่อนำไปพัฒนาชุมชนในพื้นที่ เพราะ มรภ.เป็นมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น โดย มรภ.รับผิดชอบพื้นที่ค่อนข้างกว้างกว่า 70 จังหวัด โดยจะพัฒนาในเชิงพื้นที่ตามที่มหาวิทยาลัยนั้นๆ ตั้งอยู่

Advertisement

“ถามว่างบที่ได้พอหรือไม่ถ้าเทียบกับพื้นที่ที่ มรภ.ดูแล และรับผิดชอบ ในแง่ของการทำวิจัย คงไม่พออยู่แล้ว แต่ทุกวันนี้ มรภ.มีทุนสนับสนุนอีกหลายแหล่ง นอกเหนือจากทุนวิจัยที่ลงไปทำงานในเชิงพื้นที่ จึงมีงบพอที่จะทำวิจัย แต่ไม่ใช่สำหรับทำวิจัยอย่างเดียว มรภ.เองนำงบอย่างอื่นลงไปพัฒนาชุมชนด้วย เช่น งบยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น งบจากโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล หรือ U2T หรืองบวิจัยที่ได้รับมาจากแหล่งอื่นๆ ด้วย ทำให้พอสำหรับการทำงาน และการวิจัย แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่” ผศ.ดร.ลินดา กล่าว