‘ครูอุ้ม’พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ แจกการบ้าน-‘ส่งเสริมการอ่าน’

15.09.23 | 12:15 น.
‘ครูอุ้ม’พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ แจกการบ้าน-‘ส่งเสริมการอ่าน’

‘ครูอุ้ม’พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ
แจกการบ้าน-‘ส่งเสริมการอ่าน’

ครั้งนี้เป็นการประชุมทางไกล เพื่อให้ผู้บริหารทุกระดับ ทั้งระดับสูง ระดับกลาง และระดับต้น เข้าร่วมรับฟังนโยบายการศึกษา การทำงานต่อไปนี้จะเป็นไปในรูปแบบการมีส่วนร่วม โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยมีนักเรียนเป็นศูนย์กลาง การทำงานจะมีการตรวจสอบ โดยจะทำในรูปแบบของการสุ่ม ได้ต้นแบบมาจาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บังคับบัญชา

อีกส่วนได้รับการประสิทธิ์ประสาทวิชามาจากครูทุกคน ครูคนแรกคือ คุณแม่ และ คุณพ่อ ชัย ชิดชอบ เป็นทั้งครู กำนัน และอดีตประธานรัฐสภา คุณพ่อเคยเป็นอดีตครูประชาบาล สอนตั้งแต่ชั้น ป.1-4 ทำให้เห็นสภาพความยากลำบาก โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล มีครูคนเดียวสอนทุกชั้นปี จึงเป็นความใฝ่ฝันหนึ่ง อยากจะเข้ามาทำงานในส่วนนี้ โดยมีคุณพ่อเป็นต้นแบบในการทำงานดูแลประชาชน

ทั้งนี้ การดำเนินการจะอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และยุทธศาสตร์ชาติ มีความตั้งใจอย่างซื่อสัตย์สุจริต จะดำเนินการอย่างเป็นกัลยาณมิตร ภายใต้การทำงานแบบ จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ผมมาถึงจุดนี้ได้ ถือว่าเป็นพระคุณของครูให้ความรู้แก่ผม ทั้งครูในสถานศึกษาและครูในชีวิต

ได้รับทราบปัญหาส่วนหนึ่งจากคุณพ่อ เคยเป็นครูประชาบาลมาแล้ว รวมถึงรับฟังปัญหาจากสถานศึกษาเข้าตรวจเยี่ยมแบบไม่แจ้งล่วงหน้าแล้วส่วนหนึ่ง ทำให้รู้สึกอุ่นใจว่าแม้ไม่มีผม ทุกคนสามารถขับเคลื่อนได้อย่างดี แต่เมื่อมีผมเข้ามาทำงาน จะได้ร่วมขับเคลื่อนให้ดีขึ้นไปอีก อยากหาคำที่จะเป็นมอตโตง่ายๆ จะใช้ในการทำงานร่วมกันคือ เรียนดี มีความสุข
ทั้งผู้เรียน และผู้ปกครอง เพราะถ้ามีความสุขแล้ว จะทำให้การเรียนดีขึ้น ผมเป็นตำรวจ อาจจะฝึกหนัก ตอนฝึกอาจไม่มีความสุขเท่าไหร่ แต่เมื่อฝึกเสร็จแล้ว จะมีความสุข มีร่างกายแข็งแรง ความสุขไม่ใช่ความสนุกอย่างเดียว

Advertisement

อยากให้ทุกคนร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อขับเคลื่อนผลักดันการจัดการศึกษาให้ดี มีแนวทางการจัดการศึกษา 2 รูปแบบ คือ การเรียนสู่ความเป็นเลิศ และการเรียนเพื่อความมั่นคงในชีวิต

จากแนวคิดการจัดการศึกษาทั้ง 2 รูปแบบ จะกลายเป็นมายด์แมปง่ายๆ ดังนี้ ลดภาระข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้แก่

1.จะปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะครู ลดขั้นตอนมุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ปรับระบบวิธีการประเมิน เน้นตามสภาพจริง ลดการทำเอกสาร ลดขั้นตอนการประเมิน ไม่ซับซ้อน ยุ่งยาก และเป็นธรรม เน้นผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนตามช่วงวัย คำนึงถึงบริบทของสถานศึกษา ปรับระบบการประเมินเพื่อเลื่อนเงินเดือน และประเมินวิทยฐานะให้เชื่อมโยงกัน และนำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนหนึ่งในการประเมิน

