ซินโครตรอน วิจัยก้อนอิฐเมืองโบราณศรีเทพ เร่งถอดสูตรอิฐ-ยาแนว ยุคก่อนประวัติศาสตร์
ดร.วุฒิไกร บุษยาพร นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เปิดเผยว่า นับเป็นความภาคภูมิใจสำหรับชาวไทย เมื่อเมืองโบราณศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ ซึ่งก่อนประกาศข่าวดี นักวิทยาศาสตร์ของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ได้ร่วมศึกษาก้อนอิฐโบราณเพื่อผลิตอิฐสูตรโบราณสำหรับการบูรณะโบราณสถาน
ดร.วุฒิไกรกล่าวอีกว่า เมืองโบราณศรีเทพมีจุดเด่นที่มีความคาบเกี่ยวระหว่างยุคก่อนประวัติศาสตร์ และยุคประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2566 คณะนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันฯ พร้อมด้วยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มหาวิทยาลัยศิลปากร และหัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ กรมศิลปากร ได้ลงพื้นที่สำรวจแหล่งขุดสำรวจเมืองโบราณศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ และได้พบปัญหาในบูรณะโบราณสถานที่เพิ่งขึ้นทะเบียนมรดกโลกนี้

“อิฐโบราณศรีเทพเหมือนอิฐโบราณทั่วไป คือเป็นอิฐดินเผาผสมแกลบ แต่ในการบูรณะ ใช้อิฐยุคปัจจุบัน พบว่าก่อปัญหาต่อโบราณสถาน เนื่องจากใช้ปูนซีเมนต์เป็นยาแนว และปูนซีเมนต์ไปขวางเส้นทางการระบายความร้อน และความชื้น จึงเก็บความชื้นไว้ ทำให้วัตถุที่นำไปซ่อมแซมเกิดการผุกร่อน ไม่เพียงเท่านั้น ยังส่งผลให้อิฐของเก่าในโบราณสถานเสียหายไปด้วย ขณะที่อิฐโบราณจะใช้ยาแนวที่มีส่วนผสมของปูนหมัก และดินสอพอง ซึ่งมีสมบัติในการส่งผ่านความร้อน และความชื้นได้ดี แต่ยังไม่พบสูตรการผลิตอิฐโบราณ และยาแนวโบราณของเมืองโบราณศรีเทพ” ดร.วุฒิไกร กล่าว
ดร.วุฒิไกรกล่าวอีกว่า ตน และทีมวิจัย วางแผนในการใช้แสงซินโครตรอนวิเคราะห์อิฐโบราณ และจะเริ่มศึกษาอิฐของเจดีย์รายที่อยู่ถัดจาก “เขาคลังนอก” โบราณสถานขนาดใหญ่ของเมืองโบราณศรีเทพ ซึ่งเจดีย์ดังกล่าวมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเจดีย์รายที่อยู่รอบๆ และอยู่ในทิศที่ชี้ตรงไปเขาถมอรัตน์ โดยจะถอดสูตรอิฐโบราณเพื่อผลิตขึ้นใหม่ให้ใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด และมีสมบัติในการส่งผ่านความร้อน และความชื้นที่ใกล้เคียงของเดิม หรือดีกว่าเดิม ตั้งเป้าใช้ดินเหนียวด่านเกวียนของ จ.นครราชสีมา สำหรับผลิตอิฐสูตรโบราณ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ให้แก่ชุมชนด่านเกวียนด้วย









