จี้ ‘สพฐ.’ จัดอบรมบิ๊กร.ร.  ‘ส.บ.ม.ท.’ ห่วงขาดประสบการณ์ เสี่ยงถูกฟ้อง

27.11.23 | 10:00 น.

นายณรินทร์ ชำนาญดู ผู้อำนวยการโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ ในฐานะนายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้มีหนังสือแสดงความคิดเห็น กรณีการแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานศึกษา และรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ไปดำรงตำแหน่งโดยไม่ผ่านการพัฒนา ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เนื่องการที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แต่งตั้งผู้อำนวยการสถานศึกษา และรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ไปดำรงตำแหน่งตามสถานศึกษาต่างๆ โดยไม่ผ่านการอบรมพัฒนาก่อนแต่งตั้งทำให้เกิดปัญหาในการบริหารสถานศึกษา และไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ พัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา( ก.ค.ศ. ) ที่กำหนดให้ ผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งดังกล่าว จะต้องได้รับการพัฒนาตามหลักสูตรของก.ค.ศ.เพื่อให้เกิดความพร้อมในด้านความรู้ ก่อนไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา และรองผู้อำนวยการสถานศึกษา อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ในการจัดการศึกษา

นายณรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับขอบข่ายการพัฒนา ดังนี้ การนำความรู้ หลักการบริหารการศึกษา กฎหมายระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการบริหารงานไปใช้ในการบริหารจัดการ ในสถานศึกษา,การเป็นผู้บริหารสถานศึกษาที่มีเจตคติที่ดี มีวินัย คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ การประพฤติตน และการดำรงชีวิตที่เหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา และรองผู้อำนวยการสถานศึกษา,การปฏิบัติงานตามหน้าที่ทางวิชาการ การบริหารจัดการ การบังคับบัญชา การเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา การนิเทศการศึกษาและการประสานงาน ,การบริหาร จัดการตามภารกิจของสถานศึกษา ได้ แก่ การบริหารงานวิชาการการบริหารงานบุคคล การบริหารงบประมาณและการบริหารงานทั่วไป ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล,การใช้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ดิจิทัล และเทคโนโลยีในการบริหารจัดการ ในสถานศึกษา,ความรอบรู้ ในกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร งานบุคคลเพราะโรงเรียนเป็นนิติบุคคล ย่อมถูกฟ้องคดีความได้ และผู้อำนวยการโรงเรียนจะเป็นตัวแทนนิติบุคคลในการทำนิติกรรมสัญญาธุรกรรมทางกฎหมาย ต่างๆ เป็นต้น

“ขณะนี้มีผู้อำนวยการสถานศึกษา และรองผู้อำนวยการสถานศึกษาที่บรรจุแต่ตั้งไปแล้ว กว่า 3 พันตำแหน่ง เริ่มทำงานไปแล้วประมาณ 3 เดือน ผมเองมีข้อกังวล เพราะบางคน จากครูได้รับการเลื่อนเป็นรองผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือจากรองผู้อำนวยการสถานศึกษา เลื่อนไปเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยไม่มีประสบการณ์ ขาดการอบรมพัฒนาก่อนแต่งตั้ง โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งในโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่มีงบประมาณค่อนข้างมาก ขาดประสบการณ์เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง หากดำเนินการไม่ถูกต้อง ก็สุ่มเสี่ยงที่จะมีปัญหาฟ้องร้องตามมาได้ และข้อเท็จจริง แม้บางท่านจะมีความรู้ระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอกด้านการบริหารการศึกษา แต่การปฏิบัติงานจริงกับการเรียนนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก ดังคำที่ว่าความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด ดังนั้นผมในฐานะนายก ส.บ.ม.ท. จึงเห็นว่า ทางศธ.โดยสพฐ.ควรมอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ต้นสังกัดดำเนินการพัฒนาผู้อำนวยการสถานศึกษาและรองผู้อำนวยการสถานศึกษาที่แต่งตั้งไปแล้ว ให้มีความรู้ตามขอบเขตที่ได้กล่าวไปแล้วเบื้องต้น เพื่อจะได้นำไปใช้ เป็นการติดอาวุธทางความคิด โดยให้ร่วมมือกับผู้ทรงคุณวุฒิที่อยู่นอกราชการและผู้ที่มีความรู้ ความสามารถที่ยังอยู่ ในระบบราชการ ในการดำเนินการพัฒนา” นายณรินทร์ กล่าว

นายณรินทร์ กล่าวต่อว่า การอบรมพัฒนาก่อนแต่ตั้งถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้การบริหารงานเกิดประสิทธิภาพ และในการดำเนินการใช้งบประมาณไม่มาก ส่วนเรื่องสถานที่ก็สามารถขอความร่วมมือกับสพท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาในพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งตนออกมาพูดเรื่องนี้ เพราะเป็นห่วง น้องๆ ผู้อำนวยการสถานศึกษาและรองผู้อำนวยการสถานศึกษาที่ได้ไปปฏิบัติหน้าที่แล้วโดยยังไม่ได้ผ่านการพัฒนา จะได้มีประสบการณ์ ความรู้ความคิด จากผู้ที่ปฏิบัติงานจริงๆ ในแต่ละพื้นที่ โดยไม่ต้องเป็นภาระของศธ.และสพฐ.
——————————–