2.ครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น โยกย้ายกลับภูมิลำเนาด้วยความโปร่งใส ไม่ซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งจะต้องกำหนดหลักเกณฑ์การย้ายให้ชัดเจน และยืดหยุ่น รวมทั้ง อาจต้องใช้บทลงโทษที่เข้มงวด กับผู้ที่เรียกรับผลประโยชน์ในการโยกย้าย หากไปถามผู้ใต้บังคับบัญชา จะรู้ว่าผมมีนิสัยที่ว่า ถ้าเตือนแล้วไม่ฟัง ผมกัดไม่ปล่อย อย่าคิดเอาใครมาเคลียร์กับผม ไม่ได้ ผมเป็นประเภทหัวดื้อ ถ้าคิดว่าผิดแล้ว ก็ต้องเอาให้อยู่ ไม่เช่นนั้นจะเป็นภัยต่อข้าราชการครู ดังนั้น จึงอยากขอร้องว่าอย่าไปรีดเลือดครูด้วยกัน อีกเรื่องคือ สถาบันผลิตครู และหน่วยใช้ครู ร่วมกันสำรวจความต้องการครูแต่ละสาขาวิชาที่ขาดแคลนในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งพิจารณาให้ผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษากลับมาเป็นครู หรือครูผู้ช่วยในภูมิลำเนาของตนเอง

3.แก้ไขปัญหาหนี้สินครู สร้างความเข้าใจการวางแผนการใช้เงิน หน่วยงานต้นสังกัดประสานการจัดการให้ครู ได้รีไฟแนนซ์ หรือรวมหนี้เป็นก้อนเดียว เพื่อลดภาระการผ่อนชำระ ลดดอกเบี้ยให้ถูกลง ระยะเวลาผ่อนส่งยาวขึ้น พักชำระดอกเบี้ยให้แก่ครูเป็นหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู และสถานบันการเงิน รัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ผู้มีวงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี ชำระเพียงเงินต้น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และลดภาระค่าใช้จ่ายให้ครูทั่วประเทศ

4.จัดหาอุปกรณ์การสอนเสริมต่างๆ ให้กับครู เช่น โครงการ 1 ครู 1 แท็บเล็ต เป็นโยบายรัฐบาลต้องดำเนินการสอดรับ บูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน ผู้เป็นเจ้าของสัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และภาครัฐ ในการพัฒนาเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และสนับสนุนงบประมาณเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์

สำหรับแนวทางลดภาระนักเรียน และผู้ปกครอง ดังนี้

1.เรียนทุกที่ทุกเวลา เรียนฟรี มีงานทำ ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มีระบบแพลตฟอร์มการเรียนรู้ ผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จัดหา 1 นักเรียน 1 แท็บเล็ต โดยส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการจัดการศึกษา และให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมระหว่างเรียน หรือระหว่างฝึกอาชีพ สร้างโอกาสการมีงานทำ เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันแรงงานเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้น ส่งเสริมการจัดการอาชีวศึกษาทวิภาคีอย่างจริงจัง สนับสนุน จัดหาอุปกรณ์ ในการช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน

จัดหาแท็บเล็ตที่มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงระบบออนไลน์รองรับการใช้งานให้เพียงพอกับจำนวนผู้เรียน ระดับชั้น ม.4-6 และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปีที่ 1-3 เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับการพัฒนาของโลกในยุคดิจิทัล จะต้องดูงบว่าจะเป็นระบบเช่าหรือซื้อ เพื่อให้เด็กได้เข้าถึง บูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนที่เป็นเจ้าของเครือข่ายอินเตอร์เน็ต พัฒนาแอพลิเคชั่นเพื่อการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ จัดทำแพลตฟอร์มการเรียนรู้ ผู้เรียนสามารถเข้าสู่แหล่งเรียนรู้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และพัฒนาการศึกษาผ่านระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ หรือเครดิตแบงก์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักเรียนได้เรียนและทำงานไปในเวลาเดียวกัน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเปลี่ยนสาขาการเรียนได้ เพื่อให้ตรงกับความถนัดของผู้เรียน

