‘สุรศักดิ์’ ลงพื้นที่ฟังปัญหา น.ร.-ครู ขอปรับวิทยฐานะ แก้ ร.ร.ขาดธุรการ เล็กถก ‘ก.ค.ศ.’ เคลียร์ปมขาดวิชาเอก
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานตามนโยบายศธ. ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ใน 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนน่านปัญญานุกูล โรงเรียนริมฝั่งน่าน โรงเรียนบ้านน้ำครกใหม่ และโรงเรียนน่านนคร เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า แต่ละโรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้ค่อนข้างครบถ้วน แต่ก็ยังมีการสะท้อนปัญหาที่หลากหลาย อย่างเช่นโรงเรียนน่านปัญญานุกูล ในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) จัดการศึกษาให้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา และบุคคลออทิสติกแบบสหศึกษา ครูและบุคาลกรทางการศึกษาก็อยากให้มีการประเมินวิทยฐานะที่ มีรูปแบบเฉพาะของโรงเรียนลักษณะพิเศษ
นายสุรศักดิ์กล่าวต่อว่า จากนั้นยังได้ไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนริมฝั่งน่าน เป็นโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) น่าน เขต 1 มีนักเรียนทั้งหมด 10 คน พบปัญหาขาดแคลนครูธุรการ เช่นเดียวกันโรงเรียนขนาดเล็กทั่วไป โดยขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อยู่ระหว่างแก้ปัญหา แนวทางเบื้องต้นจะเป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น การส่งครูธุรการไปประจำที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และให้ครู ช่วยบริหารจัดการเรื่องธุรการโรงเรียนขนาดเล็กร่วมกัน เช่น ครูธุรการ 1 คน บริหารจัดการเรื่องธุรการโรงเรียนขนาดเล็ก 5 แห่ง เป็นต้น เป็นการแก้ปัญหาและลดภาระครูได้ส่วนหนึ่ง เช่นเดียวกับนักการภารโรง ซึ่งในส่วนของการทำความสะอาดห้องเรียน ปิดหน้าต่าง ประตู ครู และนักเรียน สามารถช่วยกันทำได้ แต่ในส่วนของงานหนักๆ เช่น ตัดต้นไม่ทำสวน ที่ต้องใช้นักการภารโรง ก็อาจต้องใช้วิธีบริหารจัดการ ร่วมกันเป็นกลุ่มๆ และหมุนเวียนกันไปทำงานเหล่านี้ ในแต่ละโรงเรียน เป็นการลดภาระครูผู้สอน ให้ไม่ต้องกังวลกับภาระงานอื่นที่เกินกว่าศักยภาพของครูผู้สอน
“จากการลงพื้นที่ได้เห็นสภาพจริงของโรงเรียนหลากหลายแบบรูปแบบ อย่างโรงเรียนขนาดเล็กก็จะพบปัญหาเรื่องการขาดแคลนครูธุรการ หรือนักการภารโรง ส่วนโรงเรียนน่านนครที่เรามาตรวจเยี่ยมเป็นโรงเรียนสุดท้ายนี้ ก็จะพบปัญหาเรื่องครูและบุคลากร ที่ไม่ครบทุกวิชา เพราะเมื่อดูจำนวนนักเรียนกับอัตรากำลังครูก็พบว่ามีครูครบชั้นจริง แต่ยังขาดในบางวิชา โดยเฉพาะครูวิชาเอกภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ ที่ยังขาดแคลนจำนวนมาก การจะจัดเพิ่มเติมให้ ก็ยังติดปัญหาว่า โรงเรียนมีครูครบชั้นแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ก็ต้องไปคุยกับหลายฝ่าย ทั้ง สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) ว่าจะสามารถทำอย่างไรได้เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ถือเป็นข้อดีของการลงพื้นที่ ทำให้ได้มาเห็นสภาพจริงของแต่ละโรงเรียน” นายสุรศักดิ์ กล่าว
นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ปัจจุบัน สพฐ.มีโรงเรียนทั่วประเทศหกว่า 29,000 แห่ง มีเจ้าหน้าที่ธุรการอยู่ 22,262 คน เท่ากับว่าถ้าโดยเฉลี่ยแล้ว เจ้าหน้าที่ธุรการ 1 คน จะต้องปฏิบัติหน้าที่ใน 1.26 โรงเรียน ดังนั้น ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ.จึงดำเนินการตามนโยบายลดภาระครู โดยเฉพาะโรงเรียนขาดเล็กที่มีครู 2-3 คน ที่มีปัญหา ไม่มีเจ้าหน้าที่ธุรการ และไม่มีเจ้าหน้าที่พัสดุ ทำให้มีความยากลำบากในการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้น จึงให้สำรวจจำนวนเจ้าหน้าที่ธุรการ เพื่อให้เขตพื้นที่ฯ บริหารจัดการเจ้าหน้าที่ธุรการลงไปปฏิบัติแทนโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่มีความพร้อมในการบริหารงานพัสดุ เป็นการแก้ปัญหา และลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษาตามนโยบายของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.รวมถึง ยังลดปัญหาการฟ้องร้องเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างที่เกิดขึ้นด้วย

