หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (297) 成语故事 (二九七)

10.09.23 | 10:35 น.

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (297) 成语故事 (二九七)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 笑里藏刀/笑裏藏刀 xiào lǐ cánɡ dāo (เซี่ยว หลี่ ฉาง ตาว) โดยคำว่า 笑 xiào (เซี่ยว) ยิ้ม หัวเราะ 里/裏 lǐ (หลี่) แปลว่า ใน ท่ามกลาง 藏 cánɡ (ฉาง) ซ่อน 刀 dāo (ตาว) มีด เมื่อร่วมกันแล้วจะหมายถึงยิ้มซ่อนมีด ท่ามกลางรอยยิ้มที่ซ่อนมีดไว้ ยิ้มที่ไม่จริงใจ ยิ้มที่มีเล่ห์กล เป็นการใช้รอยยิ้มเพื่ออำพรางเจตนาที่แท้จริง ถ้าเทียบกับไทยก็จะเป็นคำว่า ปากหวานก้นเปรี้ยวนั่นเอง มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน

ซุนจื่อ 孙子/孫子 Sūnzi หรือ ซุนวู นั้น ได้รับการยกย่องว่าเป็นบรมครูแห่งกลยุทธ์การศึก งานเขียนของท่านในตำราพิชัยยุทธ์《孙子兵法》Sūnzi bīnɡfǎ (ซุนจื่อ ปิงฝ่า) เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคชุนชิว เมื่อเกือบสองพันห้าร้อยปีที่แล้ว แต่แนวคิด วิธีการ เล่ห์กลต่างๆ ก็ไม่เคยล้าสมัยเลย จนถูกนำไปแปล และเผยแผ่ไปทั่วโลก ส่วนผู้ศึกษาตำราเล่มดังกล่าว จะเข้าใจได้แจ่มแจ้งแค่ไหนก็คงต้องรอการพิสูจน์ในยามต้องการใช้จริงๆ เท่านั้น และในประวัติศาสตร์จีน มีการนำกลยุทธ์ของซุนจื่อไปใช้มากมาย เช่น ยุคซานกั๋ว 三国/三國  Sānɡuó (สามก๊ก) ของจีน มีการใช้กลยุทธ์ยิ้มซ่อนมีดนี้เพื่อจัดการกับกวนอู 关羽/關羽 Guān Yǔ (กวน อวี่) ผู้ทรนงที่ยึดครองเมืองเกงจิ๋ว 荆州 Jīnɡzhōu (จิงโจว)

มีเรื่องเล่าว่า ช่วงก่อนก่อเกิดเป็นสามก๊ก โจโฉ 曹操 Cáo Cāo (เฉาเชา) เป็นผู้มีอำนาจทางการทหารที่แข็งแกร่งมาก ยากที่จะมีเจ้าเมืองคนใดต้านทานกองทัพของเฉาเชาได้เพียงลำพัง ดังนั้น กองกำลังของเล่าปี่ 刘备/劉備 Liú Bèi (หลิวเป้ย) กับซุนกวน 孙权/孫權 Sūn Quán (ซุนฉวน) จึงต้องจับมือกันสู้กับกองทัพโจโฉ เมื่อเสร็จศึกเผาทัพเรือโจโฉแล้ว ความสัมพันธ์ของเล่าปี่กับซุนกวนก็มิสู้ดีนัก เนื่องจากกองทัพเล่าปี่ก่อนหน้านี้ ได้ขอยืมใช้เมืองเกงจิ๋วเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว แต่เมื่อตั้งตัวได้แล้ว ก็ไม่คิดจะคืนดินแดนดังกล่าวให้ แถมยังแต่งตั้งกวนอูไปเป็นเจ้าเมืองปกครองอีก เป็นที่รู้กันว่ากวนอูนั้นมีฝีมือการรบที่ไม่เป็นสองรองใคร ทั้งยังรอบรู้พิชัยสงครามพอตัว กองทัพของซุนกวนจึงไม่อาจทำอะไรได้ในตอนต้น