2.ทำ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ จัดให้มีการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพต้นแบบอย่างน้อย 1 โรงเรียนในแต่ละอำเภอ หรือเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อนำร่องการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สื่อ อุปกรณ์ และงบในการปรับปรุงสภาพแวดล้อม จัดสรรครูเพิ่มเติม โดยใช้เกณฑ์พิเศษ หรือมีงบจัดจ้างครูอัตราจ้างเพิ่มเติมในวิชาที่ขาดแคลน

3.ระบบแนะแนวการเรียน หรือโค้ชชิ่ง และเป้าหมายชีวิต พัฒนา และปรับปรุงหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษาให้มีทักษะเหมาะสมต่อการดำรงชีวิต จัดให้มีระบบการแนะแนวผู้เรียน ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบแนวทางการเรียน และเป้าหมายชีวิตของตนเอง เน้นนวัตกรรมการเรียนรู้แบบ STEM Education (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น มุ่งเน้นทักษะจากการปฏิบัติจริง และเสริมสร้างความสามารถด้วย ซอฟต์ สกิล ควบคู่การพัฒนา ประสานความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ปัญหาสุขภาพจิตผู้เรียน

4.การจัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ ผู้เรียนสามารถเรียนเพิ่ม เพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบวิชาชีพ

5.จัดระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และประเมินผลการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนที่มีความเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลาเรียนในระบบ ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย

6.มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ บทบาทของ ศธ.คงจะต้องทำข้อตกลง หรือเอ็มโอยู ร่วมกับกระทรวงแรงงาน และสถานประกอบการต่างๆ ในการจัดการเรียนการสอนให้ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ

ทั้งหมดนี้ เป็นมายด์แมปในการทำงาน แต่ยังมีข้อสั่งการ และแนวปฏิบัติ ดังนี้

1.ให้นำนโยบายรัฐบาล นโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ไปดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม จัดทำแผนปฏิบัติการ หรือแอ๊กชั่นแพลน
ที่เป็นรูปธรรม

2.ดำเนินการป้องกันปราบปรามการทุจริต เช่น การบรรจุแต่งตั้งโยกย้าย ห้ามซื้อขายตำแหน่ง ถ้าได้ยิน ผมเอาจริง การจัดซื้อจัดจ้างให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส และต้องได้ของที่มีคุณภาพ เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงาน และนักเรียน

3.อยากให้ผู้บริหาร และครูน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และปลูกฝังให้นักเรียน

4.รวมกันใช้พลังงานสะอาด เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

5.ส่งเสริมการอ่านอย่างเป็นกระบวนการ เป็นนโยบายรัฐบาล และนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ ศธ.ช่วยผลักดันสร้างนิสัยรักการอ่าน อยากให้ผู้บริหารและครูเป็นต้นแบบรักการอ่าน

และ 6.การลงพื้นที่ตรวจราชการ ขอความร่วมมือให้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องมาเข้ารับการตรวจเยี่ยม ผู้ไม่เกี่ยวข้องไม่ต้องเดินทางมา เพื่อไม่ให้การทำงานเกิดความบกพร่อง และหากผมไปตรวจเยี่ยม อยากให้เป็นไปด้วยความเรียบง่าย และประหยัด ขอเน้นผู้บริหารทุกระดับ เวลาประชุม อยากให้ประชุมผ่านระบบออนไลน์ เพราะหากเรียกมาอาจต้องเสียค่าเดินทาง ไม่มีครูสอนนักเรียน อยากให้เป็นแนวทาง เช่น ป้ายต้อนรับ สมัยผมเป็นตำรวจ ไม่อยากให้มี แต่ก็มีดื้อ ทำให้ผมต้องไปจ่ายค่าป้าย รวมถึงของฝากของที่ระลึก ไม่ต้องมี สิ่งที่จะให้ผมคือการทำงาน เรื่องทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผมทำมาตลอดชีวิตราชการ อยากขอร้อง เพราะผมไม่อยากเสียมาตรฐานของตัวเอง

สุดท้ายขอความร่วมมือ ตอบแบบสอบถาม จะมีคิวอาร์โค้ด เพื่อดูว่าอะไรเป็นสิ่งที่เสียงส่วนใหญ่ต้องการให้ทำ การทำงานผมจะยึดหลักการนโยบายและแผนการทำงานเป็นหลัก แต่ต้องปรับได้ ผมพร้อมรับฟัง ผมไม่ใช่น้ำเต็มแก้ว พร้อมปรับปรุงให้ดีขึ้น ผมอยากให้ทุกคนเป็นกระจกเงาสะท้อน เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น