ว.นานาชาติฯ เปิดสอนภาษาที่ 3 จีน-เกาหลี-ญี่ปุ่น เสริมแกร่ง น.ศ.รองรับไทย ฮับการลงทุน
ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลได้แถลงถึงความคืบหน้าการลงทุนในประเทศไทยในช่วง 7 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2566 มีการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจ จำนวน 377 ราย เม็ดเงินลงทุนกว่า 58,950 ล้านบาท โดยประเทศที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ญี่ปุ่น 2.สหรัฐอเมริกา 3.สิงคโปร์ 4.จีน และ 5.เยอรมนี ส่วนการลงทุนในพื้นที่ EEC มูลค่าการลงทุน 12,348 ล้านบาท ประเทศที่เข้ามาลงทุน 3 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้
“นอกจากนี้ ยังไฟเขียวเดินหน้าโครงการ “แลนด์บริดจ์” หรือโครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน (ชุมพร-ระนอง) ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือใหม่ เชื่อมต่อเส้นทางเดินเรือระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก รวมถึง เป็นศูนย์กลางจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าของสายการเดินเรือทั่วโลก โดยเส้นทางเดินเรือใหม่จะช่วยร่นระยะเวลาเดินทาง ลดเวลาการขนส่งสินค้า ที่สำคัญช่วยลดต้นทุนในการขนส่ง สำหรับมูลค่าการลงทุนสูงถึง 1 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ ในอีก 7 ปีข้างหน้า ในปี 2573 หากโครงการนี้เปิดให้บริการ ไทยจะกลายเป็นฮับ หรือจุดศูนย์กลางในด้านต่างๆ ที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะด้าน Education Hub, Tourism Hub, Medical Hub, Logistic Hub รวมถึง Hub ด้านอื่นๆ อีกด้วย” ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าว

ผศ.ดร.ศิริเดชกล่าวอีกว่า จากข้อมูลข้างต้นหลังจากที่ไทยเป็นฮับของการขนส่งสินค้า หรือ Hub ในด้านต่างๆ ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวตะวันออก จะเข้ามาลงทุนในไทยเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆ มีจำนวนเพิ่มขึ้นเช่นกัน และคาดว่าหลายองค์กรต้องการบุคลากรที่มีความสามารถในการสื่อสารได้หลากหลายภาษา ดังนั้น เพื่อเป็นการติดอาวุธด้านภาษาให้นักศึกษา รวมถึง เป็นการเตรียมผลิตบุคลากรให้ตรงความต้องการของสถานประกอบการ วิทยาลัยนานาชาติจึงได้เปิดสอนในหลักสูตรวิชาภาษาตะวันออก ประกอบด้วย จีน เกาหลี และญี่ปุ่น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในทักษะด้านภาษาที่ 3 เนื่องจากภาษาดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงาน และช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผู้มีความสามารถด้านนี้ อีกทั้ง ยังเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดแรงงานด้วย
“ต้องยอมรับว่า Soft Power ของจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ยังมีความนิยมอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น การเจริญเติบโตของภาษาทางตะวันออก มีความเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ดังนั้น วิทยาลัยจึงเปิดหลักสูตรภาษาตะวันออกขึ้นมา เพราะมองว่าในอนาคต ทุกสถานประกอบการมีความต้องการคนที่มี Skill ด้านนี้สูงมาก สุดท้ายนี้การพัฒนาบุคลากรในด้านภาษา จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากใครที่มี Skill ดังกล่าวจะมีโอกาสในการทำงานมากกว่าคนอื่น หรืออาจเรียกได้ว่าเรียนภาษา เพื่อให้มีภาษี หรือมูลค่าในตัวเองมากกว่าคนอื่น” ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าว

ผศ.ดร.ศิริเดชกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ วิทยาลัยนานาชาติเปิดสอนหลักสูตรพิเศษ 2 โครงการเป็นครั้งแรก ได้แก่ 1.หลักสูตรวิชาภาษาตะวันออก ประกอบด้วย เกาหลี ญี่ปุ่น หลักสูตรปริญญาตรี และควบคู่กับการเปิดหลักสูตรระยะสั้น 15 ชั่วโมง และ 30 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้บุคคลทั่วไป หรือผู้ที่ทำงานอยู่แล้ว พัฒนาทักษะทางภาษาเพิ่มขึ้น โดยจะเริ่มเปิดสอนปลายเดือนตุลาคมนี้ และ 2.หลักสูตรภาษาจีน หลักสูตรปริญญาตรี สำหรับผู้ที่จบการศึกษามัธยมปลาย เรียนเสาร์-อาทิตย์ สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรี และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เรียนวันอาทิตย์ เริ่มเปิดสอนเดือนมกราคม 2567