Advertisement

(ที่มาภาพ : https://www.sohu.com/a/340911939_100015512)

แต่แล้วครั้งหนึ่งเมื่อโอกาสมาถึง เมื่อยามที่กวนอูยกทัพขึ้นเหนือ หมายจะไปโจมตีเอาเมืองเพิ่มจากดินแดนของเฉาเชา โอกาสทองจึงมาถึง ฝ่ายกองทัพของซุนกวนไม่รอช้ารีบวางแผนโจมตียึดเมืองเกงจิ๋วคืน เพื่อให้กวนอูตายใจ ทางกองทัพของซุนกวนจึงวางแผนทำทีเป็นแต่งตั้งแม่ทัพหนุ่มน้อย นามว่า ลกซุน 陆逊/陸遜 Lù Xùn (ลู่ซวิ่น) ผู้ไม่ประสีประสาในการศึกให้เป็นแม่ทัพใหม่ เมื่อลกซุนได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพแล้ว ก็เขียนจดหมายไปแสดงตนต่อกวนอูว่า ตนเป็นผู้น้อยรุ่นลูกรุ่นหลาน ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ ตนเองไร้ประสบการณ์ ความรู้ก็มีเพียงน้อยนิด ต่อไปภายหน้าต้องขอคำชี้แนะต่างๆ จากท่านกวนอูด้วย ซึ่งเมื่อกวนอูอ่านจดหมายจบก็หัวเราะชอบใจใหญ่ คิดว่ากองทัพของซุนกวนคงไร้คนมีฝีมือเสียแล้ว

ดังนั้น เมื่อตอนยกทัพไปโจมตีเมืองในเขตของโจโฉ เขาจึงยกทัพแทบทั้งหมดออกไปจากเมืองเกงจิ๋ว เพราะคิดว่ากองทัพซุนกวนคงไม่กล้าคิดทำอะไร แต่หารู้ไม่ว่า เมื่อกวนอูยกทัพออกจากเมืองไป กองทัพซุนกวนก็ถือโอกาสโจมตียึดเมืองเกงจิ๋วไปได้อย่างง่ายดาย ส่วนกวนอูที่หลงใหลในคำยกยอ คำพูดอันอ่อนน้อมนั้น จึงทำให้กวนอูพลาดท่าครั้งสำคัญ จนถึงกับเอาชีวิตไปทิ้งในการศึกครั้งนี้ให้กับเด็กรุ่นลูกที่เค้ามองว่าไร้ประสบการณ์ ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม นามว่าลกซุนนี่เอง

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:外表和善,但是内心却阴险毒辣。

成語比喻:外表和善,但是內心卻陰險毒辣

Chénɡyǔ bǐyù:Wàibiǎo héshàn, dànshì nèixīn què yīnxiǎn dúlà.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่ :  ไว้เปี่ยว เหอฉ้าน, ต้านฉื้อ เน่ยซิน เชว่ อินเสี่ยน ตู๋ล่า

สุภาษิตเปรียบว่า ภายนอกดูใจดีเมตตา แต่ภายในกลับชั่วร้าย

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

自古以来,在社会过生活,一定要注意的就是那些笑里藏刀的人。

自古以來,在社會過生活,一定要註意的就是那些笑裏藏刀的人。

Zìɡǔ yǐlái, zài shèhuì ɡuò shēnɡhuó, yīdìnɡ yào zhùyì de jiùshì nàxiē xiàolǐcánɡdāo de rén.

​จื้อกู่ อี่ไหล, จ้าย เฉ้อหุ้ย กั้ว เฌิงหัว, อีติ้ง เหย้า จู้อี้ เตอะ จิ้วฉื้อ น่าเซีย เซี่ยวหลี่ฉางตาว เตอะ เหริน

ตั้งแต่โบราณกาลมา การใช้ชีวิตในสังคมนั้น สิ่งที่พึงต้องระวังมากก็คือคนประเภทปากหวานก้นเปรี้ยว