25 ปี มฟล.เดินหน้าพัฒนาสู่ความเป็นอยู่ที่ดี อนาคตยั่งยืน ปลื้มงานวิจัยตีพิมพ์กว่า 4 พันเรื่อง

16.11.23 | 11:51 น.

25 ปี มฟล.เดินหน้าพัฒนามหา’ลัย สู่ความเป็นอยู่ที่ดี อนาคตที่ยั่งยืน ปลื้มงานวิจัยตีพิมพ์ระดับนานาชาติกว่า 4 พันเรื่อง

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ผศ.ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดี มฟล.กล่าวในการจัดงาน “25 ปี แม่ฟ้าหลวงวิขาการ” ว่า เพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของ มฟล.ที่ยึดพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนคริทราบรมราชชนนี ‘ปลูกป่า สร้างคน’ เพื่ออนุรักษ์ และฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้ด้อยโอกาส รวมทั้ง การธำรงไว้ซึ่งประเพณี และศิลปวัฒนธรรมที่ดีงาม ในปีที่ 25 นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญของการพัฒนามหาวิทยาลัยเพื่อนำไปสู่ “ความเป็นอยู่ที่ดี และอนาคตที่ยั่งยืน” โดย มฟล.มุ่งเป้าที่จะขับเคลื่อนศูนย์การแพทย์ มฟล.เป็นศูนย์กลางสุขภาพแห่งลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งในปัจจุบันนับเป็นศูนย์การแพทย์ที่เปิดให้บริการแบบครบวงจร เช่น ศูนย์โรคหัวใจ ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหาร ศูนย์เคมีบำบัด ศูนย์จักษุ ศูนย์การผ่าตัดผ่านกล้อง ศูนย์มะเร็งเต้านม ศูนย์ตรวจสุขภาพ ศูนย์ไตเทียม ศูนย์โรคผิวหนัง ศูนย์ความงามและชะลอวัย เพื่อรองรับประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน นอกจากนี้ ยังเปิดให้บริการโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย-จีน มฟล.เน้นการตรวจรักษาด้วยแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน กายภาพบำบัดแบบองค์รวม คลินิกผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย ศูนย์การแพทย์

ผศ.ดร.มัชฌิมากล่าวอีกว่า ศูนย์การแพทย์ มฟล.ยังผนึกกำลังกับภาครัฐใน จ.เชียงราย ผลักดันให้เชียงรายเป็น “เชียงรายเมืองสุขภาพ (Chiang Rai Wellness City)” โดยมีสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ทั้ง 5 สำนักวิชา ตลอดจนผลิตบัณฑิตด้านการจัดการอุตสาหกรรมบริการ มุ่งผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมุ่งที่จะพัฒนากำลังคนเพื่ออนาคต ปัจจุบัน มฟล.มีนักศึกษา 15,906 คน และมีนักศึกษาต่างชาติจากทวีปต่างๆ ทั่วโลกเข้าศึกษ โดยเปิดหลักสูตรการเรียนการสอน 15 สำนักวิชา ตลอด 25 ปี มีผู้สำเร็จการศึกษากว่า 38,000 คน

Advertisement

“การพัฒนากำลังคนเพื่ออนาคตนี้ จะทำให้ มฟล.มุ่งไปสู่การเป็น The University for Well-being and Sustainable Future หรือความเป็นอยู่ที่ดี และอนาคตที่ยั่งยืน เน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มี Growth mindset, Life-long learners, Well-being skills เนื่องจากโลกที่เปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน ต้องการกำลังคนที่พร้อมเผชิญความเปลี่ยนแปลง โดยมีกรอบความคิดแบบเติบโตที่ต้องมีความเชื่อว่า ความสามารถ หรือศักยภาพพัฒนาได้ และคนที่จะเท่าทันความเปลี่ยนแปลง จะต้องหมั่นเพิ่มพูนความรู้ หรือทักษะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง หรือเรียกว่าเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต และต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาวะที่ดีทั้งร่างกาย และจิตใจ” ผศ.ดร.มัชฌิมา กล่าว

ผศ.ดร.มัชฌิมากล่าวต่อว่า สำหรับการจัดงานแม่ฟ้าหลวงวิชาการ MFU INNOVATION DAY 2023 ภายใต้แนวคิด สมุนไพรเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ ในครั้งนี้ เพราะต้องการจะนำเสนอความก้าวหน้าทางวิชาการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ ที่มีการส่งเสริมเกิดการใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ และสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ของคณาจารย์ และนักศึกษาออกสู่สายตาของประชาชน ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ มฟล.ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาศักยภาพ และพร้อมช่วยเหลือ และสนับสนุนความเป็นประชาชนในท้องถิ่น ในปัจจุบัน มฟล.มีผลงานโดดเด่นทั้งงานวิชาการ วิจัยและนวัตกรรม ด้านวิชาการได้ผลักดันหลักสูตรให้ไปสู่ระดับสากล ทั้งมาตรฐาน AUN-QA และ EdPEx ในด้านผลงานวิจัย มีผลงานตีพิมพ์ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติกว่า 4,000 เรื่อง และมีการอ้างอิงผลงานมากถึง 80,000 ครั้ง มีงานวิชาการ วิจัยและนวัตกรรมที่ร่วมมือทั้งในระดับชาติ และนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

“ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ได้ยื่นขอรับความคุ้มครองมากกว่า 300 ผลงาน และเกิดการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงสังคม และเชิงพาณิชย์ 73 สัญญา โดยร้อยละ 90 ใช้ประโยชน์ในกลุ่มอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญ และความเป็นเลิศของ มฟล.ซึ่งมุ่งนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีไปเชื่อมต่อภาคเอกชนให้นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด ปัจจุบันมี SMEs ที่เข้ามาใช้บริการของ มฟล.ในรูปแบบต่างๆ ไม่น้อยกว่า 2,500 ราย รวมทั้ง มีภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มาร่วมพัฒนาวิจัย เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมไม่ต่ำกว่า 10 ราย” ผศ.ดร.มัชฌิมา กล่าว

ผศ.ดร.มัชฌิมากล่าวอีกว่า สำหรับผลงานไฮไลท์จะมีการจัดแสดงนิทรรศการจากศูนย์ความเป็นเลิศการวิจัยด้านเชื้อรา ที่ได้ค้นพบเชื้อรา และเห็ดชนิดใหม่มากกว่า 800 ชนิด มีการเก็บรักษาสายพันธุ์เชื้อเห็ดราในคลังสายพันธุ์เห็ดราไว้มากกว่า 20,000 สายพันธุ์ มีผลงานตีพิมพ์ในระดับนานาชาติกว่า 2,000 เรื่อง จากความสำเร็จครั้งนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เล็งเห็นถึงจุดแข็ง และการขับเคลื่อนของมหาวิทยาลัย ได้สนับสนุนงบประมาณผ่าน “โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University System)” และพัฒนาต่อยอดงานวิจัยด้านเห็ดราขยายผลไปสู่มิติต่างๆ ภายใต้กรอบ FMFC ทั้งด้านการแพทย์ อาหาร เครื่องสำอาง อีก 5 โครงการย่อย ได้แก่ 1.การพัฒนาต่อยอดและยกระดับความเข็มแข็งของศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านการวิจัยเชื้อรา หัวหน้าโครงการ Adjunct Professor Dr. Kevin D. Hyde

2.การพัฒนาวัสดุห้ามเลือดจากไคโตซานเห็ดผสมสารออกฤทธิ์จากสมุนไพร หัวหน้าโครงการ รศ.นพ.สิทธิพร บุณยนิตย์ 3.การพัฒนาเนื้อบดเทียมจากเห็ดและการประยุกต์ใช้เพื่อทดแทนเนื้อสัตว์ในผลิตภัณฑ์ไส้อั่วเพื่อสุขภาพ หัวหน้าโครงการ รศ.ดร.สาโรจน์ รอดคืน 4.การพัฒนาผลิตภัณฑ์เห็ดแผ่นกรอบโปรตีนสูงเสริมใยอาหารเพื่อสุขภาพ หัวหน้าโครงการ ผศ.ดร.พันธ์สิริ สุทธิลักษณ์ และ 5.การใช้ประโยชน์เห็ดราสายพันธุ์ เพื่อเป็นสารออกฤทธิ์ประสิทธิภาพสูงในเครื่องสำอางและเวชสำอาง หัวหน้าโครงการ ผศ.ดร.ภาณุพงษ์ ใจวุฒิ

ผศ.ดร.มัชฌิมากล่าวว่า นอกจากนี้ ยังจัดแสดงนิทรรศการ “มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงกับการขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรม” โดย รศ.ดร.พลวัฒ ประพัฒน์ทอง หัวหน้าพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง อาจารย์ประจำสำนักวิชาศิลปะศาสตร์ และคณะ ผู้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนให้จังหวัดเชียงรายได้รับการประกาศรับรองจากยูเนสโกให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ด้านการออกแบบของยูเนสโก (The UNESCO Creative Cities Network Secretariat has designated Chiang Rai – Thailand’s representative as an official member of the UNESCO Creative Cities Network for the field of Design.) ในวันที่ 31 ตุลาคม 2566 เป็นนักวิจัยคนแรกที่ขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมจนได้รับการสนับสนุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) 3 ปีซ้อน แสดงให้เห็นถึงมหาวิทยาลัยพร้อมที่จะสนับสนุน ส่งเสริมและร่วมมือกับหน่วยงานราชการในพื้นที่