มฟล.ตั้งเป้าฮับการแพทย์ในภูมิภาค ดัน ‘ศูนย์เวลเนส-เชียงรายเมืองสุขภาพดี’ เดินหน้ายกระดับ ‘ชุมชน’ มีความรู้-อาชีพ
ผศ.ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 25 ปี มฟล.นอกจากจะมุ่งสู่การผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ และผลิตผลงานวิจัยแล้ว จะต้องมองชุมชน สังคม และประเทศชาติให้มากขึ้น ว่าจะพัฒนาเรื่องใดให้ชุมชนมีความรู้ มีอาชีพ มีสุขภาพที่ดีทางกาย และใจ มีสุขภาวะด้านสิ่งแวดล้อม เพราะการที่ มฟล.ก้าวสู่การเป็น Well Being หรือการมีสภาพความเป็นอยู่ดี สุขภาวะที่ดี ชุมชนรอบๆ มหาวิทยาลัย สังคม และประเทศชาติ ต้องเป็น Well Being ด้วย ฉะนั้น นอกเหนือจากการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในอาเซียน มฟล.จะเพิ่มความมุ่งมั่นในการเป็นมหาวิทยาลัยที่ดี มุ่งพัฒนาประเทศชาติ และประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่ทุกคน ทุกชาติ ต้องอยากมาศึกษาต่อที่ มฟล.
“ตั้งเป้าว่าในแผนยุทธศาสตร์ ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2565-2569) ทุกสิ่งที่ มฟล.กำลังทำ จะพัฒนาขึ้นไปอีก สร้างความเป็นอยู่ที่ดี ให้ชุมชนดี สังคมดี เงินที่ลงทุนไปจะสร้างมูลค่ากลับมาถึง 3 เท่า และจากที่ มฟล.อยู่ในอันดับ 20 กว่าๆ ของการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความยั่งยืน อีก 3 ปี ต้องดูว่า มฟล.จะขยับขึ้นมาอยู่ใน 20 อันดับแรกได้หรือไม่” ผศ.ดร.มัชฌิมา กล่าว
ผศ.ดร.มัชฌิมากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ มฟล.จะมุ่งสู่การเป็น Wellness หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งร่างกาย และจิตใจ เป็นการป้องกัน ทำให้การเกิดโรคที่ไม่ติดต่อน้อยลง โรคแทรกซ้อนที่จะเกิดจากโรคไม่ติดต่อจะลดลง ขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บสถิติหลังเริ่มดำเนินการได้ 3 ปี ทั้งนี้ มฟล.มีเป้าหมายที่อยากจะเป็นศูนย์กลางการแพทย์ในภูมิภาคนี้ ในกลุ่ม GMS ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน โดยการสร้างการยอมรับ สร้างความรู้จัก เมื่อมีเคสใหญ่ๆ จะส่งต่อมาที่โรงพยาบาลของ มฟล.ที่ขณะนี้ตั้งมาได้ 5 ปี รายได้ค่อยๆ ดีขึ้น มีชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการมากขึ้น นอกจากนี้ ยังจัดตั้งคลินิกพิเศษ เพื่อที่จะนำรายได้มาเฉลี่ยให้กับประชาชนที่ไม่ค่อยมีรายได้
ผศ.ดร.มัชฌิมากล่าวอีกว่า ภาพรวมของการรับนักศึกษาของ มฟล.ยังเป็นไปตามแผน บางสาขามีนักศึกษาสนใจเข้าเรียนจำนวนมาก ส่วนบางสาขามีน้อย ขณะนี้มหาวิทยาลัยใหญ่ยังมีเด็กสนใจเข้าเรียนจำนวนมาก ทั้งนี้ ในที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้เคยขอมหาวิทยาลัยใหญ่ว่าไม่รับนิสิตนักศึกษาเพิ่มได้หรือไม่ ซึ่งที่ประชุมรับทราบ แต่ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
“มฟล.มีนักศึกษาเพิ่มมากขึ้นในหลักสูตรด้านการจัดการ และหลักสูตรภาษาจีน ขณะนี้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอที ก็กลับมาเป็นที่นิยม หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ มัลติมีเดีย และวิทยาศาสตร์สุขภาพ มีเด็กสนใจเรียนมากขึ้น ส่วนหลักสูตรที่ไม่ค่อยรับความสนใจ คือหลักสูตรด้านการเกษตร และวิทยาศาสตร์” ผศ.ดร.มัชฌิมา กล่าว

ศ.พิเศษ ดร.วันชัย ศิริชนะ นายกสภา มฟล.กล่าวว่า สำหรับโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มฟล.เป็นโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ โดยรับรักษาเกือบทุกโรค ทั้งโรคที่ยุ่งยาก ซับซ้อน ผ่าตัด มะเร็ง และเตรียมจัดตั้งศูนย์มะเร็ง มีผู้ป่วยเฉลี่ยวันละ 1,000 คน ทุกระดับ ทุกประเภท รวมถึง ผู้ป่วย 30 บาท รักษาทุกโรค ที่มีมากถึง 60% ซึ่งรัฐจ่ายงบให้หัวละ 900 บาท แต่ไม่เพียงพอ จึงต้องนำเงินจากการรักษาผู้ป่วยประเภทอื่นๆ ที่มีอันจะกิน มาถัวเฉลี่ย ซึ่งรายได้จากการรับรักษาแต่ละเดือนจะขาดทุนประมาณ 10-20 ล้านบาท มฟล.จึงต้องนำงบของมหาวิทยาลัยมาเกลี่ย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขขาดทุนจะลดน้อยลงหากผู้ป่วย 30 บาท ลดลง
“โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มฟล.เป็นศูนย์รวมของสำนักวิชาแพทยศาสตร์ สำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสถาบันการแพทย์แผนไทย-จีน นอกจากช่วยแบ่งเบาผู้ป่วยจากโรงพยาบาลในจังหวัด และจังหวัดรอบๆ แล้ว ยังต้องแข่งขันเรื่องบริการ และคุณภาพ กับโรงพยาบาลเอกชน โดยใช้ความเป็นโรงเรียนแพทย์ ที่เน้นบริการดี คุณภาพดี และราคาถูกกว่า เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงบริการได้ รวมถึง เตรียมจัดตั้งกองทุนเพื่อคนยากไร้” ศ.พิเศษ ดร.วันชัย กล่าว
ศ.พิเศษ ดร.วันชัยกล่าวอีกว่า เพราะเทรนด์ของโลก มุ่งเน้นการป้องกัน มากกว่าการรักษา ลดการนอนติดเตียง ลดค่ารักษา เพิ่มผลผลิต ความสุขเพิ่ม และทำให้ทุกคนสุขภาพดีถ้วนหน้า จึงเกิดเป็นศูนย์บริการสุขภาพ มฟล.มีหน้าที่ 1.ส่งเสริมให้คนรู้จักกิน อยู่ ปฏิบัติตัวอย่างไรไม่ให้เกิดภาระผู้อื่น และ 2.คัดกรองโรคเบื้องต้นว่ามีแนวโน้มจะเป็นโรคอะไร เหล่านี้คือภารกิจที่แท้จริงของ มฟล.ซึ่งต่อยอดไปสู่ Chiang Rai Wellness City หรือเชียงรายเมืองแห่งสุขภาพดี โดยมีเป้าหมายให้ไทยมีความโดดเด่นด้าน Wellness คือ มีสุขภาพดี และตอบสนองความต้องการ ทั้งนี้ ธุรกิจ Wellness ของไทยเมื่อปีที่แล้ว มีมูลค่าถึง 1.1 ล้านล้านบาท และจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า ทุกๆ 3 ปี

