นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้หารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในประเด็นการปรับปรุงระบบการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายหลังจากที่ได้รับฟังความคิดเห็นและเสียงสะท้อนจากข้าราชการครูฯ ทั่วประเทศในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา ทั้งในส่วนที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น รวมถึงข้อเสนอแนะและข้อมูลจากส่วนราชการ โดยสำนักงานงาน ก.ค.ศ. ได้เสนอแนวทางการปรับปรุงระบบการประเมินวิทยฐานะฯ ให้พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ผู้บริหารระดับสูงของศธ. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ และได้ข้อสรุปให้เดินหน้าใช้เกณฑ์ หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือเกณฑ์ PA (ว 9/2564) โดยให้ดำเนินการปรับปรุงระบบการประเมินฯ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
นายประวิต กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่จะปรับปรุง ดังนี้ 1. เพิ่มห้องเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สำหรับข้าราชการครูฯ ที่สอนในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เช่น แนะแนว ลูกเสือ เนตรนารี รวมทั้งปรับปรุงภาระงานสอน ในส่วนของชั่วโมงสอน ให้เหมาะสมกับสภาพการปฏิบัติงานจริง 2. เพิ่มทางเลือกในการยื่นคำขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ/เชี่ยวชาญ/เชี่ยวชาญพิเศษ สำหรับครูที่มีความถนัดในการสร้างและใช้นวัตกรรม 3. เพิ่มตัวชี้วัดการประเมินด้านผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน 4. เพิ่มช่องทางการแนบหลักฐานการได้รับรางวัลหรือได้รับการรับรองจากองค์กรของรัฐหรือเอกชน เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ โดยเป็นการแนบตามความสมัครใจไม่เป็นเงื่อนไขบังคับ 5. พัฒนาระบบประเมินโดยการนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ (Digital Performance Appraisal : DPA Version3) ให้สะดวกต่อผู้ใช้งานมากขึ้น และ 6. จัดทำ Application สำหรับการติดต่อสื่อสารระหว่างสำนักงาน ก.ค.ศ.กับกรรมการประเมินในระบบ DPA
“ศธ.ได้ให้ความสำคัญเรื่องการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งการปรับปรุงระบบการประเมินในครั้งนี้ ฝ่ายนโยบายและผู้บริหารระดับสูงทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้หารือร่วมกันแล้ว และให้ความคิดเห็นตรงกันว่าควรเปิดกว้างและเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายในการประเมินให้ข้าราชการครูฯ ได้เลือกประเมินตามความเหมาะสมและความถนัดโดยได้เพิ่มห้องเรียนรวมถึงทางเลือกในการยื่นคำขอเพิ่มขึ้น และใช้ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเข้ามาเป็นตัวชี้วัดเพิ่มเติม เนื่องจากเกณฑ์ PA ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็กไปพร้อม ๆ กับเทคนิควิธีการจัดการเรียนการสอนของครู ซึ่งผมขอยืนยันและให้ความมั่นใจกับข้าราชการครูฯ ว่าศธ.เดินหน้าใช้เกณฑ์ PA ในการประเมินวิทยฐานะฯ ต่อไป และขณะนี้สำนักงาน ก.ค.ศ. เร่งดำเนินการปรับปรุงระบบการประเมินฯ และปรับระบบ DPA ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการดำเนินการทั้ง 6 ประเด็น ดังกล่าว และจะแจ้งผลการดำเนินการให้ทุกท่านทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไป”นายประวิต กล่าว

