เปิดใจ…สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร ผู้สืบสานงานช่าง”กรมพระยานริศฯ” ต้นแบบ..”พระโกศจันทน์ ร.9″

10.01.17 | 13:28 น.

พระโกศจันทน์

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 รัฐบาลได้เผยแพร่ภาพแบบพระโกศจันทน์และหีบพระบรมศพจันทน์ที่จะใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไปแล้ว ซึ่งพระโกศจันทน์สร้างขึ้นโดยล้อตามพระโกศทองใหญ่ ต่างกันเพียงวัสดุและรูปทรง โดยพระโกศทองใหญ่ซึ่งเป็นของจริงนั้น หุ้มทองคำ รูปทรงสูงโปร่ง ปากพระโกศมีเงินประดับเพชรห้อยเป็นพู่เป็นเฟื่องอยู่รอบปากพระโกศ เฟื่องอุบะและพู่ทำจากเงิน และดอกไม้ไหวก็เป็นเงินประดับเพชร หรือเรียกว่าพุ่มดอกไม้เพชร ขณะที่พระโกศจันทน์ที่สร้างขึ้นในเชิงสัญลักษณ์นั้น มีรูปทรงเตี้ยและกะทัดรัดกว่า และเฟื่องอุบะ พู่และดอกไม้ไหวทำจากไม้จันทน์ทั้งสิ้น

การออกแบบพระโกศจันทน์และหีบพระบรมศพจันทน์ ยึดหลักคติความเชื่อว่าพระมหากษัตริย์คือเทพเจ้าหรือพระราม ที่อวตารมาจากพระนารายณ์ โดยมีพาหนะคือครุฑ ฉะนั้น ลายพระโกศจันทน์จึงออกแบบเป็นลายบัวกลีบขนุน โดยมีเทพพนมสถิตอยู่ตรงกลาง จากเดิมที่ผ่านมาจะเป็นลายใบเทศ ส่วนฐานพระโกศจันทน์หรือหีบพระบรมศพจันทน์นั้น จะออกแบบลายครุฑหน้าอัด วางอยู่ตรงกลางลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านขด จากเดิมทำเป็นบัวกลีบขนุน โดยในส่วนของเทพพนมที่อยู่กลางบัวกลีบขนุนซึ่งอยู่ที่พระโกศจันทน์ และครุฑหน้าอัดที่อยู่กลางพุ่มข้าวบิณฑ์ที่อยู่ที่หีบพระบรมศพจันทน์นั้นจะใช้วิธีแกะสลัก ทั้งนี้ การออกแบบลายเทพพนมและครุฑดังกล่าว ก็เพื่อเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าพระองค์คือพระนารายณ์ทรงครุฑ

สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร

สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร

Advertisement

นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างศิลปกรรมอาวุโส กลุ่มงานศิลปประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ผู้ออกแบบพระโกศจันทน์และหีบพระบรมศพจันทน์ เล่าว่า นอกจากพระโกศจันทน์และหีบพระบรมศพจันทน์แล้ว ยังออกแบบพระโกศทองคำลงยาซึ่งบรรจุพระบรมอัฐิ ออกแบบลายช่อไม้จันทน์ ลายท่อนฟืนไม้จันทน์ และลายผ้าม่านที่ติดตั้งที่พระเมรุมาศ อีกด้วย

ก่อนจะมาออกแบบพระโกศจันทน์ รัชกาลที่ 9 นายสมชายคว่ำหวอดอยู่ในวงการการออกแบบลวดลายไทย รูปแบบศิลปะไทย ตราสัญลักษณ์ ตลอดจนการผลิตโขน มักปรากฏเป็นข่าวว่าเป็นผู้ออกแบบโลโก้สัญลักษณ์ของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน กล่าวได้ว่ามีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มายาวนานจนสำนักราชเลขาธิการโดยกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ยืมตัวไปช่วยราชการที่สถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา นับแต่ปี พ.ศ.2546 จนถึงปัจจุบัน

นายสมชายเกิดปี พ.ศ.2503 จบประกาศนียบัตรประโยคครูประถมการช่าง หรือ ป.ป.ช. (ปวช.วุฒิครู) จากวิทยาลัยช่างศิลป สอบเข้าเป็นลูกจ้างประจำ ตำแหน่งนายช่างประณีตศิลป์ พ.ศ.2525 จบประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จากวิทยาลัยเพาะช่าง สอบบรรจุเข้ารับราชการกรมศิลปากร พ.ศ.2534 ดูแลงานด้านการออกแบบตราสัญลักษณ์ ปกหนังสือ โลโก้สัญลักษณ์ต่างๆ

ในปี 2521 มีโอกาสตามเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อไปสอนการออกแบบเขียนลายไทยให้กับนักเรียน/ชาวเขา/ชาวบ้าน ที่วังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์, ศูนย์ศิลปาชีพพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส และศูนย์ฝึกศิลปาชีพพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร ในตำแหน่งครูพิเศษแผนกออกแบบเขียนลาย กระทั่งในปี 2546 ทางสำนักราชเลขาธิการโดยกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ยืมตัวมาช่วยราชการที่สถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา เพื่อช่วยออกแบบงาน “ศิลป์แผ่นดิน” ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

