‘เสมา 2’ ยันตั้งบิ๊ก ศธ. ไร้เด็กฝาก-เด็กเส้น การันตี ‘บิ๊กอุ้ม’ ดูผลงานรอบคอบ

2.10.23 | 10:00 น.

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการศธ. ให้กำกับดูแลเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น ส่วนตัวเข้าใจว่า การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เป็นเรื่องยาก ซึ่งแม้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน จะมอบหมายให้ตนดูแลเรื่องดังกล่าว แต่ในส่วนตัวของรัฐมนตรีว่าการศธ. เอง ก็ไม่ได้ทิ้ง โดยยังคงกำกับดูแลในภาพรวม ซึ่งในการประชุมแก้ไขปัญหาหนี้สินครูครั้งที่ผ่านมา ก็ทำให้ได้รู้สภาพปัญหาในเบื้องต้น และพล.ต.อ.เพิ่มพูน ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วม ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งฝ่ายการเมือง ข้าราชการประจำ ผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันการเงิน ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการฯ

“การแก้ปัญหาหนี้สินครูครั้งนี้จะทำอย่างจริงจัง เบื้องต้น ต้องหาวิธีทำอย่างไรไม่ให้ครูสร้างหนี้ใหม่ โดยพยายามลดภาระครู เช่น โครงการครูคืนถิ่น ให้ครูได้มีโอกาสกลับไปทำงานในภูมิลำเนาของตัวเอง ปรับแนวทางการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ อะไรที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องทำ เพราะทุกวันนี้ การทำวิทยฐานะ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ครูมีภาระ มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ส่วนหนี้เก่า จะแบ่งเป็น สีเขียว เหลือง แดง การแก้ปัญหาจะขึ้นอยู่กับสภาพหนี้ของแต่ละบุคคล เช่น หนี้วิกฤตสีแดงก็จะต้องหาวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม และสุดท้ายสีเขียว จะทำอย่างไร ที่จะไม่ให้มีหนี้ ที่กลายเป็นสีเหลืองและแดง เพราะฉะนั้น แอคชั่นแพลน น่าจะมีความชัดเจน หลังจากตั้งคณะกรรมการเรียบร้อยแล้ว ” นายสุรศักดิ์ กล่าว

รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า การตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอาจจะล่าใช้ไปบ้าง เพราะการแต่งตั้ง ผู้บริหารระดับสูงของศธ. แทนผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ ก็ยังไม่แล้วเสร็จ โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญ อย่างเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แทนนายอัมพร พินะสา อดีตเลขาธิการกพฐ. ที่เกษียณฯไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน ดังนั้นก็อาจจะต้องรอให้การแต่งตั้งผู้บริหารศธ.ให้แล้วเสร็จก่อน เพราะหากต้องมีการขยับสลับเก้าอี้ ก็จะได้ทำไปในคราวเดียวกัน และผู้บริหารระดับสูงบางตำแหน่งก็ต้องเข้ามาเป็นคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูด้วย

“ผมเชื่อว่าการแต่งตั้งในทุกๆ ตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการศธ. จะพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่วนกระแสที่มีการพูดกันว่า ว่าใครจะได้ไปตำแหน่งใด เพราะสนิทกับใครมานั้น เท่าที่ฟังก็ไม่น่าจะเป็นจริง เชื่อว่าไม่มีใครใช้เส้นสายฝากใครเข้ามาได้ โดยรัฐมนตรีว่าการศธ. พูดตลอดว่า การจะพิจารณาให้ใครไปทำงานในตำแหน่งใดนั้น จะดูจากการทำงานเป็นสำคัญ ไม่ใช่ว่าใครสนิทกับใคร หรือใครฝากใครมา ส่วนกระแสข่าวที่ออกมา ก็เป็นแค่เสียงลือ เสียงเล่าอ้าง และในการทำงานของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน เท่าที่ผมได้สัมผัส ค่อนข้างรักษาระยะห่างในการทำงาน สนิทคือสนิท แต่ไม่ใช่ว่า จะใช้ความสนิทมาพัวพันกับการทำงาน ”รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ.กล่าว