ผลงานที่โดดเด่น มีตั้งแต่การออกแบบ “เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์” ในงานศิลป์แผ่นดินครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นเรือน 9 ยอดที่ได้ชื่อว่ามียอดปราสาทมากที่สุดในประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมของกรุงรัตนโกสินทร์ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา นอกจากนี้ ยังมีผลงานออกแบบพระราชอาสน์ เนื่องในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของกองทัพบก, ออกแบบตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี, ตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี, ตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา และ 7 รอบ 84 พรรษา, ตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 60 พรรษา เป็นต้น

นายสมชายเล่าว่า ผู้ที่มีอิทธิพลต่องานออกแบบของตนคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 สมัยเด็กๆ เพื่อนที่อยู่คลองเตยชวนไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ตำหนักปลายเนิน หรือวังคลองเตย ที่นั่นเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ ตนชอบโขน ไปดูโขน จึงได้รู้จักกับคุณชายจักรรถ จิตรพงศ์ ซึ่งเป็นหลานของสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ ท่านบอกว่า ถ้าชอบดูโขน ก็ให้ไปดูที่ตำหนักปลายเนิน เพราะที่นั่นเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันที่ 29 เมษายนของทุกปีซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ พอไปอีกครั้ง ก็ได้เจอกับหม่อมเจ้าดวงจิตร จิตรพงศ์ หรือ ท่านหญิงอาม พระธิดาของสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ ท่านถามว่า “หนู..ชอบศิลปะหรือ? ?ถ้าชอบก็ให้มาทุกปี เพราะที่นี่มีโขนและการจัดแสดงแบบต่างๆ? แล้วท่านก็ถามต่อว่า ?รู้จักเสด็จพ่อไหม อยากเก่งแบบเสด็จพ่อไหม ถ้าอยากเก่ง ต้องทำอย่างเสด็จพ่อ ท่านไปไหนมีสมุดเล่มเล็กๆ คอยจดตลอด จดหมดทุกอย่างแม้แต่ภาษามลายู ยาวี เขมร มอญ”

“หลังจากนั้น ผมก็รอที่จะไปที่นั่นทุกปีเพราะสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ ทรงอัจฉริยภาพหลายด้านมากทั้งด้านการช่าง ด้านดนตรี นาฏศิลป์ ท่านมีแบบอะไร ทางพระธิดาของท่านก็นำมาแสดงบนโต๊ะทรงงาน ไม่ซ้ำกันทุกปี ผมก็ไปยืนสเกตช์เก็บไว้ว่าพระองค์ท่านมีความคิดอย่างไร ท่านหญิงอามช่วยอธิบายด้วย อย่างเมรุเผาศพ ก็อธิบายว่าเมื่อก่อนเผาอย่างไรถึงได้ไหม้เฉพาะที่ ท่านอธิบายว่ามีหยวกกล้วยวางอยู่ข้างใต้ แล้วเอาดินอัดแล้วจึงวางฟืน วางตะแกรงพระบรมศพ ท่านหญิงอามมีความรู้มากเพราะเป็นเลขานุการประจำตัวของสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ และสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ ทรงเข้มงวดมากถ้าจดผิดแม้แต่คำเดียว ต้องเขียนใหม่ทั้งหมด ลบไม่ได้เลย ด้วยเหตุนี้ท่านหญิงอามจึงมีความจำดีมาก แล้วพอมารู้จักกับท่านภาวาส บุนนาค อดีตรองราชเลขาธิการสำนักพระราชวังผู้ถวายงานในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งขณะนี้ล่วงลับไปแล้ว ตอนนั้นท่านภาวาสใช้งานอยู่เรื่อย ซึ่งท่านมีความรู้เยอะมาก พอผมทำแบบอะไรแล้วท่านสงสัย ติดขัด ก็ถามมา พอผมรายงานไปว่าเอาแบบตามสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ ท่านก็ยอมทันที”

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ได้รับสมญานามว่า “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” เป็นอดีตเสนาบดีหลายกระทรวง อาทิ กระทรวงโยธาธิการ ซึ่งทำเกี่ยวกับพระเมรุ จนกระทรวงโยธาธิการแยกมาเป็นกรมสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรแล้ว แต่ตำแหน่งนายช่างใหญ่ก็ยังคงมีอยู่ที่กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย

“ปลื้มใจที่ได้รับใช้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในวาระอวสานแห่งพระชนม์ชีพ ผมจะถวายงานให้ถึงที่สุด ที่ผ่านมายึดพระบรมราโชวาทของพระองค์ท่าน ?ทำดีไว้ แล้วจะดีเอง? เป็นแนวทางในการทำงานและดำเนินชีวิตมาโดยตลอด” นายสมชายกล่าวทิ้งท้าย

สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร